ปีใหม่กับหลักสูตรใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ม.ธรรมศาสตร์ VS ม.เชียงใหม่

หลักสูตรใหม่ๆบวกกับการก้าวตามความทันสมัยในเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต ทำให้สองมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยที่ไม่คิดจะหยุดนิ่ง ผุดหลักสูตรน่าสนใจใหม่ๆ ขึ้นมาให้เหล่าน้องๆ เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนกัน จะเป็นหลักสูตรอะไรที่น่าสนใจเรามาดูกันเลย

(ม.ธรรมศาสตร์)
หลักสูตรใหม่ที่กำลังจะมี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พร้อมพัฒนาด้านเทคโนโลยีให้เป็นไปตามยุคสมัย ให้มีการเรียนการสอนทางเลือกอาชีพใหม่ๆ มากยิ่งขึ้นสำหรับเด็กรุ่นใหม่ จึงเตรียมเปิดหลักสูตรใหม่ต้อนรับปีใหม่ 5 อาชีพแห่งอนาคต หนึ่งในนั้นคือ หลักสูตรนวัตกรรมและการแปรรูปทางดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรม ที่มีความเกี่ยวข้องกับงานด้านระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลดิจิทัล และการพัฒนาข้อมูลทางเทคโนโลยี ในโลกปัจจุบันหลายองค์กรทั้งในและต่างประเทศ มักเคยถูกเจาะเข้าระบบจากแฮกเกอร์ (Hacker) เพื่อนำข้อมูลขององค์กรไปเผยแพร่หรือสร้างความเสียหายให้กับองค์กรเหล่านั้น จึงจำเป็นต้องมีผู้รักษาความปลอดภัยระบบดิจิทัล (Cyber Security) หรืออาชีพที่คอยตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินระบบออนไลน์ขององค์กร เพื่อเป็นการอุดช่องโหว่ และลดโอกาสการโดนแฮกจากบุคคลภายนอก


จุดเด่นที่ทำให้น่าเรียน
เป็นคณะที่ปัจจุบันยังมีจำนวนผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ไม่มากนัก ส่งผลให้อาชีพผู้รักษาความปลอดภัยระบบดิจิทัล จึงมีรายได้สูงสุดถึง 14 ล้านบาทต่อปี (อ้างอิงจากในสหรัฐอเมริกา) โดยผู้ที่มีโอกาสได้เรียนใน หลักสูตรนวัตกรรมและการแปรรูปทางดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรม จะได้ไปศึกษาในสถานประกอบการจริงกับบริษัทชั้นนำต่างๆ ได้
(เครดิต : www.tu.ac.th/thammasat-new-course-new-occupations)

(ม.เชียงใหม่)
หลักสูตรใหม่ที่กำลังจะมี
วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล เพื่อสนับสนุนนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (นโยบายประเทศไทย 4.0 หรือThailand 4.0) โดยมีการเพิ่มหลักสูตรใหม่ๆ ขึ้น จำนวน 4 หลักสูตรด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมดิจิทัล หลักสูตร 4 ปี ที่มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความเข้าใจเท่าทันต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ บูรณาการณ์ความรู้จากศาสตร์ต่างๆ สามารถประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาสินค้า บริการ และแผนธุรกิจใหม่ ทั้งราชการธุรกิจ หรือสังคม บนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลทั้งระดับชาติและนานาชาติ

จุดเด่นที่ทำให้น่าเรียน
จุดเด่นของหลักสูตรนี้ คือ การสร้างทักษะนักศึกษาให้มีความสามารถด้าน Digital Literacy ด้วยความพร้อมทั้ง เครื่องมือ อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยี เช่น Private Cloud Server (Hyper-convergence) ที่ใช้กับข้อมูลจำนวนมากในการคำนวณขั้นสูงและมีความสลับซับซ้อน ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยคอมพิวเตอร์ปกติ, Virtual Machine Server ใช้ในการจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการให้มีจำนวนมากโดยใช้ Hardware เพียงเครื่องเดียว ทั้งนี้นักศึกษาสามารถเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทั้ง 4 ปี หรือเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2 ปี และไปเรียนต่อในต่างประเทศอีก 2 ปี
(เครดิต : www.icdi.cmu.ac.th)

Posted in Uncategorized

โฮสเทลสไตล์โมเดิร์นแนวใหม่สุดเก๋ในซอยสุขุมวิท 97

“All Day Hostel” ในซอยสุขุมวิท 97ที่การเดินทางแสนง่ายลงจากบีทีเอสบางจาก เดินเข้าซอยเพียง 50 เมตรก็ถึงที่ แวดล้อมด้วยร้านเซเว่นและสตรีทฟู้ดต่างๆ มากมาย เดินเข้าไปภายในก็แสนโปร่งโล่งสบาย และเต็มไปด้วยลวดลายกราฟฟิตี้น่ารักๆ สีสันสดใสตลอดทางเดิน ตั้งแต่ชั้น 1 ไปถึงชั้น 3

ที่นี่มีห้องพักแบบพักรวมและแบบห้องเดี่ยวหลากหลายสไตล์ ห้องพักรวมมีทั้งหมด 7 ห้องให้เลือกทั้งแบบ 4 เตียง 6 เตียง 8 เตียง ถึง 10 เตียง ส่วนห้องเดี่ยวเป็นเตียงคู่ ที่เน้นโทนสีเทาฟ้าขาวเรียบง่าย สบายตา พร้อมอุปกรณ์ในห้องครบครันนอกจากนั้นยังมีพื้นที่ส่วนกลางนั่งเล่นสำหรับแขกที่ชั้น 3 มีทั้งคอมพิวเตอร์ ทีวี ครัวเล็กๆ และมุมสวนเล็กส่วนใครเบื่อๆ หิวๆ ก็สามารถลงไปนั่งรับประทานที่ห้องอาหารชั้น 1 ได้ด้วย ต้องเปลี่ยนบรรยากาศมาอยู่เองถึงจะรู้ โดยโทรสอบถามได้ที่ 02-102-7597, 095-728-6397 หรือดูได้ที่ www.alldayhostel.com

 

Posted in Uncategorized

ต้อนรับปีใหม่ที่ท้าทายในชีวิตมากขึ้น กับคณะใหม่สุดครีเอทที่น่าสนใจมากๆ

คณะใหม่สุดครีเอทที่น่าสนใจมากๆ ในหมู่นักศึกษา อย่างวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่มีหลักสูตรที่ผสมผสานความเป็นวิทย์และศิลป์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว หลักสูตรการเรียนการสอนแนวนี้จะยังไงบ้าง ไปฟังเรื่องเล่าจากนักศึกษารุ่นแรกๆเทอร์โบ-ธนกฤต สายธารธรรม และโจ-อรจิรา วัจฉละญาณ ปี 1 สาขาวิชาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับกันดีกว่า

จุดเริ่มต้นเข้าคณะเปิดใหม่
โจ : ที่บ้านทำสายนี้อยู่แล้ว แล้วเห็นว่าเป็นคณะแปลกใหม่ที่ไม่ใช่มีแค่วิทยาศาสตร์ แต่เป็นวิทย์กับศิลปะมารวมอยู่ด้วยกัน
เพราะตัวหนูเรียนสายศิลป์ภาษามา มันก็น่าสนใจดี แต่ตอนสอบเข้าหนูสมัครด้วยการยื่นพอร์ตเข้ามา เป็นพอร์ตดีไซน์ภาพวาดพวกแหวนสร้อยค่ะ เพราะชอบวาดรูปอยู่แล้ว แต่ตอนสัมภาษณ์ก็ตื่นเต้นมาก เพราะเราเรียนมาทางสายศิลป์ แต่จริงๆอยู่ที่การเตรียมความพร้อม เราต้องทำการบ้านมาดีๆ อาจารย์ก็จะถามเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการมาเรียน รู้มั้ยว่าวิทยาลัยเรียนอะไรบ้าง เพื่อดูความสนใจของเราจริงๆ เพราะรอบที่รับตรง ยื่นพรอ์ตเข้ามาทุกคนที่มาสมัครก็จะมีความสนใจอยากเข้ามากๆเหมืือนกับเรา เราจึงต้องเตรียมตัวมาดีพอสมควรเลยค่ะ
เทอร์โบ : ผมสอบเข้ามาโดยตรง แล้วเรียนศิลป์ภาษาเหมือนกัน ก็ต้องไปทบทวนวิทย์มากหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะใจเราอยากเข้าที่นี่ ที่เลือกที่นี่ ผมคิดว่ามันแปลกดี ไม่ค่อยมีใครพูดถึง เวลาคุยกับเพื่อน เพื่อนจะชอบบอกว่า จะเข้าบริหาร นิเทศฯ อักษร แพทย์ วิศวะฯลฯ ก็เลยอยากลองเข้ามาดู ตอนสัมภาษณ์ก็โดนเรื่องสายทางภาษาเหมือนกัน เพราะผมเรียนฝรั่งเศสมา แต่จริงๆการเรียนที่นี่ ภาษาก็สำคัญเหมือนกัน เราเรียนหลักสูตรสองภาษาครับ

จุดเด่นการเรียนการสอนในวิทยาลัย
โจ : ตอนนี้เรียนได้เทอมหนึ่งแล้วค่ะ ได้เรียนวิชาพื้นฐานอย่างเคมี ฟิสิกส์ แล้วก็แคลคูลัส ส่วนวิชาในสาขาจะเป็นวิชาการเจียระไน ที่ได้เข้าห้องแล็ปลงมือทำจริงๆ เลยรู้สึกตื่นเต้นมาก แล้วก็มีวิชาออกแบบดีไซน์ วาดมือ ลงโปรแกรมคีย์ค่าพลอยต่างๆ ส่วนตัวหนูจะชอบดีไซน์มากๆ แล้วจุดเด่นที่นี่ก็คือการเรียนสองภาษา อาจารย์จะพูดเป็นภาษาอังกฤษกันทุกคน ซึ่งมันก็ค่อนข้างดี ทำให้เราต้องพยายามฝึกตัวเองให้ฟังพูดอ่านเขียน สามารถสื่อสารให้ได้มากขึ้น ตอนนี้ก็รอขึ้นชั้นปีต่อไปรอเรียนวิชาที่น่าสนใจอีกหลายๆวิชา เช่น การวิเคราะห์เพชร พลอย การผลิตซึ่งพี่ๆก็เล่าให้ฟังว่าเราจะได้ลองทำแหวนทำสร้อยข้อมือเป็นของตัวเอง

เทคนิคการเรียนสไตล์เด็กจิวCCI
โจ-เทอร์โบ : ในห้องเรียน จะใช้การจดเท่าที่จดได้ ทุกอย่างที่อาจารย์สอนจะอยู่ในสมุดจด ถ้าเราไม่เข้าใจก็ถามได้ตรงนั้น เราจะมีข้อมูลทุกอย่างที่ใช้เอามาอ่านสอบได้ ถ้าเป็นพวกงานดีไซน์ก็ต้องอาศัยการหาแรงบันดาลใจ หาสไตล์ของตัวเอง ส่วนในเรื่องวิชาทางด้านวิทย์เราอาจจะไม่มีพื้นฐานเท่าคนอื่น ก็ต้องขยันเรียนกว่าคนอื่นหน่อย แต่ก็คิดว่ามันไม่ได้ยากจนเกินไป ถ้าพยายาม และเราก็มีเพื่อนๆมีพี่ๆช่วยเหลือกันช่วยกันติว

สายอาชีพในอนาคต
โจ : ส่วนตัวหนูอยากเปิดแบรนด์ของตัวเอง อาจจะไม่เฉพาะจิวเวลรี่ แต่ทั้งจิวเวลรี่แอคเซสเซอรี่แล้วก็มีเสื้อผ้าด้วย เพราะจริงๆเราอยู่ในวิทยาลัยเราสามารถเลือกเรียนวิชาเสริมจากสาขาอื่นอย่างแฟชั่นได้ จริงๆ คือในสายนี้จบไปแล้วก็สามารถทำได้หลายอย่างทั้งเป็นดีไซน์เนอร์ เปิดธุรกิจของตัวเอง หรือจะไปสายทางนักวิทยาศาสตร์ ดูเพชรพลอยในอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ได้

เพื่อนๆ ชาวแก๊งค์หลากสไตล์
โจ : ในรุ่นมีกัน 30 คน ก็มีทุกสไตล์ ทั้งห้าว ตลก เสียงดัง หรือเงียบๆ ความเป็นวิทยาลัย มันไม่ใช่วิทย์จ๋า หรือศิลป์จ๋า เราต้องมีหัวศิลปะ แต่ก็ต้องมีวิชาการไปในตัวด้วย อาจจะต้องมีความคิดเป็นระบบมากกว่าคนอื่นหน่อย คือเราก็นัดกันติวพวกวิชาพื้นฐานอย่างแคลคูลัสบ้าง เพราะไม่มีพื้นฐานเหมือนๆ กัน ส่วนในด้านวิชาภาคก็จะมีวิชาที่ต้องไปลงพื้นที่จริงเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ อยู่แล้ว

ฝากถึงน้องๆ ที่สนใจคณะใหม่สุดครีเอท
โจ-เทอร์โบ : คณะนี้เป็นคณะใหม่ที่น่าเรียน เพราะมันรวมอะไรใหม่ๆ เข้าด้วยกัน เอาศิลปะกับวิทย์มาผสมกัน พื้นฐานวิทย์ก็ต้องมีมาบ้าง แต่ก็ไม่อยากให้เครียดจนเกินไป เตรียมตัวเท่าที่เราจะทำได้ดีที่สุด แล้วที่นี่ก็มีตั้ง 3 สาขา ทั้งอัญมณี แฟชั่น โปรดักซ์ ที่นี่เราอยู่แบบเป็นครอบครัวถึงแม้จะเป็นครอบครัวเล็กๆ เราจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากอาจารย์ผู้สอนอย่างทั่วถึง ใครสนใจออกแบบด้านไหนก็เข้ามาดูได้เลย แต่ละสาขาก็เป็นสายเฉพาะทางที่จบไปแล้วมีงานทำแน่นอน จริงๆเห็นพี่ๆบางคนจะมีงานทำก่อนเรียนจบด้วยซ้ำ

 

Posted in Uncategorized