ร้อนนี้ไปชมนก ดูผีเสื้อ ที่ แคมป์บ้านกร่าง แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง ในเดือนเมษายน – มิถุนายน 2562 เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่คนรักธรรมชาติไม่ควรพลาด

ร้อนนี้ไปชมนก ดูผีเสื้อ 
ที่ แคมป์บ้านกร่าง แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ร้อนนี้ชวนเพื่อนเดินเข้าป่า ไปสัมผัสความเงียบสงบของธรรมชาติ ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมกับชมฝูงผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์กว่า 200 ชนิด บริเวณด้านหลังแคมป์บ้านกร่าง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมผีเสื้ออันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลยทีเดียว

นักท่องเที่ยวสามารถชมผีเสื้อบินสยายปีกโชว์สีสัน ความสวยงาม และเกาะกินโป่งกินน้ำหวาน อยู่แถวบริเวณลำธาร เมื่ออากาศร้อนจัด และแหล่งน้ำแห้งเหือด บรรดาเหล่าผีเสื้อนานาชนิด จะพากันมาหากินเกลือตามดินโป่ง หรือ แหล่งน้ำแฉะๆ บางครั้งก็อาจพบการอพยพของฝูงผีเสื้อนับแสนตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดูผีเสื้อ คือเวลา 8.00 – 14.00 น. แต่เราขอแนะนำเป็นช่วงเช้า แสงแดดอ่อนๆ 08.00 – 10.00 น. จะดีที่สุด

นอกจากผีเสื้อแล้ว แคมป์บ้านกร่างยังเป็นแหล่งอาศัยของนกหายากมากมาย เช่น
กกะลิงเขียดหางหนาม นกพญาปากกว้างสีดำ นกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง นกเขียวคราม ฯลฯ รวมไปถึงสัตว์ป่าต่างๆ ทั้ง ค่างเเว่นถิ่นใต้ ชะนีมือขาว หรือถ้าโชคดีอาจได้เจอเสือดาว  หรือสัตว์ใหญ่อื่นๆ

พอตกกลางคืน มองไปบนท้องฟ้า ก็เห็นดวงดาวนับล้านส่องเเสงสกาวสดใส เพราะไม่มีเเสงไฟจากเมืองรบกวน แถมอากาศก็เย็นสบาย หากวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ใครยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน มากางเต็นท์นอนฟินๆ อิงแอบแนบชิดชายป่า ที่แคมป์บ้านกร่างกันนะคะ

ขอบคุณรูปภาพจาก : 
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน – Kaeng Krachan National Park ,
เขาพะเนินทุ่ง แก่งกระจาน รถรับจ้าง

ชวนไปแชะ สีสันลายศิลป์ บนถนนสายเกลือบางแก้ว ทางผ่านสู่ชะอำ

ต่อไปนี้ ถนนสายเกลือบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี จะไม่มีแค่สีขาวสะอาดตาอีกแล้ว เพราะได้ถูกแต่มแต้มสีสันด้วยภาพการ์ตูนน่ารักๆ ที่สะท้อนวิถีชีวิตคนทำเกลือ กลายเป็นจุดถ่ายภาพแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวที่ขับรถผ่านไปมา

ชวนไปแชะ สีสันลายศิลป์
บนถนนสายเกลือบางแก้ว

ถนนสายคลองโคน-ชะอำ เป็นเส้นทางลัดเลียบชายฝั่งทะเลที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม และชมวิถีชีวิตชาวนาเกลือพื้นที่อำเภอบ้านแหลม ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เมื่อขับรถมาถึงพื้นที่ บ้านร่องใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี จะเห็นสีสันลายศิลป์ บนถนนสายเกลือที่มีการเพ้นต์ภาพแต่งแต้มสีสันโรงเก็บเกลือให้ดูมีชีวิตชีวา โดยภาพสื่อให้เห็นวิถีชีวิตของคนทำเกลือ  และมีการสร้างสะพานไม้ทอดยาวลงไปในนาเกลือ พร้อมกับมีฝูงนกนางนวลประดับตกแต่งหลายสิบตัว ยิ่งยามเย็นที่พระอาทิตย์ตกดินบริเวณนี้ สวยงามมากๆ

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกังหันลมขนาดใหญ่ มีร้านค้าชุมชนมาเปิดบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว อีกทั้งช่วยให้ชาวบ้านได้มีรายได้จากการขายสินค้าอีกด้วย

การเดินทาง : 

เส้นทางลัดไปชะอำ ถนนคลองโคน-ชะอำ หรือ ถนนเลียบอ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันตก เริ่มจากถนนพระราม 2 ผ่านสมุทรสงคราม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 72 เห็นปั๊มน้ำมัน ปตท. อยู่ข้างหน้า แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปในถนนเล็กๆ ตามป้ายที่เขียนไว้ว่า “เส้นทางลัดไป อ.ชะอำ” ทางหลวงชนบทสาย สส.2021 ขับตรงมาเรื่อยๆ จะพบวัดเขายี่สาร

จากวัดเขายี่สาร ตรงไปตามถนนราดยางป่าโกงกางและดงชะคราม เข้าเขตจังหวัดเพชรบุรี ผ่านอ่าวบางตะบูน บางขุนไทร ปากทะเล แหลมผักเบี้ย มายังหาดเจ้าสำราญ หาดบึกเตียน และหาดชะอำ

เส้นทางนี้เมื่อผ่าน อ.บ้านแหลม จะเห็นกองเกลือสีขาว คล้ายภูเขาลูกเล็กๆ วางเรียงอย่างเป็นระเบียบเต็มสองข้างทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือนเมษายน จะมีกองเหลือให้ได้ชมมากที่สุด

ขอบคุณรูปภาพจาก : ทีวีชุมชน ข่าวสารออนไลน์ จ. เพชรบุรี และ ประจวบฯ

นั่งเรือชม วาฬบรูด้า ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งทะเลอ่าวไทย

เปิดฤดูกาล!! ล่องเรือชม วาฬบรูด้า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ ที่ออกมาหากินในทะเลอ่าวไทยตอนบน จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่เดือนตุลาคม ยาวไปจนถึงสิ้นปี

นั่งเรือชม วาฬบรูด้า ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งทะเลอ่าวไทย

ในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม ของทุกปี เป็นช่วงที่วาฬบรูด้า เข้ามาหากินบริเวณอ่าวรูปตัว ก. ในพื้นที่ทะเลเพชรบุรี ตั้งแต่อ่าวบางตะบูน แหลมผักเบี้ย และหาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรี

นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือเพื่อออกไปชมความน่ารักของวาฬบรูด้าได้อย่างใกล้ชิด ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 3-5 ชั่วโมง หากโชคดี นักท่องเที่ยวจะได้เห็นตอนวาฬบรูด้าโผล่หัวขึ้นพ้นน้ำทะเล และอ้าปากกว้างๆ งับปลากะตัก ท่ามกลางฝูงนกนางนวลนับร้อยที่บินวนเวียนอยู่รอบตัว เพื่อรอจิกปลากะตักที่กระโดดหนีให้พ้นปากของเจ้าวาฬบรูด้า

โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจล่องเรือชมวาฬบรูด้า สามารถติดต่อเช่าเรือได้ดังนี้

จุดลงเรือบริเวณท่าเรือแหลมผักเบี้ย 

– มีเรือหลายลำ โดยขึ้นเรือก่อน 08:00น.
– ราคาเหมา 5,000 บาท/ เที่ยว (10 คน) โดยต้องจองล่วงหน้า (อัตรานี้รวมน้ำดื่มในเรือ)
– มีบริการสั่งอาหารกล่อง (เลือกจ่ายเพิ่มได้)
– มีบริการประกันอุบัติเหตุ เหมาลำ 200 บาท (เลือกจ่ายเพิ่มได้)

ติดต่อจองเรือ โทร. คุณสาว 092-713-9730, คุณมนู 081-856-4939

จุดลงเรือบริเวณหาดเจ้าสำราญ

– มีเรือหลายลำ เป็นเรือประมงของชาวบ้าน โดยขึ้นเรือเวลา 09:00น.
– ราคาเหมา 5,000 บาท/ เที่ยว (10 คน) โดยต้องจองล่วงหน้า (อัตรานี้รวมเสื้อชูชีพ)
– ไม่มีบริการอาหาร
– ไม่มีบริการน้ำดื่ม
– หากมาไม่ครบ 10 ท่าน ไม่ประสงค์เหมาลำ และ มีความประสงค์จะร่วมลงเรือกับคณะอื่นให้ติดต่อผู้ประสานงาน

ติดต่อจองเรือ โทร. คุณชมพู่ 090-798-7042 (ผู้ประสานงาน)

จุดลงเรือบริเวณท่าเรือบางตะบูน

– มีเรือออกวันละ 1 เที่ยว โดยขึ้นเรือเวลา 08:00น.
– ราคาเหมา 6,000 บาท/ เที่ยว (15 คน) โดยต้องจองล่วงหน้า (อัตรานี้รวมน้ำแข็งครึ่งถัง)
– ไม่รวมน้ำดื่ม สามารถซื้อได้บริเวณท่าเรือ
– มีบริการสั่งอาหารกล่อง (เลือกจ่ายเพิ่มได้)

ติดต่อจองเรือ โทร. คุณจำรูญ 032-581-233

ประเทศไทย นับเป็นเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีวาฬมาหากินใกล้กับเมืองหลวงมากที่สุด ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติใต้ท้องทะเลไทย ปัจจุบันวาฬบรูด้าได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสัตว์สงวนลำดับที่ 16 ของไทย เป็นสัตว์ทะเลหายาก และมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและรูปภาพจาก : เทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ, amazingthaitour, TAT Phetchaburi