Author Archives: teenphraewphan
สวยหวาน มีสไตล์ แอน-แอนนา เสืองามเอี่ยม ปี 2 คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
(1) ความมุ่งมั่นเข้า ม.เกษตรศาสตร์
หนูชอบมหา’ลัยนี้อยู่เเล้วค่ะ ตอนเลือกแอดหนูลงที่นี่หมดทุกอันดับเลย แล้วส่วนตัวหนูเนี่ยชอบงานด้านการบริการค่ะ เคยทำงานพาทไทม์มาก่อนแล้วรู้สึกมีความสุขเวลาเห็นลูกค้าแฮปปี้ บวกกับชอบคำนวณอยู่ด้วยเลยเลือกเรียนสาขานี้ เพราะสาขาการโรงแรมนี้เป็นหลักสูตรบริหาร ตอบโจทย์มากๆ
(2) ความฝันที่ซ่อนอยู่
จริงๆ ความฝันในอนาคตที่อยากจะทำ คือ อยากเป็นแอร์ค่ะ ที่อยากทำเพราะว่าอาชีพนี้จะได้ทำงานบริการบวกกับได้ท่องเที่ยวด้วย คงจะสนุกน่าดู
(3) กิจกรรมดนตรียามว่าง
กิจกรรมยามว่างถ้าเป็นสมัยมัธยมของหนูจะเข้าชมรมดนตรีไทยค่ะ หนูสีซอเป็นด้วยนะ 555 เวลาเราได้ซ้อมเนี่ยสามารถฝึกสมาธิและเสียงดนตรีก็สามารถทำให้เราผ่อนคลายไปในตัวด้วยนะคะ
(4) บอกความเป็นตัวเองกันหน่อย
หนูเป็นคนใจเย็นมั้งคะ แบบไม่โกรธใครง่ายๆ ถ้าคนนั้นไม่ผิดจริงๆ แล้วก็พร้อมให้อภัยเสมอถ้าเรื่องนั้นไม่เลวร้ายจนเกินไป และก็จะเป็นคนที่ชอบคิดอะไรแบบเกินๆ ไป แบบมองโลกในแง่ดีมากเกินไป มองโลกในแง่ร้ายมากเกินไป ซึ่งอะไรที่เกินไปมันไม่ดี แต่ทำยังไงก็ปรับไม่ได้สักที
(5) สวยเตะตาซื้อเลย
หนูเป็นคนแต่งตัวไม่ค่อยเป็นเลยค่ะ แต่ค่อนข้างชอบซื้อพวกรองเท้า เป็นคนที่ไม่ติดแบรนด์นะ เดินเจอเตะตาอันไหนชอบคือเข้าไปถามราคาแม่ค้าเลยค่ะ

(6) ต้องเรียนรู้และสัมผัสด้วยตัวเอง
หนูไม่มีสเปคค่ะ ไม่มีเลย ถ้าสมมุติเราเจอคนที่ใช่จริงๆ เราจะสัมผัสเองได้ แบบรู้ได้ด้วยตัวเองว่าคนนี้คือใช่ ทุกคนก็เป็นเหมือนกันใช่มั้ยคะเวลาเจอคนที่ชอบ
ชื่อ : แอน-แอนนา เสืองามเอี่ยม
การศึกษา : ปี 2 คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว ม.เกษตรศาสตร์
วันเกิด : 10 พฤศจิกายน 2541
ส่วนสูง : 173 ซม.
หนัก : 52 กก.
กิจกรรมยามว่าง : ดูหนัง, ฟังเพลง, อ่านหนังสือ
ความสามารถพิเศษ : เล่นดนตรีไทย, เดินแบบ, ถ่ายแบบ
คติประจำใจ : ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ
ผลงาน : โฆษณาดัชมิลล์, รางวัลชนะเลิศ นางนพมาศมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
IG : anna_snga
อุล-ภาคภูมิ พิธีกรหนุ่มหล่อเซอร์สายฮาเจนเนอเรชั่นใหม่จากช่อง 23 เวิร์คพอยท์
อุล-ภาคภูมิ จงมั่นวัฒนา จากการเรียนสายบริหารธุรกิจที่ไม่ตรงกับบุคลิกของตัวเอง จนมาค้นพบความถนัดทางด้านเอนเตอร์เทนเนอร์ในตอนที่เรียน แต่กว่าจะตามหาความฝันจนได้ทำในสิ่งที่รักเป็นอาชีพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ภายใต้เบื้องหน้าที่เฮฮาเบื้องหลังกลับไม่ฮาอย่างที่คิด
นักศึกษาหนุ่มหล่อผมยาวคณะบริหารธุรกิจ
จบจากคณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการ ม.เกษตรศาสตร์ ด้วยความที่ตอนเลือกมหา’ลัยที่บ้านทำธุรกิจอยู่ แล้วก็ไม่รู้จะเรียนอะไร ก็เรียนไปเผื่อทำงานต่อที่บ้าน ไปปีแรกๆ นี่ไว้ผมยาวเท่าราวนม ทุกคนชอบมาทักว่าเรียนศิลปะหรือเปล่า ไม่เข้ากับบุคลิกเลย แต่พอปี 3 เริ่มตัดผม ก็มีโมเดลลิ่งติดต่อให้ถ่ายโฆษณา เราก็ค้นพบความถนัดของตัวเองว่า ชอบเอนเตอร์เทนท์คน เพื่อนก็อยากให้เราไปอยู่ในกลุ่ม วิชาความรู้ไม่ค่อยมี อาศัยเฝ้าโน้ตบุ๊คได้ ไปซื้อกับข้าวได้ เอามันไปพรีเซ้นท์งาน (ฮา) แต่เรื่องเรียนตอนแรกไม่ชอบบัญชีเลย มันยากมาก โชคดีได้เพื่อนดี เพื่อนติวให้ ก็พากันไปจนรอด ผมว่าสิ่งสำคัญคือการคบเพื่อน เราต้องมีเพื่อนที่รักดี เราอาจจะสนุกไปด้วยกันได้ แต่เขาไม่ได้พาไปเกเร ไปหลงผิด แต่ต้องพากันไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ก็คือการศึกษาหาความรู้และคว้าใบปริญญาไปฝากคุณพ่อคุณแม่ให้ได้
จุดเริ่มต้นความฝัน
จบใหม่ๆ รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร ผมเชื่อว่าผมทำได้ เราไม่ได้ขอเงินแม่ตั้งแต่ปี 4 คิดว่าถ้าเราพยายามไปแคสบ่อยๆ มันก็น่าจะมีงานแต่ละเดือนได้ ก็ไปแคสนายแบบโฆษณาเป็นหลัก แต่มีช่วงหนึ่งที่ไปเรียนต่อโทการตลาด ด้วยความที่เราไม่รู้จะตอบคนที่มาถามแม่ว่าลูกทำงานอะไร จะว่าเป็นนายแบบโฆษณา ก็ดูเป็นนายแบบที่ประหลาดๆ ต้องรูปร่างดีกว่านี้ เราเป็นคนก๋องก๋อย กลัวแม่อายว่าลูกไม่ทำงาน เลยไปเรียนเพื่อให้แม่ตอบคนอื่นว่าลูกเรียนอยู่ แต่เรียนได้ปีหนึ่งเป็นช่วงที่ได้เข้ารอบ 20 คนในเดอะ คอมเมเดียนไทยแลนด์พอดี ก็เลยดร็อปเรียนไป ซึ่งมันเป็นการประกวดที่ทำให้ผมได้ประสบการณ์เยอะมากจากเวทีนี้
จุดหักเหชีวิตพิธีกรสายฮา
จุดหักเหชีวิตมาจากรายการเดี่ยวดวลไมค์ จริงๆ ตัวเองไม่ได้เป็นคนพูดเก่งอะไร แค่เป็นคนชอบเก็บเรื่องราว ชอบดูตลกแล้วจด ก็เลยรู้สึกมันน่าสนใจจัง เวทีนี้เหมือนได้ปล่อยของ ในทุกๆ รอบที่เข้าไป ก็ได้เจอทีมงานที่เก่งมาก ได้เรียนการพูด ได้เจอครูเงาะคือสุดยอด ก็ได้รองแชมป์มา แล้วเวิร์คพอยท์ก็เริ่มให้ผมเข้ามาเป็นพิธีกรรายการต่างๆ ซึ่งรู้สึกตัวเองโคตรโชคดีมาก ผมได้วิชาจากพี่หม่ำ พี่หม่ำช่วยผม ส่งมุกให้ผม ได้เป็นพิธีกรคู่กับพี่โอ๊ต ผมได้อยู่กับสองปรมาจารย์ทั้งทางตลกคาเฟ่กับตลกเน็ตไอดอล ชีวิตผมมีความสุขมาก เหมือนเราได้เรียนรู้ไปด้วย ไม่ใช่กูชิล กูสบาย ผมรู้สึกว่า ผมต้องทำตัวเองให้มันเหมาะสมกับที่เขาให้โอกาสเราทำ เราต้องทำตัวเองให้คู่ควร เราต้องฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ
เบื้องหลังความฮาที่ซ่อนน้ำตาไว้
ช่วงแรกที่เข้าไปอยู่ในชิงร้อยชิงล้าน โคตรเกร็งเลย ความเป็นตลก เราพยายามไม่ได้เลยนะ ถ้าเราตั้งใจเกินไป มันตาย แล้วมันยากมากที่ต้องไปอยู่เคียงข้างพี่เท่ง พี่โหน่ง พี่หม่ำ เหมือนคนเตะบอลเลียบทางด่วนที่ต้องไปเตะบอลกับโรนัลโด เขาเล่นดีกันอยู่แล้ว จังหวะเขาได้ จะไปสุ่มสี่สุ่มห้าเลี้ยง ส่งบอลให้เขาทางไหนดี สุดท้ายยืนเฉยๆ คนก็ด่าอยู่ดีว่า มึงมายืนทำอะไร มันเกร็งไปหมด จนได้พี่หม่ำช่วย ทุกวันนี้ก็ดีขึ้นระดับหนึ่ง แต่ในโลกออนไลน์ก็ยังมีคนด่าอยู่ แต่ผมรู้สึกว่า มันเป็นเหมือนบันไดขั้นหนึ่งที่เราต้องผ่านไปให้ได้ เวลาเจอปัญหาเราจะแข็งแรงขึ้น สิ่งเดียวที่ผมทำ คือ ผมพยายามสู้ไม่ยอมแพ้ ท้อได้ แต่อย่าเพิ่งถอย ถ้าผู้ใหญ่เขาให้เราทำ ก็แปลว่าเขาเห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา ผมก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด สักวันหนึ่งเราต้องทำได้ สู้ต่อไป ทาเคชิ นี่คือคติสอนใจของผม (ยิ้ม)





















