บริโภคไข่แดงเกินขนาด เสี่ยงโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

แน่นอนว่าไข่แดงมีคุณค่าทางอาหารสูง มันมีโคลีนช่วยพัฒนาสมอง ทำให้ความจำดี และป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ อย่างลูทีน ที่ช่วยป้องกันรังสีที่จะมาทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อตา

แต่คุณรู้ไหมครับว่า ไข่แดงจะมีอันตรายอยู่ด้วย ตามข้อมูลความรู้จากวารสารทางวิชาการ ‘โรคหลอดเลือดแดงแข็ง’ จาก การศึกษาของ ดร. เดวิด สเปนซ์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ประเทศแคนาดา ที่ลงมือศึกษาคนไข้ชาวแคนาดาอายุเฉลี่ย 61.5 ปี ไม่ต่ำกว่า 1,200 ราย

พบว่าหากกินไข่แดงมากๆ อาจจะทำให้เป็นอันตราย ไม่แพ้กับการสูบบุหรี่เป็นประจำ เพราะคราบไขมันจะจับผนังหลอดเลือด โดยเฉพาะตั้งแต่เรามีอายุย่างเข้า 40 ปี ซึ่งการสะสมดังกล่าวจะนำไปสู่การเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) สำหรับคนหนุ่มสาวที่ยังไม่ถึง 40 ปี และคิดว่าชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล ตอนนี้ยังกินอะไรก็ได้ เราต้องขอเตือนแบบออกตัวแรงๆ ว่าอย่าเพิ่งชะล่าใจไปครับ ควรปรับ พฤติกรรมการกินตั้งแต่วันนี้

 

มือถือ ต้นกำเนิดสิวและโรคร้าย

ทุกวันนี้ โทรศัพท์มือถือ ถือเป็นอวัยวะอีกส่วนสำหรับใครหลายๆคนไปแล้ว เรามักเห็นคนทุกเพศทุกวัยหยิบมือถือขึ้นมาทำโน่นทำนี้ฆ่าเวลาบนรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือแม้แต่เวลาเดิน บางคนเอาขึ้นมาเล่นเฉยๆ บางคนก็ใช้คุยเป็นเวลานานๆ หารู้ไหมว่า โทรศัพท์มือถือเรานี่แหละเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นเยี่ยมของเจ้าพวกแบคทีเรียทั้งหลายเลยแหละ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ลองนึกดูนะครับ มีสักกี่คนที่ทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือบ้าง ห้องน้ำที่ว่าสกปรก ที่หลายๆคนร้องยี้ เรายังล้าง แต่มือถือไม่มีนะครับ!

มัน สกปรกเพราะในวันๆหนึ่งมันต้องสัมผัสกับมือเจ้าของ ที่ไม่รู้ว่าไปจับอะไรมาบ้างในแต่ละกัน ไหนจะวางบนพื้นผิวที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเชื้อโรค ผลการวิจัยพบว่าโทรศัพท์มือถือมีเชื้อโรคมากกว่า “ที่กดชักโครก” ถึง 18 เท่า!! ใช่แล้วครับ 18 เท่า คุณไม่ได้ตาฝาดไปหรอก เจ้าแบคทีเรียที่ว่านี้ เป็นแบคทีเรียที่เมื่อสะสมมากๆเข้าจะมีโทษทำให้เกิดโรคทางลำไส้และท้องร่วงได้ เมื่อ เราจับโทรศัพท์แล้วมาหยิบของกินใส่ปาก หากลองสังเกตเมื่อเราคุยโทรศัพท์นานๆ มักจะมีคราบเหงื่อหรือคราบแป้งทาหน้าติดมากับมือถือเมื่อคุยเสร็จ เมื่อใบหน้าสัมผัสกับมือถือนานๆ อาจเกิดเชื้อโรคตกค้างบนผิวหน้าจนเกิดสิวได้ นี่ก็เป็นอีกปัญหาที่หลายๆคนเป็น แต่ไม่รู้ตัว

สิ่งที่ผมอยากบอกคือ หนุ่มๆไม่ควรละเลยที่จะทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือบ้าง เพราะ วันๆนึง เราใช้งานมันหนักแค่ไหน เผลอๆพอๆกับรถเราเลย แต่เรายังเอารถไปล้างทุกสุดสัปดาห์ แต่กับเจ้ามือถือนี่ไม่มีใครดูแลมัน พูดง่ายๆก็คือ มีแต่ใช้อย่างเดียวนี่แหละ หนุ่มๆ ควรนำสำลีหรือทิชชู่ชุบแอลแกฮอล์มาเช็ดที่ตัวเครื่องซะบ้าง โดยเฉพาะจุดที่ต้องสัมผัสกับใบหน้า และ ส่วนปุ่มกด สัปดาห์ละครั้งก็ยังดี และนำน้ำยาเช็ดกระจกฉีดใส่ผ้านุ่มๆเช็ดหน้าจอให้ใส ใช้มือถือทัชสกรีนแต่จอเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือเป็นเทือกนี่ก็ไม่ไหวนะครับ

นอก จากนี้สำหรับช่างภาพที่ใช้กล้องถ่ายรูปเป็นเครื่องมือ ก็สามารถเจอกับปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะหน้าเราก็สัมผัสกับกล้องเป็นเวลานานๆเช่นกัน โดยเฉพาะใบหน้าที่ต้องสัมผัสกับบริเวณview finderบ่อยครั้งซึ่งทำให้เป็นแหล่งรวมเชื้อโรคเช่นกัน