เที่ยวเกาสง เมืองท่าสุดเฟี้ยวของไต้หวัน ที่คนไม่ค่อยไป

ทำไม๊ทำไม หลายคนมาเที่ยวไต้หวัน ต้องไปเบียดเสียดกันเที่ยวอยู่ในไทเป  ทั้งที่ความจริงเมืองนอกสายตาอย่าง เกาสง ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน วันนี้ travel.mthai จะพาทุกคนตะลุย เที่ยวเกาสง เมืองท่าที่สำคัญทางตอนใต้ของประเทศ มีพื้นที่กว้างใหญ่และเจริญเป็นอันดับ 2 มีอากาศดี ภูมิทัศน์สวย แถมยังอบอวลไปด้วยงานศิลป์ อาหารการกินอร่อย ถ้าพร้อมแล้ว เราก็ออกเดินทางได้เลย

เที่ยวเกาสง เมืองท่าสุดเฟี้ยว
ของไต้หวัน ที่คนไม่ค่อยไป

1. YUSHAN NATIONAL PARK

อุทยานแห่งชาติยวี่ซัน (Yushan National Park) อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไต้หวัน มียอดที่สูงที่สุดคือ “หุบเขาหยก” หรือ “ภูเขายวี่ซัน” สูงราวๆ 3,952 เมตร ถือเป็นภูเขาที่มีความสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม ของทุกปี ดอกหรีดภูเขาหยก และดอกเอเดลไวส์ จะออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งเขา และหากมาในช่วงฤดูหนาว จะได้สัมผัสกับทะเลหมอกขาวโพลน ที่ปกคลุมแน่นหนาจนเหมือนว่าเรากำลังอยู่ในสรวงสรรค์ยังไงยังงั้นเลยล่ะค่ะ

2. DOME OF LIGHT

Dome of Light ตั้งอยู่ภายในสถานีรถไฟ Formosa Boulevard Station เป็นงานประติมากรรมกระจกสีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวถึง 30 เมตร ถูกออกแบบโดย สถาปนิกชื่อดังชาวอิตาลี Narcissus Quagliata ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของมนุษย์ผ่านดิน น้ำ แสง และไฟ มองเผินๆ คล้ายแผนที่โลก ถ้าไม่ได้มาถ่ายรูปกับโดมแห่งแสงสว่างนี้ อย่าบอกใครเชียวว่ามาเที่ยวเกาสง พลาดอย่างแรงนะคะ

3. LOTUS LAKE – เจดีย์หลงหู

ทะเลสาบดอกบัว (Lotus Lake) หรือ ทะเลสาบเหลียนฉือถัน จุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน และยังเป็นศูนย์รวมของวัดต่างๆ รวมไปเจดีย์หลงหู สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ มีลักษณะเป็นเจดีย์สูง 7 ชั้นคู่กัน โดยจะมีรูปปั้นมังกรและเสือขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าทางเข้าเจดีย์ เชื่อกันว่าถ้าเดินเข้าทางปากมังกรแล้วออกทางปากเสือ จะเป็นการขจัดปัดเป่าเอาสิ่งไม่ดีออกจากตัว ภายในเจดีย์จะมีบันไดเวียนให้ขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนสุด เพื่อชมทัศนียภาพรอบทะเลสาบแบบพาโนราม่า

4. LIUHE NIGHT MARKET

เที่ยวเหนื่อย เริ่มหิว แต่คิดไม่ออกว่าจะกินอะไรดี เราแนะนำให้ไปเดินตลาดกลางคืนหลิ่วเหอ(Liuhe Night Market) เพราะเป็นแหล่งรวมของอร่อย อาหารพื้นเมือง เครื่องดื่ม คาเฟ่ โดยเฉพาะซีฟู้ด ค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นเมืองติดทะเล ใครพกน้ำจิ้มซีฟู้ดมาก็ทานเพลินล่ะงานนี้ อิ่มแล้วก็ช้อปปิ้งต่อ มีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และข้าวของเครื่องใช้อีกมากมาย รวมๆ แล้วมีร้านค้ามากกว่าร้อยแผง! ที่สำคัญคือตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า KMRT Formosa Boulevard เดินทางสะดวกสบายง่ายสุดๆ

5. PIER 2 ART CENTER

จากอดีตท่าเรือเก่าที่มีโกดังเยอะๆ ไว้เก็บสินค้า ได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์รวมงานศิลปะเก๋ๆ เฟี้ยวๆ ไม่ว่าจะเป็นสตรีทอาร์ต ประติมากรรมลอยตัว และรูปปั้นต่างๆ นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ร้านขายสินค้าทำมือ รวมถึงโรงละครด้วย บอกเลยว่า มุมถ่ายรูปอย่างเยอะ แถมบรรยากาศก็ชิลล์มาก เหมาะมาเดินเล่นยามแดดร่ม หรือใครกำลังหาอะไรเติมแต่งแรงบันดาลใจ ที่ Pier 2 Art Center อาจช่วยคุณได้นะ

6. FO GUANG SHAN MONASTERY

วัดฝวอกวงซาน เป็นวัดพุทธที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของไต้หวัน เมื่อเดินเข้ามาข้างในจะสะดุดตากับเจดีย์ขนาดใหญ่สถาปัตยกรรมจีน ที่ตั้งเรียงรายอยู่สองด้าน ด้านละ 4 เจดีย์ รวมเป็น 8 เจดีย์ และถัดไปจะเป็นบริเวณ Main Hall ซึ่งมีพระ Sakyamuni องค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ด้านหลังสุด

7. MOON WORLD LANDSCAPE PARK
(TIANLIAO MOON WORLD)

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา มีลักษณะเป็นภูเขาหินที่ถูกฝนและน้ำกัดเซาะเป็นเวลาหลายล้านปี ทำให้เกิดรูปทรงแปลกตา และมีพื้นผิวคล้ายดวงจันทร์ ชาวเมืองจึงเรียกขานกันว่า Moon World ค่ะ แนะนำให้ไปช่วงเย็นๆ เพราะนอกจากอากาศจะไม่ร้อนแล้ว ยังมีการติดตั้งไฟ Light up ที่จะเปิดแสงไฟหลากสีสัน ยิ่งสวยงามกว่าตอนกลางวันมากๆ

8. TUNTEX 85 SKY TOWER

เป็นตึกที่สูงเป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน รองจากตึกไทเป 101 มีความสูง 378 เมตร ทั้งหมด 85 ชั้น ประกอบไปด้วยพื้นที่สำนักงาน, แหล่งช็อปปิ้ง, ร้านอาหาร และโรงแรม โดยมีจุดชมวิวอยู่บนชั้น 75 สามารถมองเห็นได้ทั้งตัวเมืองเกาสงและฝั่งทะเล

สถาปัตยกรรมของอาคาร Tuntex 85 Sky Tower นั้นค่อนข้างแปลกทีเดียว โดยมีอาคารแฝด 2 หลังเป็นเสมือนขา เชื่อมต่อกันด้วยอาคารที่มียอดสูงตรงกลาง รูปร่างคล้ายกับปีรามิดสวมมงกุฏสามชั้น

9. LOVE RIVER

Love River หรือ Kaohsiung Canal เป็นแม่น้ำที่สำคัญของเมืองเกาสง บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยความเขียวขจีของพืชพรรณไม้ต่างๆ ผู้คนจึงนิยมมานั่งปิกนิกกันริมน้ำ ส่วนคนมีคู่ก็นัดกันมาเดทเพิ่มความหวาน แถมยังมีเส้นทางจักรยานให้ปั่นกันเพลินๆ อีกด้วย นอกเหนือจากนั้นยังสามารถล่องเรือทานข้าว พร้อมชมแสงไฟยามค่ำ ที่ประดับเอาไว้อย่างสวยงาม

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : wonderfulpackage, talontiew, eng.taiwan, ibreak2travel, flymetotaiwan, flickr, myworld-online, taiwanno1

สายบุญห้ามพลาด 5 วัดในไต้หวัน อธิษฐานให้ดี จะได้ดั่งหวัง

1. ศาลเจิ้นหลานกง/ต้าเจี่ยเจิ้นหลานกง (大甲鎮瀾宮)

          เป็น ศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวัน มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 200 กว่าปี เป็นศาลเจ้าแม่ทับทิมที่มีคนพลุกพล่านตลอดปี อีกทั้งในช่วงเดือน ของทุกๆ ปี (ตามปฏิทินจันทรคติทางศาลเจ้าจะจัดงานแห่เจ้าแม่ทับทิม ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ยิ่งเป็นที่ดึงดูดผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชาวไต้หวันเอง หรือชาวต่างประเทศก็ตาม

  • เรื่องที่ขอ การเดินทางปลอดภัย ชีวิตราบรื่น ร่มเย็นเป็นสุข นอกจากนี้ในศาลเจ้าทับทิมแห่งนี้ยังมีเทพแห่งวิชาการ สามารถมาขอเรื่อง การเรียน การสอบ
  • ที่ตั้ง  No.158, Shuntian Road, Dajia District, Taichung
  • เวลาเปิดปิด  06:00 – 21:30


https://www.taiwan.net.tw/m1.aspx?sno=0001112&id=r18

2. ศาลเจ้ากวนอู(文武廟)

          ศาลเจ้ากวนอู ตั้งอยู่กลางเขาที่อยู่ทางเหนือของทะเลสาบสุริยันจันทรา เป็นศาลเจ้าที่ด้านหลังติดภูเขา ด้านหน้าติดทะเลสาบ สถาปัตกรรมของศาลเจ้าแห่งนี้สร้างตามลักษณะของภูเขา จึงเป็นเหตุให้สถาปัตยกรรมที่ยิ่งอยู่ด้านหลัง ก็จะยิ่งสูงขึ้นไป มาที่แห่งนี้นอกจากจะได้ไหว้พระขอพรเป็นศิริมงคลกับตัวเองแล้ว ยังสามารถแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง ทะเลสาบสุริยันจันทราได้อีกด้วย

  • เรื่องที่ขอ : สติปัญญา ความยุติธรรม การค้า การเลื่อนขั้น เลื่อนยศ
  • ที่ตั้ง : No. 63, Zhongzheng Road, Yuchi Township, Nantou
  • เวลาเปิดปิด : ทั้งวัน (หลัง 2 ทุ่มเข้าทางประตูข้างๆ)


https://www.taiwan.net.tw/m1.aspx?sno=0001114&id=r44

3. ศาลซงซานฉือโย่วกง(松山慈祐宮)

          ก่อตั้งเมื่อ ค.. 1753 กระทั่งปัจจุบันสถานที่แห่งนี้มีอายุถึง 265 ปี ตั้งอยู่ที่ซงซาน เมืองไทเป ถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่บูชาเจ้าแม่ทับทิม ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงมีอีกชื่อหนึ่งคือ ศาลเจ้าแม่ทับทิมเมืองซงซาน บนหลังคาของศาลเจ้าแห่งนี้ประดับไปด้วยศิลปะการแกะสลักมังกรที่สวยงาม เนื่องจากมีความเชื่อว่ามังกรสามารถป้องกันการเกิดเหตุไฟไหม้ ดังนั้น โดยทั่วไปศาลเจ้าต่างๆ ก็จะมีการประดับมังกรไว้บนหลังคา ทุกๆ เดือน 4 ของทุกปี จะมีการจัดงานแห่เจ้าแม่ทับทิม เพื่อเป็นการตอบแทนที่ท่านคุ้มครอง

  • เรื่องที่ขอ : การเดินทางปลอดภัย ชีวิตราบรื่น ร่มเย็นเป็นสุข
  • ที่ตั้ง : No. 761, Section 4, Bade Road, Songshan District, Taipei
  • เวลาเปิดปิด : 06:00 – 22.30


https://www.taiwan.net.tw/m1.aspx?sno=0001090&id=227

4. ศาลเจ้าเสียไห่เฉิงหวง (霞海城隍廟)

          ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 100 กว่าปี ที่ตั้งอยู่เมืองไทเป เข้าไปถึงข้างในศาลเจ้า จะสามารถพบเห็นรูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ มากมาย เรียงเป็นลำดับขั้นบันได องค์เทพเจ้าที่อยู่ตรงกลางนั้นก็คือ องค์เจ้าพ่อหลักเมืองนั่นเอง วันที่ 13 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติ เป็นวันคล้ายวันประสูติของเจ้าพ่อหลักเมือง ทางศาลเจ้าจะมีการจัดงานต่างๆ เพื่อต้อนรับเทพเจ้า และตอบแทนเจ้าพ่อหลักเมืองที่คุ้มครองพวกเขา และกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมที่คึกคักที่สุดในเมืองไทเป

  • เรื่องที่ขอ : ความรัก การค้าต่างประเทศ การนำเข้า การส่งออก
  • ที่ตั้ง : No. 61, Section 1, Dihua St, Datong District, Taipei
  • เวลาเปิดปิด : 06:00 – 20.00

https://www.taiwan.net.tw/m1.aspx?sno=0001090&id=2595

5. ศาลเจ้าเล่อเฉิงกง (臺中樂成宮)

          เป็นศาลเจ้าแม่ทับทิมอีกแห่งหนึ่งในไต้หวัน ตั้งอยู่ที่ถนนฮั่นซี เมืองไถจง หลังคาของประตูด้านศาลเจ้าแห่งนี้ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนอย่างงดงาม อีกทั้งหน้าประตูยังมีรูปปั้นสิงโตหินสองตัวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเฝ้าอยู่หน้าประตู และด้านหน้าสามารถพบเห็นกระถางธูปขนาดใหญ่ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปีตั้งอยู่ เป็นสัญลักษณ์ที่ยืนยันว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุมากว่า 200 ปีแล้ว ข้างในนอกจากจะมีการบูชาแม่ทับทิมแล้ว ยังมีการบูชาองค์เทพกวนอู และเจ้าพ่อเสืออีกด้วย

  • เรื่องที่ขอ : ลูก
  • ที่ตั้ง : No. 48, Hanxi St,  Taichung
  • เวลาเปิดปิด : 6:30 – 22:00


https://travel.taichung.gov.tw/zh-tw/Attractions/Intro/271/%E6%A8%82%E6%88%90%E5%AE%AE

6 พิกัด ที่เที่ยวธรรมชาติ ไต้หวัน สุดชิลล์ ใครไปเป็นติดใจ!

6 พิกัด ที่เที่ยวธรรมชาติ ไต้หวัน
สุดชิลล์ ใครไปเป็นติดใจ!

ไต้หวันเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าเที่ยวไม่แพ้ญี่ปุ่นหรือเกาหลีเลยค่ะ เพราะขึ้นชื่อในหลายๆ เรื่อง ทั้งอาหารการกิน แหล่งช้อปปิ้ง ที่เที่ยวฮิตๆ และที่สำคัญคือ ไปเที่ยวง่าย ไม่ต้องขอวีซ่า ค่าครองชีพก็ใกล้เคียงกับบ้านเรา แถมยังมีที่เที่ยวธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ให้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดอีกด้วย ใครกำลังเครียดกับงาน อยากออกไปเที่ยวเติมพลังให้ตัวเอง หรือจะพาพ่อแม่ไปเที่ยวด้วยก็ได้ วันนี้ มัชรูมทราเวล จะพาไปแนะนำ 6 ที่เที่ยวธรรมชาติ ไต้หวัน สวยตรึงใจ พร้อมวิธีเดินทาง ออกไปหาธรรมชาติบำบัดกันดีกว่า

1. อุทยานแห่งชาติไท่หลู่เก๋อ
(Taroko National Park)

เริ่มที่ อุทยานแห่งชาติไท่หลู่เก๋อ (Taroko National Park) หรือที่คนไทยเรียกว่า ทาโรโกะ ตั้งอยู่ในเมืองฮวาเหลียน ทางฝั่งตะวันออก ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ห้อมล้อมด้วยทัศนียภาพของเทือกเขาที่สลับซับซ้อนสวยงาม มีถ้ำ น้ำตก น้ำพุ ลำธาร และจุดชมวิวสวยๆ เราจะได้เห็นวิวหุบเขาในป่าใหญ่และชายฝั่งทะเลอันงดงาม ธรรมชาติที่นี่สวยงามขนาดที่ว่าเป็น ที่เที่ยวธรรมชาติ ไต้หวัน ยอดนิยม ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ด้วย

การเดินทางมาทาโรโกะ ยังสะดวกสบายมากๆ เพราะสามารถนั่งรถไฟจากไทเปมาเที่ยวได้แบบชิลล์ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แถมพอมาถึงก็สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้ง Taxi Guide และ Tour Bus ในราคาไม่แพง เที่ยวไปรอบๆ อุทยาน จะมาเดี่ยว มาคู่ หรือมาเป็นครอบครัวก็สามารถมาสูดอากาศบริสุทธิ์ของอุทยานแห่งชาติทาโรโกะได้เต็มปอดเลยล่ะค่ะ

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาทำการ: 08.30 – 17.00 .
การเดินทาง: นั่งรถไฟ TRA มาลงที่สถานี Hualien แล้วต่อ Taxi Guide หรือ Shuttle Bus
ที่อยู่: 972 Taiwan Hualien County, Xiulin Township, Fushi Cun Fushi 291

***************************************************************

2. อุทยานแห่งชาติหยางหมิงชาน
(Yangmingshan National Park)

ถัดมาเป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวธรรมชาติ ไต้หวัน ที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติหยางหมิงชาน (Yangmingshan National Park) อุทยานแห่งชาติใกล้ไทเป ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณ 20 กิโลเมตรเท่านั้น ใครเที่ยวอยู่ในเมืองจนเบื่อก็สามารถออกไปชมธรรมชาติที่นี่ได้ง่ายมากๆ ค่ะ

จุดเด่นของ หยางหมิงชาน ก็คือความเป็นป่าเขาแบบอบอุ่นที่ทำให้มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด โดยเฉพาะดอกไม้ต่างๆ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันผลิบานตลอดทั้งปี ทั้งซากุระ กุหลาบพันปีสีขาว และคาลล่าลิลลี่ เหมาะสำหรับการพาครอบครัว พาคุณพ่อคุณแม่มาพักผ่อนและเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแคมป์ปิ้ง ปีนเขา ปิกนิกกลางแจ้ง แช่น้ำพุร้อน หรือเดินเล่น และปั่นจักรยานชมธรรมชาติ รับรองว่าจะได้เต็มอิ่มกับวิวสีเขียวแบบสุดๆ

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาทำการ: 07.00 – 17.30 .
การเดินทาง: จากไทเปสามารถนั่งรถบัสมาลงที่อุทยานแห่งชาติหยางหมิงชานได้ตามจุดต่างๆ ดังนี้
สาย Red5 จากสถานี MRT Jiantan
สาย 260 จากสถานี MRT Taipei Main Station ทางออก Y6 หรือ MRT Ximen ทางออก 3
ที่อยู่: No.1-20, Zhuzihu Rd., Beitou District, Taipei City (Yangmingshan)

***************************************************************

 3. อุทยานแห่งชาติอาลีซาน
(Alishan)

มาถึง ที่เที่ยวธรรมชาติ ไต้หวัน ยอดนิยม ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด อุทยานแห่งชาติอาลีซาน (Alishan) นั่นเองค่ะ ที่นี่ตั้งอยู่ในเมืองเจียอี้ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน โดดเด่นด้วยความงดงามของธรรมชาติที่ว่ากันว่าใครมา เที่ยวไต้หวัน แล้วไม่ได้มา อาลีซาน ถือว่าพลาดมากๆ บรรยากาศในอาลีซานคือสวรรค์ของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติเลยก็ว่าได้ค่ะ ที่นี่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ทำให้อากาศเย็นสบายตลอดปี ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกซากุระบานอยู่ในหลายๆ พื้นที่ ส่วนช่วงหน้าหนาวก็จะได้เจอกับป่าไม้สีเขียวชอุ่มกับหมอกบางๆ เป็นวิวที่ฟินสุดๆ สามารถเดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลินและไม่มีเหนื่อยเลย

สำหรับการขึ้นไปบนยอดเขาอาลีซาน นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถไฟโบราณชมวิวสวยๆ บรรยากาศดีมากๆ อีกทั้งบนยอดเขาอาลีซานยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีชื่อเสียงที่สุดในไต้หวันอีกด้วย เชื่อกันว่าหากได้มาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาอาลีซานจะถือว่าเป็นมงคลกับชีวิต และได้รับพลังลมปราณจากหมอกบนยอดเขาในยามเช้าที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ได้รับธรรมชาติบำบัดที่แท้จริง ใครพาคุณพ่อคุณแม่มาเที่ยว อย่าลืมพามาซึมซับบรรยากาศที่นี่กันนะคะ

ค่าเข้าชม: NT$ 300
เวลาทำการ: เข้าชมได้ตลอด
การเดินทาง: จาก Taipei Main Station นั่งรถไฟ HSR มาลงสถานี HSR Chiayi ทางออก 2 แล้วต่อรถบัสไป Alishan ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 4.30 ชั่วโมง
ที่อยู่: 605 Taiwan Chiayi County, Alishan Township, No.59, Zhongzheng Village

***************************************************************

 4. เมืองไถจง (Taichung)

ใครเป็นสายธรรมชาติผสมกับสายช้อปปิ้งหน่อยๆ ต้องไม่พลาด เมืองไถจง (Taichung) เมืองใหญ่อันดับ 3 ของไต้หวัน ถิ่นกำเนิดของ ชานมไข่มุก และ ชาบู Hot Pot แห่งนี้เลยจ้า Taichung ไต้หวัน หรือ ไถจง เป็นเมืองใหญ่ที่แวดล้อมไปด้วย ที่เที่ยวธรรมชาติ ไต้หวัน ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Gaomei Wetlands จุดชมพระอาทิตย์ริมป่าชายเลนที่สวยงาม, Maple Garden สวนสวยใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด, หรือ Moncoeur สวนสุดโรแมนติกที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้สวยๆ

ใครเที่ยวไทเปเบื่อแล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศไป เที่ยวไต้หวัน แบบชิลล์ๆ แนะนำให้ไปเมืองไถจงเลยค่ะ เดินทางไม่ไกลจากไทเป ได้ทั้งวิวธรรมชาติและลิ้มรสของกินอร่อยๆ เที่ยวได้ครบในเมืองเดียวเลยค่ะ

การเดินทาง: จาก Taipei Main Station นั่งรถไฟ HSR มาลงสถานี HSR Taichung ประมาณ 1 ชั่วโมง

***************************************************************

 5.ทะเลสาบสุริยันจันทรา
(Sun Moon Lake)

อีกหนึ่ง ที่เที่ยวธรรมชาติ ไต้หวัน ยอดฮิตที่ใครไป เที่ยวไต้หวัน จะต้องไม่พลาดไปเช็คอินที่นี่อย่างแน่นอนนั่นก็คือ Sun Moon Lake หรือเรารู้จักกันในชื่อไทยว่า ทะเลสาบสุริยันจันทรา ไต้หวันนั่นเอง

ทะเลสาบสุริยันจันทรา ตั้งอยู่ในจังหวัดหนานโถว บริเวณภาคกลางของไต้หวัน เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีทิวทัศน์ฉากหลังเป็นภูเขาสวยงาม ซึ่งไฮไลท์ของการท่องเที่ยวที่นี่ก็คือ การล่องเรือ ออกไปชมวิวทิวทัศน์ในทะเลสาบ และแวะเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ รวมถึงถ้าใครพอมีเวลาก็สามารถเดินเล่น ปั่นจักรยาน นั่งกระเช้าไฟฟ้า ขึ้นไปชมวิวจากมุมสูงได้เช่นกันจ้า

ค่าเข้าชม: ฟรี
การเดินทาง: จาก Taipei Main Station นั่งรถไฟ HSR มาลงสถานี Taichung แล้วต่อรถบัส Nantou ไปลงที่ Sun Moon Lake
ที่อยู่: Sun Moon Lake Scenic Area, Yuchi Township, Nantou, Taiwan 555

***************************************************************

6. อุทยานแห่งชาติเย่หลิว
(Yehliu Geopark)

ปิดท้ายด้วย ที่เที่ยวธรรมชาติ ไต้หวัน ที่โดดเด่นและต้องไปให้ได้สักครั้ง ก็คือที่ อุทยานแห่งชาติเย่หลิว (Yehliu Geopark) ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเมืองนิวไทเป ซึ่งเหตุผลที่ทำให้เย่หลิวเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกก็คือ ทัศนียภาพของหินปูนรูปร่างแปลกตาอันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล แรงลม น้ำฝน และการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกนับล้านๆ ปีนั่นเอง

และด้วยความที่อุทยานแห่งชาติเย่หลิว มีลักษณะเป็นแหลมยื่นเข้าไปในทะเล บรรยากาศรอบๆ อุทยานก็เลยสดชื่นดีต่อใจมากๆ อากาศก็เย็นสบาย เหมาะแก่การเดินเล่นถ่ายรูปและชมทัศนียภาพได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นที่เที่ยวไต้หวันใกล้ๆ ที่เหมาะแก่การมาพักผ่อนอีกที่หนึ่งเลยล่ะค่ะ

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ NT$ 80 / เด็กนักเรียนและเด็กอายุ 6 – 12 ปี NT$ 40 / เด็กอายุต่ำว่า 6 ปี หรือมีส่วนสูงต่ำกว่า 115 เซนติเมตรและผู้พิการ เข้าฟรี
เวลาทำการ: 08.00-17.00 .
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน ลงสถานี Taipei Main Station ทางออก 3 แล้วต่อรถบัส KuoKuang สาย 1815 ลงป้าย Yehliu Geopark
ที่อยู่: No. 167-1, Gangdong Rd, Wanli District, New Taipei City
แผนที่:

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก mushroomtravel