ก่อนหน้านี้ตำรวจจับชาวเมียนมาผู้ต้องสงสัยฆ่าต่อเนื่อง 3 ศพจากนั้นก็คุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 1 คน รวมขณะนี้ 2 คนแล้ว แต่ตำรวจก็ยังไม่ยืนยันว่า ใครคือฆาตกรตัวจริง เพราะต้องรอผลการตรวจ ดีเอ็นเอ อย่างเป็รนทางการก่อน
หลังนายศุภร โคกกราน หรือเอ็ม และนางสาวสุภาพรรณ คงอยู่ดี และนายเสถียร ศรชัย คนเร่ร่อน เก็บของเก่าขายย่านรังสิต ปทุมธานี ถูกคนร้ายฆ่าโหดใช้ของแข็งทุบตี และมีดจ้วงแทง ปาดคอ มัดมือไพล่หลัง เสียชีวิตใต้ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ เมื่อสัปดาห์ก่อนระยะเวลา 2 วันคนร้ายฆ่าต่อเนื่อง 3 ศพ ทำให้ชาวบ้านย่านนี้ต่างหวาดผวา ตำรวจลงพื้นที่ได้เบาะแสสำคัญ คือพยานบุคคล เป็นเด็กชายวัย 6 ขวบและมารดา อ้างว่า คืนวันที่ 4 ราว 22.00 น.เศษ เห็นนายจิมมี่ ชายเร่ร่อนชาวเมียนมาใช้ไม้ทุบตีนายเอ็ม ประกอบกับภาพวงจรปิดบริเวณรอบที่เกิดเหตุ เห็นนายจิมมี่ปั่นจักรยาน ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ปทุมธานี จึงออกหมายจับบุคคลตามภาพวงจรปิด จากนั้นเพียง 2 วัน ตำรวจ สน.บางซื่อ ก็รวบตัวนายจิมมี่ได้ทันควัน เจ้าตัวยอมรับว่า เป็นบุคคลในภาพตามหมายจับจริง แต่ยืนกรานไม่ได้เป็นฆาตกรลงมือฆ่า 3 ศพที่รังสิต แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อข้อมูลทั้งหมด จึงนำตัวไปให้พยานชี้ตัวและรอผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดก่อน ตำรวจเผยว่า นำตัวนายจิมมี่ไปชี้จุดบริเวณข้างเคียงที่เจ้าตัวอยู่ก่อนและหลังเกิดเหตุเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามที่เป็นข่าว ซึ่งชั้นนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่า นายจิมมี่ เป็นฆาตกรต่อเนื่องตัวจริงแต่อย่างใด ขณะเดียวกันชุดสืบ ตำรวจกอง 2 กองบังคับการปราบปรามก็ลงพื้นที่ช่วยหาเบาะแสอีกแรง ก็พบว่า มีชายเร่ร่อนอีก 1 คน ที่ต้องสงสัยว่าจะพัวพันกับการสังหารโหด เพราะมีพยานระบุว่า ชายเร่ร่อนคนนี้ คือนายบัง หรือนายไพโรจน์ ไม่มีนามสกุล ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มสุรากับนายเอ็ม แล้วทะเลาะกันเรื่องแย่งหญิงสาวตำรวจจึงส่งสายประกบตามหาตัวพบว่า หลังเกิดเหตุนายบังตัดผมทรงใหม่ นำรถจักรยานไปพ่นจากสีแดงสลับขาว เป็นสีแดงเข้มทั่วทั้งคัน เพื่ออำพรางไม่ให้ตกเป็นเป้าของตำรวจ ที่สุดแล้วก็ไม่รอดถูกตำรวจรวบตัวได้ที่บริเวณสะพานข้ามทางรถไปมุ่งหน้ามหาวิทยาลัยรังสิต เค้นสอบอยู่นาน เจ้าตัวให้การเบื้องต้นว่า เป็นผู้ลงมือฆ่านายเอ็มและนางสาวสุภาพรรณ ปมเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ส่วนนายเสถียรลงมือฆ่าเพราะเมาสุรา แต่คำให้การนี้ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และยังไม่เพียงพอที่จะเอาผิดกับนายบังได้ จึงส่งดีเอ็นเอไปตรวจสอบ ซ้ำว่าจะตรงกับศพที่พบหรือไม่ ซึ่งผลการตรวจ DNA จะทราบภาย 1-2 วันนี้ พลตำรวจโทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผย ขณะนี้ตำรวจทุกหน่วย ทั้ง กองปราบปราม นครบาล ภูธรภาค 1 และ ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อคลี่คลายคดีนี้ให้ได้โดยเร็ว และต้องนำตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ โดยย้ำว่าการสืบสวนต้องละเอียดทุกขั้นตอน การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทุกอย่างต้องมีหลักฐานชัดเจนโดยเฉพาะผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่เป็นตัวบ่งชี้ว่า ผู้ต้องหารายนั้นเป็นผู้ก่อเหตุตัวจริงหรือไม่ เพื่อไม่ให้หลุดพ้นคดี หากกลับคำในชั้นศาล อีกคดีที่สะเทือนขวัญคนในพื้นที่ ซึ่งวันนี้ยังไม่รู้ว่า ตกลงฆาตกรใจโหดมีกี่คนกันแน่ แล้วใครคือผู้ลงมือผล DNA เท่านั้นที่จะมัดตัวคนร้าย
