ซัมซุงเอาใจสาวก สตาร์ วอร์ส ส่งหุ่นยนต์ดูดฝุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น

มาเปลี่ยนเรื่องน่าเบื่ออย่างการทำความสะอาดบ้านให้กลายเป็นเรื่องสนุก ด้วยหุ่นยนต์ดูดฝุ่น “Samsung POWERbot Star Wars” ลิมิเต็ด เอดิชั่น เอาใจเหล่าสตาร์ วอร์ส ด้วยหน้ากาก ดาร์ธ เวเดอร์ (Darth Vader) และสตอร์มทรูปเปอร์ (Stormtrooper) มาพร้อมประสิทธิภาพดูดฝุ่นภายในบ้านอันยอดเยี่ยม ด้วยวัสดุระดับพรีเมียม มีลูกเล่นของเสียงลมหายใจอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครยามเปิดใช้งาน สามารถสั่งงานผ่านรีโมตคอนโทรล ซึ่งรองรับการควบคุมผ่านเครือข่าย Wi-Fi และแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนhttp://www.samsung.com/th

 DT_SWPowerbot 012

Samsung Darth-Vader_3 Samsung Stormtrooper_3

(1) หยก-ธนพร วโรดม

1

“เป็นเครื่องที่น่าใช้ค่ะ ช่วยให้ความสะดวกสบายกับเราได้มากยิ่งขึ้น ถ้าขี้เกียจทำความสะอาจบ้านแบบเก็บกวดฝุ่นผงเล็กๆ น้อยๆ เครื่องยนต์ดูดฝุ่นก็เป็นเครื่องมือที่ดีค่ะ จริงๆ ที่บ้านก็มีแมวด้วย ถ้าบ้านเป็นแบบปิดมีเจ้าเครื่องนี้ก็จะดีมากเลยค่ะ ช่วยเก็บขนแมวตามพื้นบ้านได้ แต่ตอนนี้บ้านมีบริเวณอยู่เลยยังไม่จำเป็นเท่าไหร่ ถ้าราคาไม่แพง ยิ่งเป็นลาย Star Wars ด้วย ก็น่าสนใจค่ะ”

(2) แป้ง-จิรัชญา เรือสำราญ

2

“ดีค่ะ ปกติก็เป็นคนที่ไม่ได้ชอบทำความสะอาดเอง ถ้าได้เครื่องนี้มาช่วยทุ่นแรงก็จะดีมากๆ ช่วยเราได้อยู่เรื่องเก็บฝุ่นเล็กๆ น้อยๆ เรื่องราคาสำหรับนักศึกษาก็สำคัญค่ะ จริงๆ ไม่อยากให้ราคาเกิน 5,000 บาท แต่ถ้าเป็นของจำเป็นที่ต้องซื้อ หรือว่าอยากได้จริงๆ ราคาเท่าไหร่เราก็ซื้ออยู่ดีนั่นล่ะ อย่างโทรศัพท์งี้เรายังซื้อเลย อันนี้ก็เป็นของใช้ที่มีประโยชน์ทำไมจะซื้อไม่ได้ เรื่องหน้ากาก Star Wars นี่หนูเฉยๆ นะ ถ้าทำเป็นอย่างอื่น หน้ากากกัปตันอเมริกาไรงี้จะปลื้มกว่า”

(3) ปอย-นภัส จิตะวงศ์

3

“สำหรับหนูถือว่า ยังไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ค่ะ เป็นคนที่ทำความสะอาดบ้านเองอยู่แล้วก็เลยไม่ได้ใช้ของแบบนี้ หนุคิดว่ามันทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง อย่างพื้นที่ด้านบนที่ฝุ่นเกาะก็ทำความสะอาดไม่ได้ ทำได้แค่บนพื้น และยิ่งตัวใหญ่ๆ กลมๆ มันก็ใช่ว่าจะซอกซอนเข้าไปได้ทุกที่ ก็ดูจะลำบากอยู่นะคะ ถ้าเป็นไปได้ก็ยังอยากทำงานบ้านด้วยตัวเองอยู่ดีค่ะ”

กอล์ฟ-ณรงค์ชัย เหรียญทองหรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “ดีเจกอล์ฟ BBM” หรือ “เฮียกวง” จากซีรีส์หื่นกวงคุง

กับความเป็นดีเจแนวกวนเกรียนฮาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา ไปดูการเดินทางสู่เส้นทางดีเจสายเอนเตอร์เทนเนอร์ทางออนไลน์ที่ค่อนข้างพลิกผัน จากเด็กหนุ่มช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ธรรมดาๆ สุดแสนขี้อายคนหนึ่ง จนตอนนี้ได้ก้าวมาเป็นดีเจหนุ่มฮอตทาง FINIX TV

_MG_5398

INSPIRATION

อดีตหนุ่มน้อยจากชลบุรี ที่สนใจในการเล่นเกม เล่นกีฬา เทคโนโลยีต่างๆ ทางโซเชียลมีเดีย จนได้ต่อยอดเรียนสายอาชีพทางคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี จบมาหนุ่มกอล์ฟเลือกที่จะเปิดร้านซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ เป็นของตัวเองจนได้รู้จักกับรุ่นพี่คนหนึ่งในโลกออนไลน์ ทำให้กอล์ฟได้เข้าไปสัมผัสการเป็นดีเจสุดเกรียนในโปรแกรม ออนไลน์เป็นครั้งแรก

IMPORTANT IN A CAREER

“พอดีพี่เขามีร้านอินเตอร์เน็ตอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็เลยชวนเราไปเป็นช่างที่นั่น พอเรามากรุงเทพฯ อยู่ได้สักพักก็เริ่มเหงา ไม่มีใครรู้จักเลย ก็เลยเริ่มหาโปรแกรมออนไลน์เล่น จนไปเจอโปรแกรมแคมฟรอกที่รู้สึกว่าเล่นแล้วมันเฟี้ยว ได้เห็นหน้าเปิดกล้องได้เลย ก็เข้าไปในห้องชลบุรีประจำจังหวัด เข้าไปนั่งฟังเพลงคุยกับดีเจในห้อง แล้วมีคนดูแลเขาถามว่าน้องกอล์ฟไม่สนใจมาลองเป็นดีเจดูมั้งหรอ ตอนนั้นเป็นคนขี้อาย คุยกับใครไม่รู้เรื่อง ผมเลยบอกผมทำไม่ได้หรอก เขาก็บอกลองดูก่อน ลองมาเปิดเพลง ผมก็เอ้อ ลองก็ได้ ตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจัดรายการกันยังไง ก็จำเขามา เวลามีคนเข้ามาดีเจทุกคนก็จะพูด “สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณณัฐวุฒิเข้าสู่ห้องชลบุรีนะครับ จะฟังเพลงอะไรขอผมได้” (ยิ้ม) แล้วลองจัดรายการอยู่สามวัน ทำไมคนเข้าออกตลอด ไม่ค่อยมีคนเข้ามาเลย ก็ท้อมาก จับทางไม่ถูก ทำไงคนจะฟัง จนมานั่งคิดว่าทำไมแทนที่ USER จะเข้ามาแล้วถามดีเจ “กินข้าวหรือยัง ทำอะไรอยู่ครับ” ทำไมเราไม่เลือกเป็นฝ่ายเข้าหา USERเองล่ะ เลยลองหาอะไรมาเล่นดู ไปฝึกพูดมากขึ้น หาเรื่องมาเล่าเป็นทอล์กโชว์ หรือร้องแร็พตามเนื้อที่เขาให้ คนก็เริ่มเข้ามาเยอะขึ้น เราก็ย้ายไปเปิดห้องเอง แล้วมีจุดพลิกผันที่มีคนให้ผมโทรไปอำแฟนเขา แล้วพอโทรไปแล้วคนสนุก คราวนี้มีคนส่งเบอร์มาแล้ว ผมก็โทรไปทุกสาย จนมีสายหนึ่งให้ผมโทรไปหาสาวบริการทางเพศ ซึ่งถือเป็นคลิปแรกที่มีคนแชร์กันเยอะมาก เป็นจุดเริ่มต้นให้คนติดตาม ผมก็จัดรายการแนวนี้แหละ อำคนอื่นไปเรื่อย แล้วก็ทำคลิปต่างๆ พากย์เกมออนไลน์บ้าง จริงๆ มันก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เพราะสไตล์เรากวนๆ แรกๆ ก็เครียดนะ เวลาทำคลิปแล้วมีเสียงวิจารณ์ต่างๆ ออกมา อันไหนที่เราทำคลิปแล้วรู้สึกมันผิดจริงๆ เราต้องทำคลิปออกมาขอโทษตลอด คือโอเคด่าได้ ผมก็จะเก็บมาคิดว่ามันจริงอย่างที่คนพูดหรือเปล่า คลิปนี้ไม่ดียังไง มันไปป่วนเขา ถ้ามันผิดจริง เราขอโทษ กับบางคนที่เขาทำแบบนี้แล้วโดนด่าก็ท้อไปเลย ไม่กล้าทำคลิปอีก ซึ่งไม่ทางออกที่ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ นี่เลยเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมก็ยังอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้หนีไปไหน ต่อให้คนด่ายังไงก็ต้องแก้ปัญหามันก่อน ก็ตอนนี้ทำมา 7 ปีแล้ว อย่างล่าสุดเข้ามาเป็นดีเจที่ FINIX TV ซึ่งมันกำลังเชื่อมระบบกับค่ายเกมดังๆ แล้วก็มีเกมกีฬาที่ฮิตอย่างอีสปอร์ต

ที่ผมกำลังทำกับพี่ชาย ตอนนี้ผมอยากทำด้านออนไลน์ที่เป็นคอนเทนท์ของเรามากขึ้น กีฬาอย่างฟุตบอลคนก็ให้ความสนใจมากอยู่แล้ว เยาวชนก็ให้ความสนใจเยอะ ผมอยากให้ผู้ใหญ่ยอมรับในเรื่องของเด็กที่เล่นเกมมากขึ้น เพราะต่างประเทศเขาก้าวหน้าไปกันแล้ว ที่เกาหลี มีเงินเดือน ที่พัก สวัสดิการให้ แต่คนไทยยังมองแค่เป็นเด็กติดเกมเล่นกัน ก็อยากจะพิสูจน์ตรงนี้ให้เขาเห็นว่าเราทำได้”

_MG_5400 _MG_5415

มีคนฟังเราเยอะ เราก็ต้องมั่นใจ            

“จากตอนแรกที่อายๆ แต่พอจัดรายการแล้วมีคนฟังเราเยอะ เราก็ต้องรู้สึกมั่นใจอะ ถ้าเราไม่มั่นใจ เราเอาคนดูไม่อยู่ไง เราต้องนึกเสมอว่าเราเป็นคนพูดคนเดียว ต้องเอา USER 1,500 คนให้อยู่ แล้วก่อนจัดรายการตอนนั้น ทุกวันผมก็ต้องทำการบ้าน อัพเดทข่าวสารหาเรื่องตลก เรื่องแปลก อาจจะมีสาระหรือไม่มีสาระ เตรียมใส่ NOTEPAD คอมฯ ไว้วันละเรื่องสองเรื่อง กันเดดแอร์ เพราะมันเป็นปัญหาแบบที่คุยอยู่ดีๆ พอไม่มีคนคุยหน้าห้อง ดีเจก็ไม่รู้จะคุยกับใคร มันก็จะเงียบ ก็ต้องเตรียมเพื่อสลับพักเบรกไปเล่าเรื่องพวกนี้บ้าง แต่คือเวลาผมจัดรายการผมจะไม่เปิดเพลงอยู่แล้ว ผมจะบอก USER เสมอว่า ถ้าคุณจะฟังเพลง คุณก็ไปฟังในยูทูป เปิดฟังได้เลย ไม่ต้องมีคนมาพูดระหว่างคุณฟังด้วย แต่ถ้าคุณอยากฟังผมคุณเข้ามาเลย เพราะคุณได้ฟังที่นี่ที่เดียว แต่ถ้าจะฟังเพลง คุณฟังที่ไหนก็ได้ ผมก็บอกเขาอย่างนี้ เขาก็เลิกขอเพลงไป”

คิดก่อนโพสต์ ก่อนพูด

“จริงๆ สไตล์ผมก็คือไม่ได้เรียบร้อย เกรียนเลยแหละ บางทีเวลาผมจะแชร์ในโซเชียลก็คิดเอ้ย ผู้ใหญ่เขาจะด่าหรือเปล่า แชร์รูปผู้หญิงติดเรทหน่อย แต่คือผมเป็นแนวตลกไง ไม่ได้ยุยงส่งเสริมให้มาแนวนั้น อย่างเวลาเราจะทำคลิป จะโพสต์ จะพูด เราก็ต้องคิดก่อนว่าเฮ้ย มันควรมั้ย กระแสสังคมตอนนี้มันเป็นยังไง เราไปสวนเขาแล้วมันถูกหรอ ก็เลยต้องคิดก่อน ก็เริ่มระวังมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนผมเป็นคนใจร้อน เวลาผมโพสต์ๆ เลย แล้วมาลบทีหลัง แต่หลังๆ รู้สึกลบทีหลังมันไม่แมนว่ะ แล้วเราไปโพสต์ทำไม ทำไมตอนนั้นเราคิดไม่ได้”

มุกไม่มีวันหมด กับการเติมพลังในโลกโซเชียล

“ถ้าเราได้ทำงานที่เราชอบ เราจะไม่รู้สึกเหนื่อยกับงานนั้นเลย แต่ถ้าเราไปทำอะไรที่มันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ มันทำไปก็เฮ้ย ไม่สนุกกับมัน อย่างผมจัดรายการสตรีมเกม เล่นเกม ทำกิ๊ฟท์ ผมก็สนุกกับมัน คือมุกต่างๆ มันก็มาเรื่อยๆ นะ คนยิงมุกมางี้ปุ๊บเราจะรู้เลยสมองสั่งการว่าควรตอบอะไรเขาไป มันรู้โดยอัตโนมัติ แล้วเวลาพักผ่อน ผมก็จะดูอะไรเรื่อยเปื่อยในโลกโซเชียลไป บางวันนอนดูถึงเช้า ดูว่าโลกมันไปถึงไหนแล้ว เพราะผมมองว่าอนาคต สื่อโซเชียลคนจะให้ความสนใจมากขึ้น อย่างตอนนี้ทีวีก็ไม่ค่อยมีใครดูแล้ว เล่นเน็ต คุยไลน์มันเริ่มกลบชีวิตของเราจนหมด แล้วการลงทุนอะไรมันก็ต้องสื่อออนไลน์นี่แหละ ที่จะผลักดันให้คนทำมันไปให้ไกลมากขึ้น กับการมีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามา แต่มันก็มีข้อเสียคือทำให้มนุษย์เราขี้เกียจมากขึ้น ขี้เกียจจำ ขี้เกียจทำอะไรต่างๆ อย่างเมื่อก่อนเบอร์โทรเราจำได้แม่นเลย เบอร์แม่ เบอร์พ่อ เบอร์พี่น้อง แต่ทุกวันนี้เราจำเบอร์แม่ไม่ได้ ต้องเข้าไปกดดูในโทรศัพท์ ซึ่งมันก็ดีคนละแบบ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องพึ่งเทคโนโลยีของมันอยู่ดี เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้”

_MG_5438

THINKING TO CAMPUS

“อยากฝากถึงน้องๆ หรือคนที่อยากจะเริ่มทำอะไรหรือมองใครคนหนึ่งเป็นไอดอล ผมอยากจะบอกแนวทางที่คนอื่นมองคุณเป็นไอดอล จริงๆ มันไม่ผิดหรอก ถ้าคุณมองใครเป็นไอดอลแล้วคุณไปทำเหมือนเขา แต่คุณทำยังไงให้ตายก็ไม่มีวันเป็นที่หนึ่งแทนคนๆ นั้นได้ เพราะงั้นเนี่ยสิ่งที่คุณต้องทำ นอกจากคุณจะมีไอดอลแล้ว คุณควรจะสร้างตัวตนของคุณขึ้นมาในโลกออนไลน์ให้ทุกคนเห็นว่า มันคือคุณนะ สมมุติตามเสียงนี้แล้วเอ้ยคนนี้คุณนะ อยากให้หาจุดเด่นของตัวเองขึ้นมาดีกว่า อย่าไปก็อปปี้คนอื่น”