ละครเวทีเทิดพรเกียรติ พญามังรายหลวง ผลงานละครเวทีเทิดพระเกียรติ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

ละครเวทีเทิดพรเกียรติ พญามังรายหลวง
ที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 755 ปี จ.เชียงราย และครบรอบ 45 ปีของ มรภ.เชียงราย โดยผลงานละครเวทีเทิดพระเกียรติ “พญามังรายหลวง” มีนักศึกษาร่วมแสดงกว่า 250 คน

ความเป็นมาของเรื่อง
เรื่อง “พ่อขุนเม็งราย” ได้แต่งเป็นบทละครขึ้น โดยอาศัยโครงเรื่องจากพงศาวดารโยนกที่เขียนโดย พระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค) เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพ่อขุนเม็งรายกษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ ที่ทำการปราบพวกมอญจนราบคาบ และจัดแสดงเป็นแบบละครดึกดำบรรพ์ แต่จุดประสงค์ของการแต่งบทละครเรื่องนี้ คือ ต้องการเล่นละครเท่านั้น ดังที่ผู้ประพันธ์ สมภพ จันทรประภา เขียนไว้ในเกริ่นเรื่องว่า
“ละครที่จัดเล่นครั้งนี้จัดเป็นเพียงละครเท่านั้น ไม่ใช่ตำนาน ไม่ใช่พงศาวดาร เพราะนางจวงจันทร์ก็ดี พระมหาเทวีก็ดี ที่เป็นเจ้านายฝ่ายในเมืองลำพูน ไม่มีปรากฏในพงศาวดาร มีแต่อยู่ในจินตนาการของผู้เขียน นอกจากนั้นผู้เขียนไม่ได้ออกนอกรอยของประวัติศาสตร์แต่ประการใด” จากข้อความดังกล่าวทำให้ทราบได้ว่า ผู้ประพันธ์ได้แต่งบทละครเรื่องนี้ขึ้นโดยรักษาประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นอย่างดี แต่การแต่งบทละครย่อมจะมีการเสริมหรือเพิ่มความสำคัญของตัวละครขึ้นบางเพื่อความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

รื่องย่อ “พ่อขุนเม็งราย หรือ พญามังรายหลวง”
พ่อขุนเม็งราย กษัตริย์เมืองเชียงรายได้เสด็จมาเมืองลำพูน และได้พบกับอ้ายฟ้าทหารคนสนิทที่ลอบเข้ามาสืบข่าวเมืองลำพูนที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของมอญ โดยมีพระยายีบาปกครองอยู่ พ่อขุนเม็งรายนั้นคิดจะยึดเมืองลำพูนคืนจึงได้ลอบเข้ามาจนพบกับนางจวงจันทร์ผู้เป็นบุตรีของพระยายีบา เมื่อพระมหาเทวีประภาจับได้ว่าทั้งสองลักลอบพบกันก็โกรธ เพราะตั้งใจไว้ว่าจะยกนางจวงจันทร์ให้กับเจ้ากรุงหงสาวดี พ่อขุนเม็งรายออกอุบายลงโทษอ้ายฟ้าด้วยการเฆี่ยนตี แล้วปล่อยกลับไปลำพูน เมื่ออ้ายฟ้ากลับมาหาพระยายีบาแล้ว ก็ได้รับใช้ใกล้ชิดจนเป็นที่วางพระทัยของพระยายีบา
ครั้นสบโอกาสอ้ายฟ้าก็แกล้งปล่อยข่าวให้ร้ายพระยายีบาและสรรเริญพ่อขุนเม็งรายไปพร้อมๆ กัน เมื่อเมืองลำพูนเกิดความระส่ำระสาย อ้ายฟ้าก็แจ้งไปยังพ่อขุนเม็งรายจนสามารถยึดเมืองคืนมาได้ และได้ฆ่าพระยายีบาตาย ทำให้นางจวงจันทร์นั้นโกรธมาก พ่อขุนเม็งรายจึงส่งนางและพระมหาเทวีประภาไปอยู่หงสาวดี แล้วให้ทหารไปเชิญพ่อขุนรามคำแหง และพระยางำเมืองเพื่อนสนิทมาช่วยกันสร้างบ้านแปลงเมืองใหม่ต่อไป

จุดเด่นของการแสดง
ฉากขบวนแห่ พญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหง มาร่วมสร้างเมืองกับ พญามังราย ที่ยืนเด่นเป็นสง่าพร้อมกันทั้ง 3 พระองค์ พร้อมเครื่องแต่งกายของตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์จาก ฝีมือ อ.โกมล พานิชพันธ์ นักปราชญ์ ผ้าโบราณ จาก จ.แพร่ และขบวนช่างฟ้อนที่สวยงามสไตล์ล้านนาของนักศึกษาหญิงร่วมร้อยคน

คุณค่าที่คิดว่าผู้ชมจะได้รับจากการชม
ชื่นชมในความสามารถของนักศึกษาทั้งชายและหญิง มร.ชร. กว่า 250 ชีวิต บนเวทีใหญ่ อลังการ ตระการตาด้วย ฉาก สี เสียง แสง และยังเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ ครั้งแรก ครั้งประวัติศาสตร์ของ จังหวัดเชียงรายที่เกี่ยวข้อง “พญามังรายหลวง” ที่แสดงในถิ่น ที่พระองค์เป็นกษัตริย์องค์แรกที่ เป็นผู้สร้างเมืองเชียงราย พ.ศ.1805

ฝากผลงานที่จะมีครั้งต่อไป และฝากถึงผู้ที่สนใจ
ผลงานที่แสดงออกบนเวที ย่อมสะท้อนถึงคุณภาพของผู้แสดง ที่ได้รับความชื่นชมจากผู้ชมว่า เป็นระดับละครมืออาชีพ แม้ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อน แต่ทุกคนรับผิดชอบและตั้งใจและให้ใจกับงานจนงานออกมาดีเกินคาด ได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง จากผู้ชม ทั้ง 4 รอบ ทั้งบทบาท น้ำ เสียง และลีลา ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานใดๆ ก็ตามขอให้มีความสามัคคี มีวินัย มีความรักกับงาน ที่ได้รับผิดชอบ และพยายามทำให้ดีที่สุดเหมือนการแสดงละครในครั้งนี้
หากมีโอกาสแสดงอีกก็ขอให้เก็บข้อบกพร่อง ตกหล่น ที่เป็นอุปสรรคที่ผ่านมา มาเป็นบทเรียนและแก้ไขต่อไป ให้บังเกิดผลดีที่สุด และจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆให้กว้างระดับนานาชาติด้วยเพื่อให้ทุกๆ คนได้ชมฝีมือการแสดงของนักศึกษา ม.ราชภัฏเชียงราย ว่ามืออาชีพแค่ไหน

Posted in Uncategorized

บทสัมภาษณ์การเรียนการสอนที่โดดเด่นในคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามผ่านผ่านนักสื่อสารรุ่นใหม่

ถ้าพูดถึงคณะที่มีการทำกิจกรรมร่วมกัน ในบรรยากาศเฮฮาและสนุกสนาน หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นคณะนิเทศศาสตร์ คณะที่เน้นให้สาวๆ หนุ่มๆ รุ่นใหม่กล้าแสดงออก วันนี้เลยอยากพาไปทำความรู้จักกับการเรียนการสอนที่โดดเด่นในคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม โดยผ่านนักสื่อสารรุ่นใหม่อย่าง ออย-เจนนิสา ชาตรีนันท์ตั้ม-ธนกร วิจิตรสกุลรัตน์ กันดีกว่า

เหตุผลที่เลือกเข้าเรียนที่นี่
ออย : ตอนนี้เรียนปี 4 สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ค่ะ ที่เลือกคณะนิเทศศาสตร์ ม.สยาม เพราะว่าคณะนิเทศศาสตร์ที่นี่เด่นที่สุดแล้วในฝั่งธน แล้วด้านประชาสัมพันธ์ก็เป็นการเรียนที่สามารถทำพีอาร์ได้หลายอย่าง ไม่ได้เจาะจงไปด้านเดียวค่ะ
ตั้ม:เรียนปี 4 วิชาการประชาสัมพันธ์เหมือนกัน ส่วนตัวผมที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า อยากเรียนรู้ว่าการพีอาร์คืออะไร จะได้นำความรู้ไปโปรโมตกับสินค้าที่บ้านได้ด้วย

ความประทับใจแรกเข้าคณะ
ออย :ตอนแรกที่เข้ามายังไม่ได้เลือกสาขา ก็เข้ามาเรียนพื้นฐานโดยรวมก่อน ให้เรารู้ว่าเราอยากจะเรียนสาขาอะไร เข้ามาแรกๆ ก็เกร็ง เพราะที่นี่ใหญ่ เข้ามาคนเดียวไม่มีเพื่อนด้วย แต่พอได้เจอเพื่อนๆ ได้เจออาจารย์ เพื่อนๆ ก็แนวเดียวกับเรา คือไม่จริงจัง สบายๆชิลล์ๆ ไม่เหมือนคณะอื่นๆ อาจารย์ทุกคนก็เป็นกันเอง แล้วพอได้เข้ามาเรียนประชาสัมพันธ์ ก็คิดเลยว่าเราเลือกไม่ผิด
ตั้ม:ชอบนิเทศศาสตร์ที่มันไม่ได้เป็นการเรียนในกรอบ เป็นการเรียนนอกกรอบ ไม่ต้องมียูนิฟอร์มเหมือนอย่างคณะอื่นๆ อย่างคณะเภสัชเขาจะมีชุดกราวของเขา แต่ของเรานิเทศจะแต่งตัวหลากหลายกันมาก แต่ละสาขาก็จะมีเสื้อสาขา ซึ่งเน้นใส่สบายและเหมาะกับการเรียนการสอนที่เน้นทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ

ความเปลี่ยนแปลงที่ได้มาเรียนนิเทศตลอด 4 ปี
ออย-ตั้ม:การเรียนจะเน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ทุกวิชา อย่างมีการจัดอีเว้นท์ การออกบูท จะจัดอีเว้นท์ยังไงให้คนสนใจเรามากที่สุด ซึ่งเราต้องทำงานกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันนำกระบวนการความคิดทางด้านการประชาสัมพันธ์มาใช้ในชีวิตจริงให้ได้ แล้วเราก็นำไปใช้ชีวิตประจำวันได้ด้วย ในแง่การทำธุรกิจ ทำโปรโมตช่องทางไหนที่คนจะเข้าหาได้มากที่สุด ทำยังไงให้คนเห็นในสินค้าของเรา อีกอย่างที่ได้ฝึกคือการกล้าพูดกล้าคุย ต้องฝึกเข้าหาผู้คน ต้องพูดเก่ง รู้อันไหนสมควรพูด อันไหนไม่สมควรพูด

เน้นเรียนทั้งยากและง่ายให้บาลานซ์กัน
ออย-ตั้ม:เทคนิคการเรียนสำหรับเราคือ เราจะมีวิชาทั้งยากและง่ายปนกันไป ถ้าวิชาที่มันยากจริงๆ เราก็ต้องตั้งใจเรียน ไม่เข้าใจตรงไหน ก็สอบถามอาจารย์ทันที แล้วต้องเอากลับไปทบทวนที่บ้านด้วย ส่วนที่วิชาที่ง่ายก็ทำให้เราสนุกกับการเรียน ไม่เครียด ไม่กดดัน อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา
เอกลักษณ์เด่น นี่แหละนิเทศฯ ม.สยาม

ออย-ตั้ม: สไตล์ของเด็กนิเทศจะมีหลากหลายมากๆ แต่ละคนจะมีความติสท์ มีแนวทางของตัวเอง ไม่ค่อยสนใจใคร อยู่กันเป็นกลุ่ม หรือบางคนอยากอยู่คนเดียวก็แยกตัวไปเลย การแต่งตัวก็ไม่เหมือนกัน บางทีเราเห็นว่าแต่งตัวชุดนอกมา แต่พวกเขาเข้าเรียน บางคนเรียนเก่งด้วย การแต่งกายแบบไหนก็ไม่ได้ตัดสินว่าคุณจะเรียนเก่งไม่เก่ง มันอยู่ที่ความตั้งใจของแต่ละคนมากกว่า แล้วเด็กสายเราจะมีการออกบูทกันตลอด เราก็จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่มตลอดเวลา มีการวิดิคอลกันแบบเห็นหน้า หรือมีการช่วยกันติวก่อนสอบ โดยไม่จำเป็นจะต้องอยู่ด้วยกัน
แนะนำน้องๆ รุ่นถัดมา

ออย :สำหรับที่ม.สยาม อยากให้เข้ามาเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ เป็นตัวเลือกที่น้องๆ เรียนสนุก ไม่เครียด มีทั้งเรียนในห้อง และทำงานจริงๆ ทุกคนที่นี่เป็นกันเองทั้งอาจารย์ เพื่อนๆ และรุ่นพี่แล้ว นิเทศฯ น่าจะเป็นอะไรที่ทุกคนต้องการกันอยู่แล้ว เพราะเราใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย ถ้าสนใจก็ลองเข้ามาดูกันนะคะ

Posted in Uncategorized