ออกไปกอดเขา 6 ภูเขาหน้าฝน ชมวิวทะเลหมอกสุดอลังการ

ถ้าพูดถึงภูเขา ใครๆ ก็ต้องคิดว่าไปเที่ยวหน้าหนาวนี่แหละเวิร์คสุดๆ แล้ว แต่รู้อะไรมั้ยว่า ภูเขาหน้าฝน ก็สวยไม่หยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะนอกจากจะได้ฟินกับกลิ่นไอของฝนและอากาศเย็นๆ แบบไม่หนาวจนเกินไปแล้ว ยังมีทะเลหมอกให้ชมแบบจุใจยิ่งกว่าฤดูกาลอื่น อลังการชนิดที่ว่าต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้ซักครั้งในชีวิต

ออกไปกอดเขา 6 ภูเขาหน้าฝน
ชมวิวทะเลหมอกสุดอลังการ

1. ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว ยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย จุดเด่นของหน้าฝนคือเราสามารถเห็นทะเลหมอกขาวโพลน ปกคลุมยอดเขาเกือบตลอดทั้งวัน และไม่นานหลังฝนตก สายรุ้งสวยงามก็ค่อยๆ ปรากฏตัว หากคืนไหนฟ้าใส เมฆไม่บัง จะได้สัมผัสกับดวงดาวนับล้านที่เปล่งประกายเต็มท้องฟ้า เหมือนอยู่ใกล้เราเพียงเอื้อมมือ

2. ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์

จังหวะที่ดีที่สุดของการมาเที่ยวภูสอยดาวคือช่วงเข้าฤดูฝนเต็มตัวราว เดือนสิงหาคม-กันยายน จะเป็นช่วงที่การเดินป่าพิชิตภูสอยดาวสนุกตื่นเต้นและท้าทายที่สุด น้ำตกภูสอยดาว ก็มีน้ำค่อนข้างมาก และสวยสดหมดจดในฤดูกาลนี้ อีกทั้งยังมี ดอกหงอนนาค  ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกหญ้ารากหอม พร้อมใจกันชูช่อ ออกดอกหนาแน่นเต็มลานสน

3. ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่

โดยปกติิเราจะเห็นผู้คนนิยมมาเที่ยวดอยอ่างขางในช่วงหน้าหนาว แต่หน้าฝนก็มีธรรมชาติสวยๆ ให้ได้ฟินเหมือนกัน แม้จะไม่มีไร่สตรอว์เบอร์รี่ก็ตาม ทั้งสวนดอกไม้ ไร่ชา และความอลังการของทะเลหมอกตัดกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ที่สัมผัสได้แบบระยะประชิดบริเวณจุดชมวิวม่อนสน จุดชมวิวขอบด้ง จุดชมวิวสุ่ยถัง และฐานปฏิบัติการบ้านนอแล

4. จุดชมวิวม่อนหยุนไหล จ.แม่ฮ่องสอน

บนจุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล สามารถมองเห็นตัวเมืองปาย และสายหมอกที่รวมตัวกันเป็นก้อนไหลเหมือนดังสายน้ำท่ามกลางหุบเขา ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ คือป้ายจุดชมวิวหยุนไหลและ 100 สถานที่บอกรัก สุดโรแมนติก รวมทั้งศาลาสำหรับนั่งชมวิวยามเช้า ล้วนแล้วแต่อยู่ในภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวทุกคนที่ขึ้นมาที่นี่

5. เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์
จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ

ขอบคุณภาพจาก : ไปรษณีย์เขาค้อ

หากถามว่าเที่ยวเขาค้อฤดูกาลไหนสวยที่สุด คงต้องตอบว่าหน้าฝนนี่แหละสวยที่สุดแล้ว มีความความเขียวสดของดอกไม้ ต้นหญ้า  มีหมอกขาวลอยฟุ้งปกคลุมทั่วทิวเขา แถมด้วยอากาศเย็นสบายและความสดชื่นหลังฝนตก จนใครต่อใครก็พูดกันว่า “นอนเขาค้อ 1 วัน อายุยืน 1 ปี” จะจริงมั้ย ต้องลองมาพิสูจน์เอง

6. ภูทอก จ.เลย

ภูทอก จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่ใครก็ต้องไปเมื่อมาเที่ยวเชียงคาน ในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว สามารถสัมผัสปุยของทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิดแบบสุดๆ พร้อมเสพทัศนียภาพแบบพาโนราม่ารอบเมืองเชียงคาน ไม่ว่าจะเป็นแก่งคุดคู้ และลำน้ำโขง

 

7 จุดชมวิว ทะเลหมอก ภาคใต้ เที่ยวได้ตลอดปี

7 จุดชมวิว ทะเลหมอก ภาคใต้
เที่ยวได้ตลอดปี

วันนี้ travel mthai จะพาทุกคนล่องใต้ แต่ทริปนี้ไม่มีน้ำทะเลสีครามใส ไม่มีหาดทรายขาว เพราะเราจะพาไปเที่ยว ทะเลหมอก ภาคใต้ ใช่แล้ว ฟังไม่ผิด ที่ภาคใต้บ้านเรานี่แหละค่ะ สวยไม่แพ้ภาคเหนือเลย ทะเลหมอกหนาลอยฟุ้ง อากาศดี๊ดี มีให้เห็นตลอดปี อย่างนี้ต้องรีบไป กับ 7 จุดชมวิวสุดอลังการ จะงามงด ชวนฟิน ดีต่อใจขนาดไหน มาดูกัน!!

1. เขาไข่นุ้ย จ.พังงา

เขาไข่นุ้ย หรือ ภูเขาไข่นุ้ย มีสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่แพ้ดอยหรือภูทางตอนบนของประเทศ นั่นคือวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตก ทะเลอันดามันในมุมสูง วิวทิวเขาเรียงราย ทะเลหมอกที่มีให้ชมทั้งปี ไม่เว้นแม้แต่ฤดูร้อน แถมอากาศเย็นสบายคล้ายภาคเหนือ ถ้านอนกางเต๊นท์สักคืน จะฟินมาก

*******************************************************************

2. จุดชมวิวยอดเขาศูนย์ จ.นครศรีธรรมราช

Credit : news.mthai.com

ขอแนะนำ ทะเลหมอกแดนใต้ “ยอดเขาศูนย์” ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ  510 เมตร วิวด้านบนมองเห็นทะเลหมอกได้รอบทิศ 360 องศา กับแสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเช้า ฟินวนไปมันช่างดีต่อใจจริงๆ นอกจากนี้บนยอดเขายังเป็นที่ตั้งของสถานีถ่ายทอดสัญญาณโทรคมนาคม

*******************************************************************

3. ควนนกเต้น จ.พัทลุง

ขอบคุณรูปภาพจาก : จุดชมวิวควนนกเต้น พัทลุง

จุดชมวิวทะเลหมอกแห่งใหม่ของพัทลุง ในอำเภอกงหรา เส้นทางเข้าอาจลำบากนิดหน่อย ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าไป แต่รับรอง ทัศนยภาพเบื้องหน้าจะทำให้ทุกคนหายเหนื่อย แนะนำให้กางเต้นท์เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศ ตืนเช้ามานั่งจิบกาเเฟเบาๆ ดูสายหมอกตอนเช้า ดูเเสงเเรกของวันใหม่ หลังจากเสพวิวจนจุใจแล้ว ยังลงไปเล่นน้ำตกด้านล่างจุดชมวิวได้อีก ช่น น้ำตกมโนห์รา น้ำตกปากราง น้ำตกไพรวัลย์ ฯลฯ

*******************************************************************

4. ฮาลาบาลา จ.นราธิวาส

ขอบคุณรูปภาพจาก TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

ใช่ว่า นาราธิวาส จะน่ากลัวไปเสียหมด เพราะหากได้มาสัมผัสธรรมชาติสวยๆ ของผืนป่าปลายด้ามขวานอย่าง ฮาลาบาลา แล้ว จะต้องตกหลุมรักจนอยากลับมาซ้ำอีกรอบแน่นอน

ฮาลาบาลา” หรือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา” ผืนป่าใหญ่รวม 2 จังหวัดคือ ป่าฮาลา จังหวัดยะลา และ ป่าบาลา อยู่ในอำเภอแว้งและอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเดียวกัน อยู่ติดชายแดนไทยมาเลเซีย

ไฮไลท์คือการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ส่องสัตว์ โดยเฉพาะนกเงือกที่มีมากที่สุด แวะนั่งพักที่น้ำตกสิรินธร ชมพระอาทิตย์ขึ้นเคล้าทะเลหมอกบนจุดชมวิวภูศาลา ล่องแก่งในแม่น้ำสายบุรี ตื่นตาตื่นใจกับการร่อนแร่ทองคำแบบพื้นบ้าน ลอดอุโมงค์ที่ในอดีตเคยเป็นเส้นทางลำเลียงเหมืองแร่ทองคำ ปัจุจบันรอบๆ เต็มไปด้วยผืนป่าและลำธารไหลผ่าน

*******************************************************************

5. เขาจังโหลน กรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช

ขอบคุณรูปภาพจาก TAT Nakhon Si Thammarat

นอกจาก กรุงชิง จะมีน้ำตกที่สวยงามมากๆ แล้ว ยังมีทะเลหมอกที่รอเผยโฉมให้ทุกคนเห็นบนยอดเขาจังโหลน  จัดว่าเป็นที่เที่ยวธรรมชาติ Unseen แห่งหนึ่งของเมืองคอน ดื่มด่ำบรรยากาศพร้อมชมตะวันยามเช้า สูดอากาศบริสุทธิ์ จิบกาแฟอุ่นๆ กลางสายหมอก ดีขนาดนี้ถ้าจะไม่มาก็ใจแข็งเกินไปแล้ว สำหรับการเดินทางขึ้นไปยังจุดชมวิว ต้องอาศัยรถนำเที่ยวของชาวบ้าน เพราะมีความชำนาญทางมากกว่า

*******************************************************************

6. อัยเยอร์เวง จ.ยะลา

เดิมทีเรียกว่า ยอดเขาไมโครเวฟ ที่ตั้งสถานีถ่ายทอดสัญญาณการสื่อสาร มีระดับความสูงประมาณ 612 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปัจจุบันเรียกขานกันว่า ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ซึ่งสามารถชมทะเลหมอกได้แบบ 360 องศา ที่สำคัญคือไม่ว่าฤดูกาลไหนก็มีทะเลหมอกให้ชม (แต่จะเยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) สามารถมองไปได้ไกลถึง ยอดเขากุนุงซิลิปัต บริเวณด้านล่าง มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม น้ำชา กาแฟ ส่วนใครอยากนอนค้างคืน ชาวบ้านเขาก็มีเต๊นท์บริการ ภายในพื้นที่สวนยางของชาวบ้านค่ะ

*******************************************************************

7. เขื่อนรัชชประภา อุทยานแห่งชาติเขาสก
.สุราษฎร์ธานี

ปิดท้ายที่ เขื่อนรัชชประภา ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาสก บอกเลยใครสายชิลล์ ชอบความสงบ อยู่กับธรรมชาติ ที่นี่จะทำให้คุณประทับใจแน่นอน ทั้งวิวทิวเขา ทะเลสาบกว้างใหญ่ ยามเช้ามีหมอกลอยคลอเคลียเหนือยอดเขาหินปูน นอกจากนี้ ยังมีแพพักให้นอนหลับไปพร้อมอากาศเย็นสบาย พ่วงด้วยกิจกรรมเล่นน้ำ พายเรือคายัค ตะลุยถ้ำ เดินป่า และชมบัวผุด ซึ่งจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายนมีนาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก : อนุสาร อ...TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ สัมผัสวิวทะเลหมอกแห่งใหม่ ‘ดอยตีดู้ว์’ เมืองน่าน

สัมผัสวิวทะเลหมอกแห่งใหม่
‘ดอยตีดู้ว์’ เมืองน่าน

Travel Mthai พาไปทำความรู้จักจุดชมวิวทะเลหมอกแห่งใหม่ของเมืองน่าน เมืองแห่งวิถีสโลไลฟ์กันที่ ดอยตีดู้ว์ บอกเลยว่าวิวระดับเทพ แค่เห็นภาพก็ใจละลาย ต้องกาปฏิทินมาร์ควันไปเที่ยวกันเลยทีเดียว

ดอยตีดู้ว์ เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าม่อง ตั้งอยู่ที่ บ้านสองแคว ตำบลสะเนียน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองราวๆ 28 กม. ใช้เวลาเดินทางไม่นานประมาณครึ่งชั่วโมง ชาวบ้านที่นี่ยึดอาชีพทำไร่กันเป็นหลัก

ผู้บุกเบิกจุดชมวิวแห่งใหม่นี้ขึ้นมาคือ คุณณัฐวดี แซ่ลี หรือ คุณจี โดยร่วมมือกับชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันสร้างทางเดินไม้ไผ่ยื่นออกไปจากเชิงเขา สามารถขึ้นไปยืนชมทะเลหมอกยามเช้าและทอดสายตามองหุบเขาเขียวขจีตรงหน้าได้แบบฟินๆ พร้อมรับแสงอรุณของวันใหม่ในบรรยากาศหนาวสะใจ

คำว่าดอยตีดู้ว์ เป็นภาษาน่ารักๆ ของชาวเขา แปลว่า ใกล้ขอบฟ้า โดยที่นี่อยู่บนยอดดอยสูง 700 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งตรงบริเวณจุดชมวิวสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้อย่างชัดแจ๋วเต็มสองตา เรียกว่าเอื้อมมือออกไปไม่ไกลก็แทบจะแตะทะเลหมอกได้แล้ว ใกล้ขอบฟ้าจริงๆ

นอกจากนี้ในยามเย็นยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่งดงามเช่นเดียวกัน และมีลานกางเต๊นท์สำหรับใครที่อยากหนีชีวิตวุ่นวายมาค้นหาความสงบสุข เพราะบนดอยไม่มีไฟฟ้าใช้ จะมีแต่เครื่องปั่นไฟที่จะเปิดหลัง 6 โมงเย็น ไปจนถึง 4 ทุ่มเท่านั้น  ไร้แสงสีเสียง มีเพียงแสงตะเกียงส่องสว่าง แข่งกับแสงดาวทอประกายบนฟากฟ้า อาจไม่สะดวกสบายเท่าไหร่ แต่ได้เต็มอิ่มกับทิวทัศน์หลักล้านขนาดนี้ ก็คุ้มเกินพอ

ทั้งนี้หากนำเต๊นท์มาเอง จะคิดค่าสถานที่ 50 บาท ถ้าเช่าเต๊นท์กับทางเจ้าหน้าที่ คิดหลังละ 150 บาท นอนได้ 2 คน มีห้องสุขาและห้องอาบน้ำบริการ จำกัดนักท่องเที่ยวที่จะมากางเต๊นท์ วันละ 10หลังเท่านั้น

ตลอดจนมีกิจกรรมสุดมันส์ อย่างการโล้ชิงช้าม้ง กิจกรรมยอดฮิตของชาวเหนือ ที่แนะนำว่าต้องเล่นค่ะ มันเหมือนตัวเรากำลังพุ่งเข้าหาทะเลหมอกยังไงยังงั้น เสร็จแล้วก็ต่อด้วยเดินชมไร่สตรอว์เบอร์รี่ (ต้องขออนุญาตเจ้าของไร่ก่อนถึงจะเก็บได้) หรือจะไปนั่งพักที่ร้านกาแฟ หายเหนื่อยก็แต่งชุดพื้นเมืองถ่ายรูปสนุกๆ และอย่าลืมอุดหนุนสินค้าเกษตรของชุมชนก่อนกลับบ้านด้วย

ไข่กระทะสักชาม คู่กับกาแฟสักถ้วย และดูวิวทะเลหมอกตรงหน้าไปด้วย ฟินสุดยอดเลย

การเดินทาง : เส้นทางไปยัง  น่าน – บ้านหลวง ทางหลวงหมายเลข 1091  เส้นทางเป็นถนนลาดยาง ขับได้ไม่ยาก สังเกตุด้านขวามือ จุดชมวิวจะอยู่ริมถนน

สำหรับคนที่ไม่มีรถ : สามารถนั่งรถสองแถวน่าน-บ้านหลวง ได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน

ขอบคุณรูปภาพจาก: เฟซบุ๊กดอยตีดู้ว์