สาวน้อยเสียงหวานจากเวที The Voice 5 ไอซ์-ธมลวรรณ

ไอซ์-ธมลวรรณ กอบลาภธนากูลที่ตอนนี้มาอยู่ในค่าย i am และล่าสุดกับซิงเกิ้ลเพลงนำกลับมาคัพเวอร์ใหม่ “โสดกะปริบกะปรอย” ของปอ-อรรณพ ที่นำมาทำเป็นจังหวะบอสซ่าใสๆ อีกด้านหนึ่งของสาวไอซ์ที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน และลุคส์การแต่งตัวมิกซ์แอนด์แมตซ์สไตล์เว่อร์ชั่นนักศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ ศิลปากร ที่ใครเห็นจะต้องหลงรักความติสท์เก๋ๆ ของเธอ

ICE’S STYLE

                “ตอนนี้เพิ่งเข้าเรียนคณะดุริยางศาสตร์ เอกธุรกิจดนตรี ศิลปากร ได้เทอมหนึ่งแล้ว ตอนแรกมีลังเล เลือกไว้สามคณะ คือ นิเทศฯ บริหาร แล้วก็ดนตรี แต่พอได้เจอเอกธุรกิจดนตรี ก็เหมือนสามคณะมารวมกัน ก็โอว มันครบทุกอย่างเลยเลือกเรียนที่นี่ค่ะ เข้ามาเรียนก็ยากตรงเรื่องบริหารจัดเวลาตัวเอง เพราะเราทำงานไปด้วย ร้องเพลงไปด้วย ก็ต้องแบ่งเวลาให้ดี โชคดีที่อาจารย์เข้าใจ เรียนก็สนุกด้วย เพื่อนมีแค่ 36 คน เรื่องแฟชั่นการแต่งตัว ตอนแรกทุกคนเข้ามาไม่เหมือนกัน มาจากคนละที่ แต่พอมาอยู่รวมกัน สไตล์เราก็เริ่มคล้ายๆ กัน สังคมกลืนกิน (หัวเราะ) อย่างสไตล์เด็กศิลปากรก็จะติสท์ๆ มีความเป็นตัวเองสูงอยู่แล้ว ผู้ชายผมยาว ผู้หญิงผมสั้นสลับกัน การแต่งตัวฮิปๆ เสื้อตัวใหญ่ๆ ตอนแรกหนูก็เข้ามาแบบเด็กธรรมดา แต่พอเห็นคนแต่งตัวเท่ เพื่อนในกลุ่มมี 5-6 คน ก็จะมีคนแต่งวินเทจเด่นๆ ไปเลย เราก็เริ่มตามมีวันนี้อยากแต่งเหลือง ก็จะมีเสื้อเหลือง ผ้าโพกหัวสีเหลือง ถุงเท้าเหลือง มีความแว่นวินเทจหน่อยๆ เพราะช่วงนี้เหลืองมัสตาร์ดมาแรง แต่คือปี 1 มันก็ยังอยู่ในระเบียบต้องใส่กระโปรงคลุมถึงตาตุ่ม รองเท้าสีขาว ก็เลยถ้าเป็นชุดนักศึกษาก็จะมีแค่ต่างหู ผ้าโพกหัว กระเป๋าผ้าหนึ่ง ถุงเท้าน่ารักๆ หน่อย ก็ออกมาเรียนได้แล้ว”

EARRINGS :

ชอบใส่แบบห่วง ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แต่ไม่เยอะมาก อย่างมากก็แค่สองรูค่ะ

TURBAN :

ผ้าโพกหัวมันเริ่มจากตอนมัธยมทำอะไรไม่ได้มาก ผิดระเบียบ พอเข้ามอปุ๊บ หัวโล่ง ทำไงดี แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มดัดผม ผมหยิกๆ จะชอบโพกผ้าแบบเป็นสามเหลี่ยม เราเริ่มเห็น เพื่อนเริ่มแนะนำ คราวนี้ทุกคนก็จะมากันหมด แบบเป็นโบคาดเลยก็มี แล้วหนูชอบท่องไอจี อย่างผ้าโพกหัวกับถุงเท้าจะสั่งในไอจี แล้วถ้าวันไหนนัดกับเพื่อนว่าเฮ้ย วันนี้เราจะไปยังไง ถ้าสมมุติผ้าโพกหัวสีแดง ถุงเท้าก็จะสีแดงให้มันแมตซ์กัน ในเน็ตก็จะดูว่ามีลายไหนบ้าง แต่ส่วนใหญ่โบก็จะเน้นสีโทนมืดๆ หน่อย สีกรม สีเทา แต่ถุงเท้าจะสีสดใสเยอะหน่อย บางทีก็ไปเจอเขาจัดเป็นเซ็ทไว้เหมือนกัน เราก็เออๆ งั้นเอา ที่บ้านมีเยอะหน่อยก็ถุงเท้านี่แหละ

BAG :

ชอบถุงผ้า สั่งในไอจีเหมือนกัน ไม่เน้นลายเยอะ แต่เน้นใส่ของไปเรียนได้ หนูไม่ชอบถือของเยอะ บางทีใส่ทั้งแฟ้ม กล่องดินสอ ใส่คอมฯ เข้าไปในใบเดียว เพราะเรียนส่วนใหญ่จะเน้นทำรายงาน ทำสไลด์โปรเจคโน่นนี่ก็ใช้คอมฯ เยอะหน่อย นอกนั้นก็เป็นจิปาถะกระเป๋าตังค์ เพาเวอร์แบงก์ แล้วก็ลิปสติก ซึ่งสีเดียวกันหมด (หัวเราะ) แต่คนละยี่ห้อนะ หนูชอบขนไป

 

เรื่องเม้าๆ ประจำเดือนนี้ของสาวๆจะมีเรื่องไหนฮาบ้างมาดูกัน

(1) CHERRY

เชอรี่-จุฑาทิพย์ เสียงหวาน ปี 1 คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เรื่องเม้าท์กับกลุ่มเพื่อน

“ถ้ามีหนุ่มหล่อเดินผ่านกลุ่มเชอรี่ก็จะมีเรียกเพื่อนให้หันมามองด้วยกัน อาจจะเอาศอกสะกิดเพื่อนหน่อยแบบ เฮ้ยๆ คนนี้งานดีมาก งานดีอะ อยู่คณะไหนเนี่ย อยากรู้ คือต้องงานดีจริงๆ นะถึงจะสะกิดกัน แต่ถ้าเป็นสเปกเชอรี่เอง เชอรี่ก็จะชอบผู้ชายที่สูงๆ ค่ะ ขอสูงกว่าเชอรี่นะ เพราะเชอรี่ก็สูง 166 แล้ว และก็ต้องเป็นผู้ชายที่ดูสะอาดสะอ้าน ดูมีบุคลิกภาพที่ดี เรียบร้อยๆ และก็สุภาพๆ ด้วยค่ะ ตอนนี้เชอรี่เรียนอยู่คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.เกษตรศาสตร์ค่ะ ที่เลือกมาเรียนสายนี้เพราะว่า จบแล้วอยากจะทำอาชีพตามที่เรียนมาเลย ก็คือการเป็นนักจิตวิทยาค่ะ อยากเป็นคนที่คอยให้คำปรึกษากับผู้อื่น ถ้ามีคนที่มีปัญหาอะไร อย่างเช่น เป็นโรคซึมเศร้า เราก็อยากที่จะให้คำปรึกษากับเขา หรือคนไข้ได้ เชอรี่เป็นคนคุยเก่ง เฟรนลี่นะ แต่ถ้าโกรธขึ้นมาก็จะนิ่งเลย แบบทำหน้านิ่งๆ จนเพื่อนกลัวอะ”

(2) TIP

สาวตัวเล็ก แต่หมัดหนัก ทิพย์-พรประภา ถาวรทวีกุล ปี 2 คณะบริหารธุรกิจ ม.หอการค้าไทย

“เพื่อนๆ ชอบบอกว่าทิพย์เป็นคนที่ขี้เล่นค่ะ แล้วก็พูดเก่งด้วย เฟรนลี่กับคนอื่นมากๆ ถึงจะดูตัวเล็กๆ แต่ว่าก็มีความสามารถด้านกีฬามาเต็มมากๆ ทักษะด้านกีฬาแน่นเลย เพราะเป็นคนที่ชอบต่อยมวย รำมวย เรียนมวยไทยค่ะ นอกจากนั้นก็จะเป็นกีฬาหลากหลายประเภท ที่ชอบไปเล่นก็มีพวกว่ายน้ำ กับแบดมินตัน แต่ที่ชอบมากๆ เลย คือ มวยไทย ชอบไปต่อยมวย มราเรียนต่อยมวยก็เพราะว่า เราจะได้เอาไว้ป้องกันตัวเองได้ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรายังได้อนุรักษ์ความเป็นไทยได้อีกด้วย ทิพย์ก็เลยชอบกีฬาประเภทนี้ค่ะ”

(3) NOEY

                ความเปิ่นที่น่าอายที่สุดของ เนย-เกวลิน ดุษฎีวิมล ปี 3 คณะนิติศาสตร์ ม.หอการค้าไทย

“เรื่องเปิ่นของนี่เยอะมาก แต่จะเล่าเรื่องที่คิดว่าน่าอายที่สุดละกันค่ะ คือที่มหา’ลัยจะมีกิจกรรมเชียร์รับน้อง แล้วเราก็เป็นรุ่นพี่ดาวคณะที่จะไปเดินเป็นแมวมอง คอยส่องดูน้องๆ เพื่อนเอามาประกวดดาว-เดือนรุ่นต่อไป คือตอนนั้นหลายๆ คนก็รู้แล้วแหละว่าเราเป็นดาวคณะนะ เป็นดาวรุ่นก่อน เราเองก็เดินไปแสตนด์ด้วยความมั่นใจเลย เดินอย่างหงษ์อะ เดินเชิดสวยๆ เดินลงบันไดมา ข้างหน้าเราคือน้องคณะเรากับเด็กการท่องเที่ยว แต่แบบระหว่างที่ก้าวลงบันไดก็ดันสะดุดกับกระโปรงตัวเองจ้า แบบอือหือ ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน เพราะทุกคนเห็นหมดอะ อายมาก แต่คือล้มแล้วรีบลุกเลยนะไม่ได้นั่งแช่ ลุกแล้วเดินลงมาต่อ ในใจนี้แบบโห อายมาก อายสุดๆ ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน เพราะที่นั่งอยู่ก็รู้จักเราเกือบหมดเลยด้วย อันนี้คือเรื่องที่อายที่สุดแล้ว”

(4) PAM

                สาวนักสะสม แพม-อักษิพร เนตรเหมือนทิพย์ ปี 2 คณะบริหารธุรกิจ ม.หอการค้าไทย

“แพมเรียนบริหารธุรกิจค่ะ แต่เรียนจบไปก็อยากทำงานด้าน MC พิธีกร งานพูดนะคะ แต่ก็อยากจะทำธุรกิจส่วนตัวเหมือนกัน เรียนบริหารธุรกิจมันก็ครอบคลุมหลากหลาย ปกติเป็นคนที่ชอบเก็บของสะสมมากๆ คือใครให้อะไรมาไม่ว่าจะชิ้นใหญ่ หรืออะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็จะสะสมหมดเลย เช่น ดอกไม้ ดอกเดี๋ยวหรือเป็นช่อก็จะสะสมเก็บไว้ค่ะ ของเล็กๆ ที่มีคนให้มาก็เก็บเหมือนกันนะ แล้วก็นอกจากนั้นก็จะเป็นพวกรูปถ่ายค่ะ เพราะว่ารูปถ่ายมันเก็บความทรงจำในช่วงเวลานั้นไว้ ก็เลยจะเก็บพวกรูปถ่ายด้วย จะเก็บอันนี้เยอะหน่อยเพราะมันเก็บง่ายกว่าค่ะ ทีนี้ของสะสมของแพมก็เลยเยอะแยะเลย”

(5) SOM-O

ส้มโอ-วรรณษา ภู่นิเทศ ปี 2 คณะบริหารธุรกิจ ม.กรุงเทพ ความเฮฮาของกลุ่มแบบผู้หญิงๆ

“ปกติก็จะเป็นคนที่นิ่งๆ เงียบๆ ค่ะ อยู่กับเพื่อนก็จะเฮฮาบ้างตามประสากลุ่มผู้หญิง มีจับกลุ่มเม้าท์บ้าง โดยส่วนตัวสเปกหนูเป็นผู้หญิงนะ (ยิ้ม) คือชอบผู้หญิงค่ะ ชัดเจนเนอะ อิอิ ชอบคนที่สูงๆ หน่อย สูงกว่าเรา แล้วก็ผิวสองสีไรอะไรแบบนี้ แต่เวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนก็มีคุยๆ มองๆ ผู้ชายบ้าง มองให้เพื่อนนะ เวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนแล้วเจอผู้ชายงานดี หล่อๆ นี่ก็จะสะกิดเพื่อนเลย เอาไหล่ชน เอาศอกสะกิดบ้าง แล้วบอกเพื่อน เฮ้ยแก ดูคนนั้นดิ สเปกแกเลยอะ ผู้ชายคนนั้นหล่อนะแก อะไรประมาณนี้ค่ะ”

(6) ATOM

สาวแฟชั่นตัวแม่ อะตอม-เทวิยาภา อุทธจันทร์ ปี 1 คณะดิจิตอลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ม.กรุงเทพ

“ตอนนี้เรียนคณะดิจิตอลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ สาขาภาพยนตร์ เพราะว่าตอนมัธยมเคยเรียนวิชาถ่ายภาพกับการแสดง ก็เลยรู้สึกว่าอยากเรียนด้านภาพยนตร์ต่อค่ะ แต่ตอนนี้เรียนแค่ซัมเมอร์ยังไม่ได้เปิดเทอมจริงๆ แต่ก็สนุกดี อาจารย์สอนสนุกมาก เพื่อนๆ ในคณะจะเป็นผู้ชายซะส่วนใหญ่ คือมี 37 คนนี่เป็นผู้ชายซะ 30 คน ผู้หญิง 7 คน เพราะว่ามันเป็นคณะที่ออกแนวลุยๆ ทำโปรดักชั่น ทำหนัง แฟชั่นของคณะนี้เลยจะแนวเซอร์ๆ ฮิปสเตอร์หน่อยๆ หนูก็ชอบใส่แนวลุคสบายๆ ด้วย จะเน้นแต่งชิลๆ เสื้อยืด กางเกงแนวๆ รองเท้าผ้าใบ แล้วก็เน้นแอคเซสซอรี่ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง อย่างตุ้มหูหรือกำไล ตุ้มหูที่ใส่อยู่ก็เป็นแฟชั่นใหม่แนวเกาหลีๆ หน่อย เขาจะใส่สองด้านไม่เหมือนกัน สั้นข้าง ยาวข้าง แล้วเราก็ชอบสีชมพูด้วยหวานดี เมื่อก่อนมัธยมอาจจะใส่ตุ้มหูขนาดเล็กๆ แต่พอเข้ามหา’ลัยก็ต้องมีแฟชั่นเป็นของตัวเอง แล้วก็เพิ่มไซส์ให้ใหญ่ขึ้น แฟชั่นมากขึ้น”

(7) BOON

บุญ-กัญณภัทร ชินวงศ์ ปี 3 คณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต มือหยิกประจำชั้นสมัยเด็ก

“บุญจะเป็นคนไม่ค่อยมีใครกล้าแกล้ง จะหน้านิ่งๆ ไม่ค่อยแกล้งเพื่อน เพื่อนจะรู้ว่าเราจริงจังนะ เลยไม่ค่อยมีใครมาแกล้งเท่าไหร่ แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนเด็กๆ เลยเป็นประเภทที่ชอบหมั่นเขี้ยวเพื่อน แล้วความหมั่นเขี้ยวเรารุ่นแรงด้วยนะ ก็มีเพื่อนที่นั่งข้างกันจะโดนบุญแกล้งประจำเลย บุญจะชอบแกล้งหยิกเขา แกล้งเพื่อนโดยการหยิกไปเรื่อยๆ ตอนเด็กๆ เราแกล้งไป เราไม่รู้หรอกว่าอะไร แค่หยิกแล้วเพื่อนก็หนีคือสนุก ก็หยิก หูย แบบเพื่อนคนที่โดนแบบตัวเขียว แขนเขียวเลยก็มี ร้องไห้ไปฟ้องแม่ แม่บอกไม่ให้เล่นกับเราก็เคย แต่ตอนนั้นก็ยังเล่นกันนะ ไม่รู้ว่านี่โรคจิตรึเปล่า 555 แต่คือเพื่อนคนนั้นตอนเด็กๆ น่าหมั่นเขี้ยวจริงๆ นะ”

(8) JANE

                เจน-เจนจิรา แซ่เฉิน ปี 3 คณะศิลปศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี ประสบการณ์โดนเพื่อนแกล้งแบบขำๆ

“กลุ่มเจนจะเป็นกลุ่มที่เสียงดังที่สุดในคณะ คือเดินไปไหนคนจะต้องจำได้ เพราะเสียงดังจริงๆ ถือเป็นกลุ่มที่แสบกันพอตัวเลย แต่ถ้าอยู่ในกลุ่มจับกลุ่มกันเอง เจนจะเป็นคนที่โดนเพื่อนแกล้งมากที่สุด เพราะว่าเป็นคนที่แกล้งง่ายที่สุดมั้ง โดนแกล้งตั้งแต่แรกๆ เลย อย่างเช่นเอากระดาษมาติดหลัง เพื่อนจะชอบติดแกล้งเราตอนอยู่ในที่ๆ คนเยอะๆ ด้วย ตรงทางเดิน หรือโรงอาหารที่ที่รวมคน แล้วเขียนว่า เชิญเตะฟรีอะไรแบบนี้ ก็จะแกล้งกันขำๆ แล้วมีคนเข้ามาทักด้วยนะ เดินเข้ามาเลย แล้วถามเราว่า อันนี้ที่ติดให้เตะฟรี เตะได้จริงๆ รึเปล่า เราก็ อ๋อ นึกว่าเขามีอะไร ที่แท้เราโดนแกล้งอีกแล้ว มันก็จะเขินๆ ขำๆ แกล้งกันไป แกล้งกันมามากกว่า”