Author Archives: teenphraewphan
มาดูของที่สาวๆ ชาวมอ ขาดไม่ได้ ต้องมีไว้ในห้องนอนของตัวเองกัน
(1) อิง-ธนัชชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ปี 1 อักษรศาสตร์จุฬาฯ
“ตู้เก็บของ ตู้โชว์ค่ะ ขาดไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองของเยอะมีตู้เอาไว้ใส่ของก็จะดีแล้วมีช่วงที่เราสะสมบาร์บี้ด้วย เอาใส่ตู้โชว์ก็สวยดี”
(2) เฟิร์น-ชญานิษฐ์ สิริกุลภัค ปี 1 อักษรศาสตร์จุฬาฯ
“ตุ๊กตาค่ะ เอาไว้ประดับห้อง ตกแต่งห้อง เป็นตุ๊กตาอะไรก็ได้ที่เห็นแล้วรู้สึกน่ารักก็ได้หมดเลย อยากเอามาวางในห้อง”
(3) นัท-ณัฏฐณิชา ดำเนินพิริยะกุล ปี 3 บริหารธุรกิจม.อัสสัมชัญ
“โต๊ะค่ะ เป็นโต๊ะไว้ทำงาน ชอบวางของเยอะ แล้วทำงานบนเตียงก็ไม่ค่อยชอบด้วย มันไม่สบาย ทำให้ปวดหลัง เลยชอบที่จะมีโต๊ะมากกว่าค่ะ”
(4) นัท-ณิชนันทน์ ขิวขนาน ปี 3 แพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล
“ตู้ลิ้นชักเล็กๆ เอาไว้จัดเก็บของให้เป็นระเบียบ อาจจะเอาไว้ใต้โต๊ะแต่งหน้า เอาไว้เก็บอุปกรณ์แต่งหน้า เครื่องสำอางต่างๆ”
(5) เบนซ์-ธัญลักษณ์ สายพัทลุง ปี3แพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล
“โคมไฟตั้งโต๊ะค่ะ รู้สึกว่าต้องใช้ อาจจะไม่ต้องมีสไตล์มาก แต่ใช้งานได้ ให้ความสว่างกำลังดี เราชอบความสะดวกไม่ต้องลุกไปปิดไฟห้อง”
(6) ปังปอนด์-ชนกกานต์ปี 4 เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ
“กระจกบานใหญ่ๆ หรือกระจกบานที่เห็นเต็มตัวค่ะ รู้สึกว่าขาดไม่ได้ เวลาจะออกไปไหนเราก็ต้องเช็คตัวเองก่อน เป็นของใช้ประดับบ้านที่ต้องมีเลยค่ะ”
4 ทริคสุดเป๊ะ สำหรับคนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ
เพื่อนๆ คนไหนกำลังวางแผนไปเรียนต่อต่างประเทศอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวยังไง จะต้องทำการติดต่อสถาบันการศึกษาอย่างไร และไม่รู้ว่าจะต้องหาที่พักระหว่างเรียนได้จากที่ไหน ในบทความนี้เรามีคำตอบเกี่ยวกับปัญาเหล่านี้มาบอกกันค่ะ
1. ติดต่อสถาบัน/ตัวแทนที่สนใจ
หลังจากที่เราตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปเรียนต่อทางด้านไหนและสถาบันอะไร ก็ให้เราทำการติดต่อกับทางสถาบันการศึกษานั้นโดยตรง หรือติดต่อกับตัวแทนที่เราสนใจ โดยปกติแล้วเราจะต้องทำการกรอกแบบฟอร์มของทางสถาบันเสียก่อน แล้วรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา เพื่อสอบถามข้อมูลส่วนตัวของเราและความสนใจที่จะเข้าเรียนต่อในสาขาวิชาดังกล่าว
2. รู้สาขาวิชาที่ต้องการ แต่ไม่รู้จะเรียนที่ไหน
สำหรับเพื่อนๆ ที่รู้แล้วว่าต้องการเรียนต่อด้านไหน แต่ไม่รู้ว่าควรเรียนที่ไหน ประเทศอะไร ก่อนที่เราจะติดต่อไปที่สถาบันหรือตัวแทนให้เราลองถามตัวเองก่อนว่า ชอบอยู่แบบไหน ในเมืองหรือนอกเมือง ชอบอยู่แบบธรรมชาติเยอะๆ หรือเปล่า ฯลฯ หลังจากนั้นจึงทำการติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อคำแนะนำให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่เราต้องการ
3. รู้ระยะเวลาที่เรียน ก่อนลงทะเบียน
เลือกเมืองหรือประเทศที่ต้องการไปเรียนต่อได้แล้ว ต่อมาเราก็ต้องรู้ด้วยว่าสาขาวิชาที่เราต้องการลงเรียนใช้เวลาเรียนเท่าไหร่ และมีวิธีการรับสมัครอย่างไร เช่น คนที่ต้องการเรียนต่อด้านภาษา โดยส่วนใหญ่แล้วสถาบันจะเปิดรับนักเรียนใหม่ทุกๆ วันจันทร์ แต่เราไม่ต้องกลัวที่จะเรียนไม่ทันหรือไม่รู้เรื่อง เพราะเมื่อเราไปถึงที่สถาบันแล้วจะต้องทำการสอบวัดระดับภาษาเสียก่อน เพื่อจัดหาห้องเรียนที่เหมาะสมกับความสามารถทางด้านภาษาของเรา ฯลฯ
4. เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนเดินทาง
เมื่อรู้วันที่เริ่มเรียน ระยะเวลาที่ใช้เรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่จะช่วยเราในเลือกสถานที่พัก เลือกสายการบิน และช่วยในการจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อมเพื่อทำการขอวีซ่า (สำหรับคนที่ติดต่อไปที่ตัวแทน) สำหรับคนที่ไม่ได้ติดต่อผ่านตัวแทนแต่ติดต่อไปที่สถาบันโดยตรงจะต้องทำการเลือกที่พักเอง เลือกสายการบินเอง และเตรียมเอกสารเองทั้งหมด ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เกิดความล่าช้า (ต้องระวังกันให้ดีเลย เพราะมันอาจจะทำให้เราเตรียมตัวไม่ทันก่อนเปิดเรียน) พอทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็รอเวลาเดินทางได้เลยค่ะ




















