ออกทริปไปกับกิจกรรมหน้าร้อนของแต่ละชมรมกันว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

กิจกรรมชมรมของนักศึกษา วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) ที่เข้ากับหน้าร้อนแบบสุดๆ มาดูน้องๆ ออกทริปไปกับกิจกรรมหน้าร้อนของแต่ละชมรมกันว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

(1) DIVING CLUB
ผู้ให้ข้อมูล : กวินทร์ มัสสันด์ (เหรัญญิก ชมรม DIVING CLUB)
ทำไมถึงเลือกมาเปิด หรือเข้าชมรมนี้
ตอนแรกชมรมนี้เป็นชมรมน้องใหม่ของ MUIC ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่ส่วนตัวผมเป็นคนชอบว่ายน้ำอยู่แล้ว ได้รับการแนะนำมาจากรุ่นพี่ สมัยนั้นผมอยู่ปีหนึ่งยังไม่รู้จักใครเลย ผมก็ไปสมัครอยู่คนเดียว กะว่าจะไปหาเพื่อนเอาตอนเรียน ที่ผมเลือกเข้าชมรมผมอยากรู้ว่า ข้างล่างใต้ทะเลมันเป็นแบบไหน พอได้รู้ผมเหมือนอยู่ในโลกอีกใบที่ไม่ใช่ทุกคนจะได้เห็นหรือได้สัมผัส ผมเห็นปลาตัวใหญ่ๆ เห็นปลากระเบน 4 เมตรว่ายอยู่บนหัว ว่ายน้ำกับเต่ากับฉลามวาฬ มันเหมือนฝัน แต่มันอยู่ใกล้แค่เอื้อม หลังจากนั้นผมตัดสินใจสมัครเป็นสตาฟ ชมรมดำน้ำทันที และหวังจะบอกเล่าและส่งต่อประสบการณ์ดีๆให้คนอื่นได้เห็นเหมือนกับผม
ชมรมมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้าง
ถ้าเกิดเป็นคนที่ไม่เคยดำน้ำมาก่อนเลย ไม่มีใบอนุญาตดำน้ำ (Diving license) ต้องไปเรียนกับครูสอนดน้ำ (Diving instructor) แบ่งเป็น 3 ภาคบังคับ คือไปเรียนที่สระว่ายน้ำ (Pool session) โดนจะสอนทักษะเบื้องต้นทุกอย่างที่ต้องใช้ในการดำน้ำที่สระว่ายน้ำ เช่น การเคลียร์หูตอนลงน้ำลึก, การหายใจผ่านท่ออากาศ, การทรงตัวระหว่างดำน้ำ และการใช้อุปกรณ์ดำน้ำทั้งหมด ส่วนมากประมาณ 80 เปอร์เซนต์ผ่านกันหมด แต่บางคนไม่ผ่าน เนื่องจากอาการตื่นตระหนก (Panic), อาเจียนบ้างหรือไม่ก็เจ็บหู หูอื้อเนื่องจากแรงดันน้ำในที่ลึก ถ้าเกิดเราผ่านแล้ว เราจะไปทำใบอนุญาติดำน้ำที่แสมสาร จังหวัดชลบุรี (Ocean session) โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นภายใน 2 วัน (เสาร์-อาทิตย์) โดยทางมหาวิทยาลัยจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน ทำให้เมื่อเปรียบเทียบราคาการไปทำใบอนุญาตกับบริษัทดำน้ำข้างนอก ทำกับมหา’ลัยจะค่อนข้างถูกกว่าพอสมควร
เราจะแบ่งกลุมนักเรียน 3 ถึง 4 คนต่อครูสอนว่ายน้ำ 1 คน โดยจะทดสอบทักษะเบื้องต้นที่ได้เรียนที่สระว่ายน้ำทั้งหมดแต่เป็นในสถานที่จริงคือที่ทะเล แบ่งเป็น 3 รอบต่อวัน สองวันคือ 6 รอบ ถ้าเกิดนักเรียนทุกคนผ่านจะจบที่การทำข้อสอบ (Theory session) ถ้าเกิดทุกคนทำข้อสอบคะแนนผ่านเกิด 80 เปอร์เซนต์ถือว่า ผ่านการทดสอบ และจะได้ใบอนุญาติดำน้ำ โดยใบอนุญาติดำน้ำที่ทางชมรมส่วนมากจัดทำให้นักศึกษาจะเป็น 2 ใบหลักๆ คือ Open Water License (ใบอนุญาตดำน้ำสำหรับผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ดำน้ำมาก่อน จำกัดความลึกที่ 18 เมตร) และ Advanced Open Water (สำหรับผู้ที่ถือบัตร Open water อยู่แล้ว จำกัดความลึกที่ 30 เมตร)
หลังจากผ่านการสอบ ชมรมจะจัดกิจกรรมเรื่อยๆ สำหรับนักศึกษาที่ได้ใบอนุญาตดำน้ำเข้าร่วมได้ เช่น ไปดำน้ำที่ชุมพร (เกาะเต่า, หาดทุ่งวัวแล่น) และล่าสุดเราจัดทริปนอกมหาวิทยาลัยไปบาหลี ประเทศอินโดนีเซียกัน จริงๆ แล้วเราจัดทริปไม่ได้แค่จำกัดแค่คนจากวิทยาลัยนานาชาติเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนไม่จำกัดเพศและวัยมาเข้าร่วมแชร์ประสบการณ์ดีๆ กับเราได้ ถ้าใครได้อ่านบทความนี้แล้วอยากเป็นส่วนหนึ่งกับเราก็สามารถติดต่อมาได้เสมอนะครับ

(2) PHOTO CLUB
ผู้ให้ : เมเปิ้ล-ชญานิศ สุวรรณโยธิน
ทำไมถึงเลือกมาเปิด หรือเข้าชมรมนี้
เลือกเข้าชมรมนี้เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบการถ่ายรูปค่ะ การถ่ายรูปทำให้เราได้มองในมุมที่แตกต่างมากขึ้น มองเห็นความสำคัญของสิ่งต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของรูปภาพได้อย่างชัดเจน ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการถ่ายรูป รวมไปถึงการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนที่มีความชอบเหมือนกันในชมรมค่ะ
ชมรมมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้าง
กิจกรรมเด่นๆ ของชมรมถ่ายภาพในเทอมนี้ก็จะมี Photo Classes ค่ะ กิจกรรมนี้ คือ ห้องเรียนสำหรับน้องๆ ที่มีและไม่มีประสบการณ์ในการถ่ายรูป มาเรียนรู้เทคนิคพื้นฐานในการถ่ายรูปและเทคนิคใหม่ๆ ตามหัวข้อในแต่ละครั้งที่เข้าร่วม พร้อมกับ Mini game ภายในคลาสเพื่อให้น้องๆ ได้นำความรู้และเทคนิคมาประยุกต์ใช้ เช่น ในเทอมนี้มีเรื่องของ การจัดองค์ประกอบและการถ่ายรูปแบบ Decisive Moment เป็นต้น
Colorful Mahasawat Series คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่ทางคลับจัดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ เป็นกิจกรรมที่น้องๆ จะได้ไปถ่ายรูปแต่ละสถานที่ภายในชุมชน เพื่อที่จะนำรูปเหล่านั้นไปประกวดและทำเป็นหนังสือท่องเที่ยวของชุมชนมหาสวัสดิ์ จุดประสงค์ของกิจกรรม คือ การประยุกต์ใช้ความรู้และเทคนิคที่ได้รับจาก Photo Classes เพื่อที่จะดึงจุดเด่นของแต่ละสถานที่ผ่านภาพถ่ายและเรียนรู้วิถีความเป็นอยู่ของชุมชนในละแวกมหา’ลัย

(3) CYCLING CLUB
ผู้ให้ข้อมูล : เจน-จุฑามาศ นฤภัย (ประธาน ชมรม Cycling Club)
ทำไมถึงเลือกมาเปิด หรือเข้าชมรมนี้
เจนก็ได้ทำหน้าที่เป็นประธานชมรม MUIC Cycling Club ตั้งแต่ปลายปี 2017 จนปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว และปีนี้ก็จะเป็นปีสุดท้ายด้วยค่ะ สาเหตุที่เจนได้เข้ามาจอยชมรมนี้ ก็ไม่มีอะไรมากเลย คือ เจนเจอเพื่อนที่ดีมากๆ ต้องบอกก่อนว่า ไม่ได้มีพื้นฐานในการชอบกีฬาจักรยานเป็นพิเศษ เคยแต่ปั่นไปตลาด ไปเรียนพิเศษ แถวบ้าน แต่ด้วย Cycling ก็เป็นกีฬา Outdoor ซึ่งเราก็ชอบกีฬาประเภทนี้อยู่แล้ว ก็เลยตัดสินใจลงคลาสนี้ตอนเรียนปี 2
เจนได้เจอ Teacher Assiatants (TA) ที่เป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกันแล้วรู้สึกว่า ‘เออ การที่เราได้เจอเพื่อนที่ดี แล้วเค้าได้พาเราไปทำสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างเช่นการเล่นกีฬาเนี่ย มันก็ดีมากเลยนะ’ ก็เลยจากเป็นเพื่อนนักเรียนในคลาส พวกเราก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วมันก็ทำให้เจนได้ใช้เวลากับการปั่นจักรยานไปกับพวกเขา จน Cycling ก็เป็นกีฬาที่ช่วยคลายเครียดให้ร่างกาย รวมถึงการเปิดโลก ท่องเที่ยว การรับฟังผู้คน การให้กำลังใจกันละกัน ตอนปั่น หลอมรวมอยู่ในทัศนคติของเจนนับแต่วันนั้น ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับเพื่อนที่เป็น TA และ Cycling เลยค่ะ ที่เค้าได้ส่งต่อเรื่องดีๆ แบบนี้ให้เรา
ชมรมมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้าง
กิจกรรมพีคๆ เลย ก็มีพวก Weekly ride ที่เราจะ Offer เวลาตอนเย็น ระหว่างวีคให้นักศึกษาได้มาปั่นชมศาลายากันชิลๆ อารมณ์ประมาณ Beginner ถึง Intermediate ride ค่ะ นอกจากนี้ก็มีออกไปปั่นที่สวนพุทธมณฑล ริมคลองมหาสวัสดิ์ นาบัว สวนกล้วยไม้ ร้านต้นไม้ ไปตลาดน้ำดอนหวาย ไปสัมผัสวิถีธรรมชาติของชนบทแถวนั้น ปั่นไปวีคละที่ ตามที่กล่าวมา อากาศดีมาก นอกจากจะปั่นกับเพื่อนนักเรียนในมหา’ลัยแล้ว ก็จะมีเพื่อนแลกเปลี่ยนชาวต่างชาติที่อยากไปปั่นด้วยกัน เพราะเขาอยากชมวิถีชิวิตแบบนี้ของไทย รวมถึงเพื่อนนักเรียนไทยก็มีค่ะ มาปั่นกันชิลๆ After class และในแต่ละเทอมก็มี One day trip ไป ตลาดน้ำ และก็ Training ride ช่วงเสาร์-อาทิตย์ กับ Coach และ Adviser ของพวกเรา (ชื่ออาจารย์ Larid Allan) ก็จะได้เทรนแบบถึงพริกถึงขิง สำหรับสายปั่นโหดๆ
รวมถึงชมรมเคยจัด Cycling camp มีไปปั่นขึ้นที่เขาใหญ่ จันทบุรี ราชบุรี กาญจนบุรีก็ไปมาแล้ว อันนี้สำหรับสายไม่โหด แต่ถึกทนก็ไปได้ ทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจ และไปต่อ Keep going!!! ส่วนอันสุดท้าย คือ Community service ครั้งหนึ่งที่ไปสอนวิธีการใช้กฎตามท้องถนนป้องกันอุบัติเหตุในหมู่บ้าน ให้กับเด็กน้อยแถวปิ่นเกล้าค่ะ น้องๆ น่ารักมาก สำหรับเทอมต่อๆ ไป เราก็ยังมี Trip และ Events อีกมากมายรออยู่ ใครที่ชอบปั่นเหมือนกันก็ฝากชมรม MUIC Cycling Club ไว้ด้วยนะคะ

Posted in Uncategorized

เรื่องกินยังเป็นเรื่องใหญ่ ซัมเมอร์ฮอตรอบนี้ไปอัพเดทร้านใหม่ๆกัน

เรื่องกินยังเป็นเรื่องใหญ่ ซัมเมอร์ฮอตรอบนี้ไปอัพเดทร้านใหม่ๆ ของชาวสีชมพู จุฬาฯ กันดีกว่า “Di Cafe By Monomer” คาเฟ่ในย่านเมืองใกล้กับ BTS ราชเทวี ทางออก 3ในบรรยากาศร้านสไตล์ Industrial สุดอบอุ่น มีสองชั้นทั้งชั้นบนที่เป็นมุมส่วนตัวไว้นั่งทำงาน อ่านหนังสือเพลินๆกับชั้นล่างเป็นมุมนั่งเก๋ๆและมีโซนสินค้าของดีไซเนอร์คนไทยมาวางขายอีกด้วยส่วนเมนูอาหารมีทั้งอาหารไทยและอิตาเลี่ยนเมนูที่โดดเด่นอย่างต้มยำกุ้ง รสชาติจัดจ้านถูกปากวัยรุ่นตบท้ายด้วยขนมและเค้กโฮมเมดสุดฟินคนไหนที่มาแล้วไม่ได้ลองถือว่าพลาดมาก

เปิดทุกวันเวลา7.00-20.00 น.สามารถเข้าไปดูร้านได้ที่FB : Di Cafe by Monomer Hostel

Posted in Uncategorized

ในช่วงซัมเมอร์หน้าร้อนที่กำลังขึ้นถึงขีดสุด ต้อนรับปกแคมปัส-สตาร์ด้วยแฟชั่นสดใสของสองสาวสุดฮอต พิ้งค์-พิชามญชุ์ จันทร์ตรง และบัว-มัชชิมา ปลื้มปิติวิริยะเวช

นักแสดงสาวดาวรุ่งมาแรง กับการเรียนที่รัก และกิจกรรมคลายร้อนสุดแนวที่แสนประทับใจของแต่ละคน

การเรียนของสองสาวสวย
พิ้งค์ : เรียนปี 1 คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ ม.เกษตรศาสตร์ รู้สึกว่ามันเป็นคณะที่เรียนจบไปแล้วต่อยอดได้หลากหลายอาชีพ พอไปเรียนก็ยาก แต่สนุกดี ได้วิเคราะห์เศรษฐกิจ แต่ก็ต้องอ่านหนังสือเยอะ เพราะต้องรู้ทั้งเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่ก็ชอบเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์มหภาค เกี่ยวกับเศรษฐกิจในประเทศของเรา มันน่าสนใจดี

บัว : เรียนปี 1 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล วิชาเอกวิชาเอกการแสดงและกำกับการแสดงภาพยนตร์ มศว เพราะชอบในด้านนี้ อยากทำทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ก็คือปกติจะชอบดูหนังอยู่แล้ว ชอบเป็นพิเศษก็คือแนวสะท้อนสังคม เพราะมันมีความหมายลึกซึ้งดี เราอินกับมัน มันสอนเราหลายๆ อย่าง ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มเรียน แต่เจอรุ่นพี่ก็แนะนำเรื่องการติดตามดูหนังที่เข้าโรงทุกเรื่อง รวมถึงนอกโรงทุกเรื่อง เพราะเราต้องชอบมันจริงๆ และอยู่กับมันได้ตลอด

ชาวแก๊งสองสไตล์
พิ้งค์ : ของหนูในคณะที่สนิทมี 8 คน ผู้หญิงหมดเลย ก็ออกแนวเฮฮา เรียนแล้วก็เล่นพอๆ กัน (หัวเราะ) ที่สนิทกันได้เพราะนิสัยที่เฮฮา บ้าๆ บอๆ เหมือนกันค่ะ ที่สนิทมากๆ ก็มีคนชื่อ “ครีม” เจอกันวันรับน้อง เจอกันแบบตลกมาก คือหนูเป็นคนขี้ลืม จำคนผิด เข้าใจว่าครีมคือคนที่นั่งใกล้หนู เลยไปยืนคุยกับเขา ปรากฏไม่ใช่คนละคนกัน ก็เลยรู้จักตั้งแต่นั้นมาก แต่คือเขาก็นิสัยดี เข้ากับคนง่ายเหมือนเรา คุยกันได้ทุกเรื่อง ชอบกินอะไรเหมือนๆ กันด้วย เพื่อนๆ เลยชอบตั้งฉายาให้หนูว่า “ปลาทอง” ก็มาจากความขี้ลืมนี่แหละ
บัว : เท่าที่เจอในวันไปสัมภาษณ์นะคะ ก็เจอรุ่นพี่และเพื่อนๆ ประมาณ 15 คน ก็รู้สึกเพื่อนๆ เฟรนลี่ เป็นกันเอง ตลก เข้ากันได้ง่าย เพราะในสาขาจริงๆ ก็น่าจะเป็นนักแสดงกันหมดประมาณ 30-40 คนได้ ก็เป็นแนวลุยๆ กันหมดแหละ เพราะคงต้องอดหลับอดนอนไปออกกองกันตลอด ก็มีที่สนิทสุดประมาณ 2-3 คนค่ะ เป็นผู้หญิงที่เม้าท์กันได้ นิสัยเฮฮาคล้ายๆ กัน

ให้เปรียบตัวเองเป็นไอศกรีมชนิดหนึ่ง คิดว่าเป็นรสอะไร
พิ้งค์ : รสมิ้นท์ละกันค่ะ เหมือนรสไอศกรีมที่ชอบกิน เป็นคนคูลๆ เฟรนลี่ เฮฮา เส้นตื้น เข้ากับคนง่าย แต่ข้อเสียคือเป็นคนขี้ลืมมากๆ แบบพูดไปแบบหนึ่งก็จะลืมว่าพูดอะไร หรือว่ากลางวันกินอะไรเข้าไป อาการหนักเนอะ (ฮา)
บัว : รสเชอร์เบ็ทเลยค่ะ เปรี้ยวๆ สดใส ร่าเริง แต่ข้อเสียก็คือพูดเยอะเกินไป เหมือนพูดไม่ถูกเวลา เขาซีเรียสกันอยู่ ก็เดินไปพูดให้โดนด่ากลับมา อย่างเคยไปแบบเอ้ย ทำอะไรกันอะ สดใสมาก (หัวเราะ) เพื่อนหันมาแบบอย่ามายุ่งเลย ผิดเวลามาก วิธีคลายร้อนในแบบฉบับของตัวเอง
พิ้งค์ : เป็นคนไม่ชอบหน้าร้อน ปกติจะชอบอยู่บ้านเปิดแอร์ เล่นโทรศัพท์ เพราะเป็นคนติดโทรศัพท์มาก แบบนั่งเล่นไอจี ดูที่กิน ที่เที่ยว หรือดาราไปเรื่อย แต่ถ้าร้อนมากๆ บางทีก็ออกไปหาไอศกรีมกินตามคาเฟ่น่ารักๆ บ้าง เอาจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ อยากลงไปแช่ในถังน้ำแข็งเลยด้วยซ้ำเวลาร้อนมากๆ เพราะหนูเป็นคนขี้ร้อน
บัว : หนูชอบหน้าร้อนค่ะ เพราะเป็นคนขี้หนาว แล้วรู้สึกว่าหน้าร้อนมืดช้า กลางวันมันก็จะสดใส สดชื่น ทำอะไรก็สบายๆ เวลาว่างๆ ถ้าไม่นอนอยู่บ้านดูหนัง ก็อาจจะไปหาอะไรทำที่ห้างรับแอร์เย็นๆ บ้าง แต่เคยร้อนมาก เบื่อมาก แล้วอยู่ๆ ก็ชวนเพื่อนขับรถไปพัทยาเลย บอกว่าอยากไป เพื่อนก็ขับพาไป พอถึงทะเล หาที่พัก ดึกๆ ก็ออกมาเดินเล่นริมหาด อารมณ์แบบไม่ได้แพลนเอาไว้ก็มี

ไอเท็มเก๋ๆ ที่ขาดไม่ได้ และแฟชั่นรับหน้าร้อน
พิ้งค์ : สเปรย์น้ำแร่ ฉีดแล้วจะสดชื่นมากๆ ต้องพกในกระเป๋าตลอด หน้าร้อนก็จะชอบใส่แขนกุด หรือสายเดี่ยว โทนฟ้า-ขาว กับกางเกงยีนส์ แล้วก็รองเท้าผ้าใบ
บัว: แว่นกันแดด ทุกหน้าร้อนไปทะเลต้องมีเลย ส่วนแฟชั่นหน้าร้อน ก็เสื้อเอวลอย หรือเสื้อยืด กับกางเกงขาสั้น ใส่แล้วมันสบายมากๆ
ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น
พิ้งค์ : ส่วนใหญ่จะขับรถไปพัทยากัน ไปถ่ายรูปริมหาด เดินริมหาดชิลๆ แต่ช่วงนี้กำลังคิดว่าจะไปเที่ยวทะเลระยองกันบ้าง อาจจะนั่งรถตู้กันไป หรือขับรถไปกันเอง แต่ก็คือเคยมีทริปซัมเมอร์ออกค่ายตอนปิดเทอมของคณะที่จำไม่ลืมเลย ไปที่สระบุรีกันทั้งแก๊งค์ เหมือนรุ่นพี่ชวนไป เราก็นึกว่าจะได้ไปเที่ยวกัน เก็บกระเป๋าร่าเริงเตรียมไปถ่ายรูปอย่างดี แต่พอไปถึงไม่ได้ไปเที่ยวค่ะ หลอกเราให้ไปทาสีฉาบปูน กิจกรรมเพื่อสังคม ก็เหนื่อยมาก กลับมาดำเลยอะ (หัวเราะ)
บัว : เป็นคนชอบไปเที่ยวอยู่แล้ว ทั้งไปทะเลทั่วเลย หรือไปเชียงใหม่ขึ้นดอย อากาศเย็นๆ ก็มีทริประทึกอยู่ทริปหนึ่งเหมือนกัน ไปดำน้ำกับครอบครัวที่เกาะๆ หนึ่ง เราก็นั่งเรือใหญ่ไป เพราะวันนั้นคลื่นแรงมาก เขาไม่ให้นั่งสปีดโบ๊ต แล้วทั้งลำเมาเรือกันหมดเลย นั่งอยู่ในเรือ ขยับไปไหนก็ไม่ได้เกือบสองชั่วโมงครึ่ง สุดท้ายไปถึงก็คุ้มค่านะคะ มันสวยมาก เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยด้วย ส่วนต่างประเทศไม่เคยไปเลย เป็นคนไม่ชอบขึ้นเครื่องบินนานๆ มันอึดอัด แต่ล่าสุดนัดกับเพื่อนสิ้นเดือนนี้ว่าจะลองไปญี่ปุ่นสักครั้ง เพราะประเทศเขาสวย มีที่เที่ยวเยอะ มีรถไฟฟ้าทั่วถึง การคมนาคมก็สะดวก คงต้องลองขึ้นเครื่องบินดูว่าจะรอดมั้ย

ประสบการณ์รักแบบฮอตๆ ครั้งแรกของสาวน้อยวัยใส
พิ้งค์ : ตอนม.ต้นแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง แต่ไม่กล้าบอกเขา จนเขาจบมัธยมไปแล้ว ก็มีเพื่อนเขามาบอกว่าเขาก็ชอบเรา แต่คือจบไปแล้วไง เพราะต่างคนต่างไม่กล้าบอกกันนี่แหละ
บัว : ตอนม.2 แอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง ได้เรียนพิเศษด้วยกัน ก็ได้คุยกันเรื่อยๆ อยู่เป็นปี เราก็แอบชอบพี่เขามาตลอด จนสุดท้ายเลยตัดสินใจบอกไปว่าชอบเขา เขาก็เออ ชอบเราเหมือนกัน เลยได้คุยกันต่อ (ยิ้ม)
เลือกหนุ่มสักคนไปเที่ยวคลายร้อนกันหน่อยดีกว่า
พิ้งค์ : เจเจ-กฤษณภูมิค่ะ คือชอบไนน์บายไนน์ไง เกือบทั้งวง ถ้าได้ไปเที่ยวด้วยก็อยากไปที่มัลดีฟส์กันค่ะ เป็นเกาะที่สวยมาก คงเป็นความประทับใจที่ไม่ลืม
บัว :เลือกพี่ซันนี่ ชอบคนเฮฮา ถ้าไปกันเราคงเป็นทีมที่สนุกมากแน่ๆ คือไปเที่ยวก็อยากได้ความสนุก อาจจะไปเดินขึ้นดอยที่เชียงใหม่ ไหว้พระ คลายร้อนแบบชิลๆ

สเปกหนุ่มโดนใจ และสเปกที่ต้องหนีให้ห่าง
พิ้ง : ชอบคนขาวๆ ตี๋ๆ หน่อย แบบเจเลอร์หรือสกาย ฮอร์โมน ส่วนที่ไม่ชอบก็คนหยาบคาย รับไม่ได้เลยค่ะ
บัว : ชอบคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า มีความคิด ดูแลเราได้ ไม่ชอบคนขี้โม้ พูดแล้วทำไม่ได้ ไม่รักษาคำพูด คือหนูเป็นคนขี้รำคาญ ใครมาแบบเดี๋ยวจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ให้ดู แล้วไม่ทำสักที เราก็โอ้ย รำคาญมาก ถ้ามีคนเข้ามาได้กลิ่นอายแบบนี้ เราจะถอยออกมาเลยอะ ขยาดไม่กล้าคุยด้วย

FIRST OFPINK
ชื่อ :พิชามณชุ์ จันทร์ตรง
การศึกษา :ปี 1 คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันเกิด : 20 กรกฎาคม 2543
ส่วนสูง : 168ซม.
น้ำหนัก : 45กก.
นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ :รถ ติด จัด
คติประจำใจเวลาเรียน :There is no elevator to success, You have to take the stairs.
วิชาเรียนน่าเบื่อ :Microeconomics
แหล่งช้อปปิ้ง:เซ็นทรัลลาดพร้าว
สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงในมอของเรา :อยากให้น้ำไม่ท่วม
เป้าหมายในอนาคต : ทำธุรกิจส่วนตัว
ผลงาน : TOP 20 THAISUPERMODEL 2019
IG :ppinkkyyy

FIRST OFBUA
ชื่อ :บัว-มัชชิมา ปลื้มปิติวิริยะเวช
การศึกษา :ปี 1 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล วิชาเอกวิชาเอกการแสดงและกำกับการแสดงภาพยนตร์ มศว
วันเกิด : 4 สิงหาคม 2544
ส่วนสูง : 160 ซม.
น้ำหนัก :42 กก.
นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ :เรียน เล่น เที่ยว
คติประจำใจเวลาเรียน :อดทนเพื่อความสำเร็จ
ไอดอลในมอ: พี่เซ้นต์-ศุภพงษ์
แหล่งช้อปปิ้งใกล้มอ:เทอมินอล 21, ตลาดรถไฟรัชดา
เป้าหมายในอนาคต: เป็นเบื้องหน้าและเบื้องหลังเกี่ยวกับภาพยนตร์และซีรีส์
ผลงาน : ซีรีส์บังเอิญรัก, Pleases เสียงเรียกวิญญาณ, ถ่ายแบบเอ็มไทย
IG :buaabmp

Posted in Uncategorized