10 อันดับ ชุดแข่ง หงส์แดง ขายดีสุดในฤดูกาล 2017/18

เพิ่งย้ายมาได้ไม่ทันไรก็กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของสาวก “เดอะค็อป” ไปซะแล้ว!! สำหรับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกความเร็วแสงของ ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดมีการเปิดเผย 10 อันดับ ชุดแข่งขายดีของ “หงส์แดง” ประจำฤดูกาล 2017/18 ส่วนอันดับทั้งหมดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปชมกันได้เลยครับ..

10 อันดับ ชุดแข่ง หงส์แดง ขายดีสุดในฤดูกาล 2017/18

อันดับ 1.) โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : หมายเลข 11
อันดับ 2.) ซาดิโอ มาเน่ : หมายเลข 19
อันดับ 3.) ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ : หมายเลข 10
อันดับ 4.) โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ : หมายเลข 9
อันดับ 5.) อดัม ลัลลาน่า : หมายเลข 20
อันดับ 6.) จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : หมายเลข 14
อันดับ 7.) ซิมง มินโญเลต์ : หมายเลข 22
อันดับ 8.) เอ็มเร่ ชาน : หมายเลข 23
อันดับ 9.) อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : หมายเลข 21
อันดับ 10.) เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : หมายเลข 66

มาดริด พร้อมทุ่มเงิน + 1แข้ง แลกซื้อ โม ซาลาห์

Don Balon สื่อดังของ สเปน ตีข่าว เรอัล มาดริด กำลังให้ความสนใจ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกฟอร์มฮอทของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เข้ามาเสริมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะเดือน มกราคม นี้ แม้ว่าเจ้าตัวจะเพิ่งย้ายมาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ตาม

โดยรายงานเปิดเผยว่า “ราชันชุดขาว” เริ่มลดความสนใจในตัวของ เมาโร อิคาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งของ อินเตอร์ มิลาน เนื่องจากมีค่าตัวที่สูงเกินความเป็นจริง และได้หันมาล็อคเป้า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในการเติมความโหดให้เกมรุก พร้อมกับเตรียมใช้ ลูคัส บาสเกซ ปีกตัวอะไหล่ วัย 26 ปี เป็นของแถมในดีลนี้ด้วย

ทั้งนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เพิ่งได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของทวีป แอฟริกา จาก BBC มาสดๆร้อนๆ หลังจากที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มในระดับ มาสเตอร์พีซ ด้วยการถล่มตาข่ายคู่แข่งไปแล้วถึง 19 ประตู + 6 แอสซิสต์ จากการลงสนาม(ทุกรายการ) 24 นัด ให้กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้

เปิด 5 จุดบอด หงส์แดง เกมเจ๊า ทอฟฟี่ 1-1

หลังจากที่ศึก “เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์” คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล ปะทะ เอฟเวอร์ตัน จบลงไปด้วยผลเสมอ 1-1 ชนิดที่รูปเกม “หงส์แดง” เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกแหลกใส่แผงหลัง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ตั้งแต่เริ่มเสียงสัญญาณนกหวีดจากผู้ตัดสิน แต่ด้วยความผิดพลาดเพียงแค่ครั้งเดียว(เสียจุดโทษ)ทำให้ เจอร์เกน คล็อปป์ ไม่สามารถพาทีมคว้า 3 แต้มในศึกแห่งศักดิ์ศรีครั้งนี้ได้สำเร็จ โดยวันนี้เรามาดูกันว่า 5 จุดบอดของ ลิเวอร์พูล ในเกมดังกล่าวนั้นมีอะไรกันบ้าง..

5 จุดบอดของ ลิเวอร์พูล เกมโดน เอฟเวอร์ตัน ตีเสมอ 1-1

1.) มาเน่ เริ่มเห็นแก่ตัว
– หลังจากการย้ายมาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พร้อมกับสถิติการสังหารตาข่ายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้พักหลัง ซาดิโอ มาเน่ เหมือนไม่อยากน้อยหน้า และเริ่มที่จะผันตัวมาเป็นนักบอล ชายเดี่ยว โดยเฉพาะช่วงท้ายครึ่งแรกที่เพื่อนยืนรอยิงโล่งๆหน้าปากประตูถึง 3 ราย แต่เจ้าตัวดันมา “ใจแคบ” เลือกยิงเอง และบอลหลุดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น

2.) กัปตัน หรือ ตัวแถม?
– เป็นอีกครั้งที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางสายแปะคืนหลัง ยังคงทำผลงานได้อย่างโดนใจกองแช่ง ซึ่งประโยชน์เดียวที่ “หงส์แดง” จะได้รับจาก กัปตัน รายนี้ก็คือการส่งบอลแบบเน้นความปลอดภัย ส่วนสกิลอื่นๆ(ที่ผู้เล่นในตำแหน่ง มิดฟิลด์ ควรจะมี)ไม่ว่าจะเป็นการยิงไกล, จ่ายทะลุช่อง, หรือเลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้ นั้นลืมไปได้เลยจากชายที่ชื่อ “เฮนโด้”

3.) ลอฟเรน คงเส้นคงวา
– แนวรับดีกรีทีมชาติ โครเอเชีย วัย 28 ปี รายนี้ ถือเป็นหนึ่งใน เซ็นเตอร์แบ็ค ที่สร้างความผิดพลาดมาแล้วจนนับไม่ถ้วน นอกเหนือจากความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายแล้ว ดูเหมือนว่า ลอฟเรน จะยังขาดอะไรหลายๆอย่างตามคุณสมบัติที่กองหลังดีๆสักคนควรจะมี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกกลางอากาศ, การตัดบอลที่สุดแสนโฉ่งฉ่าง และสามารถไล่ทำฟาวล์คู่แข่ง(แบบเหว๋อรับประทาน)ได้ทุกที่ของสนาม ไม่เว้นแม้กระทั่งจุดโทษที่เพิ่งเสียค่าโง่ไปให้ดาวรุ่งของ เอฟเวอร์ตัน มาสดๆร้อนๆ

4.) ขาด “เดอะแบก” แทบขาดใจ
– หลังจากที่ เจอร์เกน คล็อปป์ ตัดสินใจถอด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ออกไปพักตั้งแต่นาที 67 ความอันตรายของเกมรุก “หงส์แดง” โดยเฉพาะริมเส้นฝั่งขวา ดูจะไร้ประสิทธิภาพลงไปในทันที และหลังจากที่โดนตีเสมอ ลิเวอร์พูล พยายามจะเร่งเครื่องบุกมากขึ้น แต่ก็ยังดูห่างไกลที่จะได้รับประตูชัยในเวลาที่ไม่มี ซาลาห์ อยู่ในสนาม

5.) คน เยอรมัน ไม่รู้จัก เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้?
– หลังจากที่เห็นรายชื่อ 11 ตัวจริงของ “หงส์แดง” ทำเอาสาวก “เดอะค็อป” หลายคนแอบเซ็งไปตามๆกัน เนื่องจาก เจอร์เกน คล็อปป์ ดูเหมือนจะไม่ได้เน้นอะไรกับศึก “เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์” ในครั้งนี้ แถมยังเก็บผู้เล่นตัวชูโรงอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ รวมไปถึงบรรดามิดฟิลด์อย่าง เอ็มเร่ ชาน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ไว้ข้างสนามเท่านั้น ทั้งๆที่แมตช์กลางสัปดาห์ ลิเวอร์พูล ไม่ได้เจองานหนักถึงขึ้นต้องพักผู้เล่นตัวหลักถึง 4 ตำแหน่งแต่อย่างใด(มีคิวเปิดบ้านพบ เวสต์บรอมวิช)