ปิดท้ายความสนุกสนานส่งท้ายปี 2016 ด้วยแฟชั่นของสามสาวนักร้องหน้าใสจากโปรเจคGelato สังกัด Mono Music

สามสาวนักร้องหน้าใสจากโปรเจคGelato สังกัด Mono Music ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา, นีน่า-นิชนารถพรหมมาตร และเบนซ์-ณัฐธิดา ตรีชัยยะ กับบทสัมภาษณ์บอกตัวตน ความเป็นสาวเอนเตอร์เทนเนอร์รุ่นใหม่ และไลฟ์สไตล์คลายเครียดแบบชิคๆ ในสไตล์สามสาวต่างคาแรกเตอร์

จุดเริ่มต้นมาจากละคร เสน่ห์ของละครที่แต่ละคนชอบ

เบนซ์ : ชอบการแสดงนะคะ รู้สึกมันสนุกดี ท้าทาย มีความสุขที่ได้เล่น แต่มันก็ยากเหมือนกันตรงที่ต้องตีความตัวละครแล้วก็ทำยังไงให้เหมือนไม่แสดง (หัวเราะ) หนูเลยจะชอบดูหนังฝรั่ง ดูคาแรกเตอร์ของเขาว่ามีลักษณะทางกายภาพยังไง มีความคิดยังไงบ้าง เพราะว่าตัวละครแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเจอในชีวิตจริง ก็จะมีอยู่แค่ในละครเท่านั้น ก็เลยต้องใช้วิธีดูหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้ศึกษาคาแรกเตอร์ตัวละครเอา

นีน่า : หนูไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน พอได้มาเรียนจริงๆ ยากตั้งแต่ในคลาสแล้ว ยากตรงที่จะแสดงยังไงให้เป็นธรรมชาติ แล้วในคลาสจะมีทฤษฎีเยอะมาก แต่เราก็ได้ข้อคิดใหม่ๆ จากครูตลอด ก็ต้องกลับไปฝึกฝน ไปทำความเข้าใจหลังจากเรียนด้วย พอได้มาเล่นจริงๆ ก็ค่อนข้างกดดัน เพราะเราต้องใช้จินตนาการกับบทที่ไกลตัวเรา ต้องทำความเข้าใจกับตัวละครให้ดี ก็ต้องทำการบ้านไปก่อน แล้วก็ปรึกษาผู้กำกับตลอด

ถุงแป้ง : การแสดงทำให้หนูได้เรียนรู้การใช้ชีวิตหลายๆ แบบจากตัวละคร อย่างที่ผ่านมาเคยเล่นบทบู๊ ก็หนักมากเหมือนกัน ไม่เคยทำมาก่อน ทั้งปีนป่าย ยิงปืน ลองทุกอย่างหมดเลย ได้แผลกลับมาตลอด (หัวเราะ) แต่ก็ชอบและสนุกกับมัน

การเตรียมตัวเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์หน้ากล้อง

เบนซ์ : ก็เตรียมตัวอ่านบททำการบ้านตีความตัวละคร ก่อนเข้าฉากก็ต้องทำสมองให้โล่งๆ ไม่เครียด ไม่เอาเรื่องอื่นเข้ามาปน เพราะเวลาถ้ามีเรื่องกวนใจอะไร เช่นทะเลาะกับเพื่อนเล่นซีนไหน มันจะออกทางสีหน้าแววตาเห็นชัดเจนเลยค่ะ

นีน่า : สำหรับหนูคือต้องจำบทให้ได้ ไม่ใช่ไปลืมกลางกอง แล้วก็ต้องคิดวิธีเล่นไว้ก่อน ว่าตรงนี้เราจะร้องไห้นะ ก็มีซ้อมกับตัวเองหน้ากระจกที่บ้าน คิดว่าคนในกระจกคือคู่ของเราที่จะเล่นกับเขา แล้วก็เวลาแสดงเรื่องอายคอนแท็กสำคัญ การสื่อสารกับคน เราจะเตือนตัวเองตลอดว่าอย่าหลุด เพราะมันจะดูออกง่ายมาก

ถุงแป้ง : หนูต้องดูแลตัวเองก่อนถ่ายจริง 2-3 วัน คือนอนเร็วขึ้น กินน้ำเปล่าเยอะๆ ให้สดชื่น ไม่งั้นจะโทรมมาก เพราะเคยแบบนอนไม่พอ แล้วไปที่กองเลย ก็เพลียแฮงค์มาก ใครสั่งอะไรหนูก็มึนงง ถึงขนาดพี่ทีมงานถามว่าไม่ได้นอนมาหรอ มันก็ไม่ดีเลย หลังจากนั้นหนูก็ไม่ทำอีก จะเตรียมตัวก่อนเริ่มนอนเร็ว ซึ่งปกติหนูจะนอนเที่ยงคืน แต่ก็ต้องนอนตั้งแต่สี่ทุ่มเลย แล้วก็เตรียมท่องบทอ่านทุกบรรทัด ทำการบ้านล่วงหน้า พอไปถึงหน้ากอง เราก็ดูสถานที่รอบข้าง ดูฉากที่เซ็ตที่สมจริง แล้วก็ซ้อมกับพี่ๆ นักแสดงที่จะเข้าฉากด้วย มันก็ทำให้เวลาแสดงเรามั่นใจมากขึ้น

คอเมดี้เล่นใหญ่ ดราม่าร้องไห้ ถนัดมั้ยสำหรับแต่ละคน 

เบนซ์ : หนูอยากเล่นบทดราม่าร้ายๆ แบบคนบ้า มันท้าทายดี จริงๆ ก็ถนัดดราม่านะ เพราะเป็นคนที่ร้องไห้ง่ายอยู่แล้ว มีอะไรก็เข้าถึงง่าย ส่วนคอเมดี้ก็อยากเล่น คิดว่าเล่นได้ เล่นใหญ่ โวยวายไว้ก่อน อยากเล่นแบบพี่แอนในสูตรเสน่หาอะ

นีน่า : ตอนแรกๆ หนูว่าบทดราม่าเล่นยาก เวลาร้องไห้มันจะเล่นให้ลงลึก เข้าถึงให้สุด มันยาก บางทีก็ไม่ถูกใจผู้กำกับที่เขาอาจจะต้องการร้องไห้แบบโฮ หรือกรี๊ดเสียใจมาก เจ็บปวดเบอร์ไหน ตอนเล่นก็กดดันเหมือนกัน แต่ก็มีพี่ที่ดูแลเขาจะคอยมาปลอบไปทำสมาธิ แล้วก็ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด หลังๆ พอเล่นๆ ไป เราก็ค่อยๆ ซึมซับว่าจะทำยังไงให้น้ำตามันไหล ตอนนี้ก็รู้สึกว่าเฮ้ย บทดราม่าก็เจ๋งดีเหมือนกันนะ ส่วนแนวคอเมดี้ เล่นใหญ่ ถ้าให้หนูเล่นจริงๆ ก็พอได้ เพราะหนูก็เป็นคนเฮฮา บ้าๆบอๆ อยู่แล้ว ก็อาจจะใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปด้วย (ฮา)

ถุงแป้ง : เวลาเล่นบทร้องไห้ หนูต้องขอเวลาในการบิ้ว แล้วน้ำตามันถึงจะค่อยๆ มา เป็นคนร้องไห้ยาก ส่วนคอเมดี้ก็จะมันเล่นยากตรงที่จะทำยังไงให้คนตลก แล้วหนูเป็นคนรับมุกไม่ค่อยถนัด อย่างเพื่อนชงอะไรมา ก็จะช้าๆ กว่าจะตอบกลับ แบบรับมุกไม่ทัน (หัวเราะ)

อัพเดทซิงเกิ้ลใหม่ในโปรเจค

เบนซ์ : โปรเจคGELATO ก็คือเราจะเป็นตัวแทนเด็กวัยรุ่น เป็นไอศกรีมรสชาติต่างๆ ที่ต่างคาแรกเตอร์กันค่ะ อย่างหนูจะมีซิงเกิ้ลชื่อ “ฝุ่นที่มองเห็น” แนวช้าๆฟิวกู้ดหน่อย เป็นตัวแทนไอศกรีมรสสตอรว์เบอร์รี่ ก็สนุกดี ชอบทั้งการร้องเพลงแล้วก็การแสดงเลย อย่างร้องเพลงก็ต้องฝึกการเอนเตอร์เทนท์คนดูบนเวที ซึ่งมันก็ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป เราต้องใช้พลังงานงานเยอะในการทำให้คนดูสนุกไปกับเรา แต่หนูก็เป็นคนพูดเก่ง ร่าเริงอยู่แล้ว เสียตรงที่เล่นมุกแล้วคนไม่ค่อยฮา เลยต้องไปปรับเรื่องมุก ไปหามุกที่ตลกๆ มาเล่นหน่อย

นีน่า : หนูจะเป็นตัวแทนของไอศกรีมรสวนิลาค่ะ เพลงของหนูชื่อ “โซฟา” พูดถึงผู้หญิงขี้เหงา อยากมีความรักบ้าง แต่เป็นแนวสดใส เต้น สนุกสนานเลย จริงๆ ตอนแรกที่เข้าวงการมายังไม่เคยเรียนร้องเพลงมาก่อน ตอนนั้นยังร้องไม่ได้ แต่พอได้เข้ามาฝึก ครูเขาก็ช่วยเราพัฒนาจนตอนนี้โอเคแล้ว ทุกวันนี้ชอบการร้องเพลงมาก ซ้อมร้องเต้นทุกวัน แล้วด้วยเนื้อเสียงใสๆแบ๊วๆ หน่อย เพลงแนวเต้นๆ ก็เลยน่าจะตรงกับหนู ก็ต้องฝึกการเอนเตอร์เทนคนเวลาขึ้นบนเวทีด้วย ให้เขามีความสุขกับการร้องการเต้นของเรา

ถุงแป้ง : ของหนูเป็นรสคุ้กกี้แอนด์ครีม คือมีความหวาน แต่ก็มีความขมของคุ้กกี้อยู่ด้วย เพลงชื่อ “หัวใจไม่ปิดหน้าต่าง” แนวอินดี้ๆ เล่นกีต้าร์ไปด้วย จังหวะกลางๆ ไม่หวานจ๋า ไม่เศร้าเกินไป อารมณ์เพลงก็จะประมาณผู้หญิงที่แอบชอบเพื่อนตัวเองค่ะ คอยช่วยเหลือทุกอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็มีแฟนของเขาแล้ว แต่เราก็ยังแอบชอบต่อไป การฝึกร้องเพลงมันต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น มีวินัยมากขึ้น มีข้อห้ามหลายอย่าง ทั้งห้ามกินของทอด ของมัน น้ำเย็น แต่ก็ทำให้ชีวิตมีระเบียบมากขึ้น ช่วงนี้ก็ซ้อมหนัก ต้องตีโจทย์เพลงที่เราได้รับ แล้วก็มีปรับเทคนิคเรื่องเสียง เพราะหนูเป็นคนไม่มีลูกคอ เลยต้องฝึกลูกคอทุกวัน แล้วมันจะมีขึ้นมาเอง

การเรียนของสาวสดใสไอศกรีม

เบนซ์ : ตอนนี้เรียนปี 1 มาได้เทอมหนึ่งแล้ว (ยิ้ม) เลือกสายนิเทศฯ ม.รังสิต สาขาสื่อสารการตลาด คิดว่าสายการตลาด มันต่อยอดไปเป็นอาชีพอื่นๆ ได้อีก เลยเลือกสาขานี้ ปี 1 การเรียนก็ยังชิลล์อยู่ ไม่ได้ยากจนเกินไป

นีน่า : อยู่ชั้นม.5 โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ ธนบุรี ตอนนี้ก็มีคณะที่อยากเข้าไว้สองคณะ คือบัญชีกับนิเทศฯ อย่างบัญชีก็เป็นคนชอบคิดเลขอยู่แล้ว เลยอยากเรียนด้านบริหาร เผื่อว่าถ้าไม่ได้อยู่ในวงการก็อาจจะไปเรียนสายวิชาชีพเลย อนาคตจะได้มีงานอื่น นอกเหนือจากการเป็นนักร้องนักแสดงค่ะ

ถุงแป้ง : เรียนอยู่ปี 1 คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เทอมแรกที่ผ่านมาเรียนยากพอสมควร เพราะมีวิชาบังคับที่มหา’ลัยลงให้เรา แล้วมีสองตัวที่หนูไม่ถนัด เป็นวิชามนุษย์กับสังคม เรียนเรื่องการเมืองของทั้งไทยแล้วก็ต่างประเทศ เนื้อหามันเยอะมาก แล้วห้องเรียนมันเป็นห้องใหญ่ อาจารย์จะสอนพูดๆ ไปเรื่อย ถ้าเราไม่สนใจ ไม่ฟังเลย ก็จะไม่รู้เรื่องเลยค่ะ

ชาวแก๊งค์สุดซี้ของสามสาว

เบนซ์ : ของหนูมีกลุ่มใหญ่ที่สนิท 3 กลุ่ม เป็นกลุ่มหลายวิชา แต่ก็เป็นกลุ่มใหญ่ เฮฮา ไปไหนไปกัน ส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนหนูจะชอบง้องแง้ง ขี้อ้อน ขี้งอน (หัวเราะ) แต่เวลาพอทำงานปุ๊บก็จะเป็นอีกคาแรกเตอร์โตขึ้นมาเลย แก๊งค์หนูเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยซีเรียสค่ะ เฮฮาสนุกสนานกันไปเรื่อย อยู่ด้วยกันมีแต่เรื่องขำๆ เวลาว่างชอบชวนกันไปกินขนมหวาน ถ้าได้กินจะอารมณ์ดีขึ้นเลย

นีน่า : เพื่อนที่สนิทส่วนใหญ่เป็นเด็กกิจกรรม เสียงดังๆ กันหน่อย ประมาณ 6-7 คน ไลฟ์สไตล์เลยจะชอบทำกิจกรรม อย่างชวนกันไปช่วยจัดงานนิทรรศการโรงเรียน จัดเกมให้น้องๆทำกระทงประกวด หรือล่าสุดก็ไปทำจิตอาสา อย่างเปิดหมวก เล่นดนตรี ร้องเพลงที่บ้านพักคนชรา

ถุงแป้ง : คือตอนแรกหนูจะมีเพื่อนผู้หญิงจากชมรมเทควันโดที่หนูอยู่ 4 คน แต่พอช่วงนี้ต้องจัดตารางคิวใหม่ ก็แยกกันเรียนต้องไปเรียนรวมกับพวกวิศวะ แต่โชคดีมีเพื่อนผู้ชาย 2 คนจากชมรมรักบี้ยอมไปเรียนกับหนูด้วย คอยช่วยเหลือหนูทุกอย่าง ตอนนี้ก็เลยสนิทกับแก๊งค์นี้ แก๊งค์นี้จะตลกมาก เป็นตัวจี๊ดของคณะ มีคนหนึ่งจะอ้วนๆ เด่นที่สุดในกลุ่ม เดินไปไหนทุกคนรู้จักหมด อยู่ด้วยก็ไม่เครียดค่ะ ขำกันตลอด

กิจกรรมสุดโปรดที่ชอบทำ

เบนซ์ : หนูไม่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งลุยๆ เท่าไหร่ เพราะเป็นคนซุ่มซ่าม (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ชอบออกกำลังกายในฟิตเนส แล้วก็เล่นโยคะบ้าง คือหนูเหมือนมีสองบุคลิกนะ ด้านหนึ่งก็ชอบความสนุกสนาน แต่อีกมุมก็รักสงบ อยากมีมุมสงบของตัวเอง นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียว

นีน่า : ที่ทำประจำตอนนี้ก็คงเป็นซ้อมร้องซ้อมเต้นนะคะ แต่พอว่างๆ ก็จะมีออกกำลังกายเข้าฟิตเนสบ้าง แล้วก็เล่นโยคะ มันทำให้ผ่อนคลายดี

ถุงแป้ง : ชอบไปดูหนังค่ะ เวลาเบื่อๆ จะไปดูเกือบทุกเรื่อง แต่จะไปช่วงดึกๆ หน่อย ดูเสร็จก็กลับมานอนเลย อย่างเวลาเครียดๆ ถ้าไปดูหนังตลก ก็ทำให้คลายเครียดดี

ปาร์ตี้เฮฮาสไตล์แก๊งค์สาวสุดชิค

เบนซ์ :  ถ้าได้จัดปาร์ตี้ อยากจัดธีมการ์ตูนสมัยเด็กๆ อย่างอุลตราแมน ชินจัง เซเลอร์มูนไรงี้ แล้วก็คงมีเล่นเกมกันขำๆ อย่างในแก๊งค์จะชอบเล่นเกมนับเลขกัน ก็คือนับเลขไปเรื่อยๆ เลขที่กำหนดไว้ตกที่ใคร คนนั้นโดนทำโทษให้กินน้ำประหลาดๆ อะไรแบบนี้

นีน่า : เคยจัดปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนๆ ก็จะเป็นธีมสีชมพูสายแบ๊วนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ชอบธีมอะไรที่อลังการมาก กิจกรรมที่ชอบทำในปาร์ตี้คงเป็นคาราโอเกะเลยค่ะ ร้องเพลง แหกปาก (หัวเราะ) ไปที่ไหนถ้าไม่มีคาราโอเกะ ก็ไม่รู้จะทำอะไรนะสำหรับแก๊งค์หนู

ถุงแป้ง : อยากจัดปาร์ตี้แบบออกทริป ไปภูเขาหรือไม่ก็ทะเล จัดปิกนิก แล้วก็ซื้อของมาทำกินกัน

เจอหนุ่มไม่หล่อสายฮา กับหนุ่มหล่อสายวิชาการจริงจัง จะเลือกใครดี

เบนซ์ : ชอบหนุ่มกวนๆฮาๆหน้าตาก็ไม่ได้ต้องหล่อมากหรอก ขอให้ดูดีนิดหนึ่ง ไม่ใช่มาตาเหล่อะไรแบบนี้ก็ไม่ไหว (หัวเราะ)

นีน่า : ส่วนตัวชอบหนุ่มเข้มๆ ไม่ชอบตี๋ๆขาวๆ เหมือนคนอื่นเขา นิสัยชอบคนพูดเก่ง ถ้าเจอแบบไม่หล่อ แต่ตลกก็โอเคนะ หนูขอแค่คนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข เน้นที่นิสัยมากกว่า นิสัยดี ให้เกียรติเรา ไม่จำเป็นต้องหล่อมาก

ถุงแป้ง : ปกติชอบแนวฝรั่ง สูง ขาว (ยิ้ม) นิสัยก็ชอบคนอบอุ่น แล้วก็ตลก ยอมๆ เราด้วย เพราะหนูเป็นคนไม่ค่อยยอมคน เราผิดก็จะต้องถูก ถ้าเขายอม จะได้จบง่ายๆ (หัวเราะ) ถ้าให้เลือกหรอ ตลกชอบอยู่แล้ว แต่ก็ต้องดูด้วยว่าไม่หล่อขนาดไหน ไม่หล่อมากๆ ก็ไม่ไหว เอาแบบหน้าตาพอดูได้ ไม่แย่มาก

 

FIRST OFBENZ

ชื่อ :เบนซ์–ณัฐธิดา ตรีชัยยะ

การศึกษา: ปี 1 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการตลาด ม.รังสิต

วันเกิด : 26 มีนาคม 2543

ส่วนสูง :163 ซม.

น้ำหนัก :42 กก.

นิยามบอกความเป็นชาวมอ : กิน เที่ยว เรียน

คติประจำใจเวลาเรียน :ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

วิชาเรียนน่าเบื่อ : การเขียน

ฉายาประจำแก๊งค์ในมอ : กระดูก

เป้าหมายในอนาคต : อยากเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง

ผลงาน :นารีริษยา, เหยื่อพยาบาท ช่อง 3SD/ THE ANGLE 3, เพชฌฆาตตาเพชร ช่องMONO29

Instagram :bsbenz

FIRST OFNEENA

ชื่อ :นีน่า-นิชนารถ พรหมมาตร

การศึกษา : ชั้น ม.5 โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ ธนบุรี

วันเกิด : 30 มีนาคม 2544

ส่วนสูง :168 ซม.

น้ำหนัก :45 กก.

คติประจำใจเวลาเรียน :ผลงานเป็นตัวบอกคุณค่าของเรา

วิชาเรียนน่าเบื่อ : โลกร่วมสมัย

ฉายาประจำแก๊งค์: ใจเริง

เป้าหมายในอนาคต : มีธุรกิจเป็นของตัวเอง

ผลงาน :ซีรีส์ตี๋ใหญ่ 2 ดับเครื่องชน, Diamond Eyeตาสัมผัสผี, โฆษณา Blink Collagens, ททท., สสส. หนังสั้น, ธุรกิจส่วนตัว (ลิปสติก)

Instagram :neenazm

FIRST OFTUNGPANG

ชื่อ :ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหล่าสา

การศึกษา : ปี 1 คณะสังคมศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วันเกิด : 15 กันยายน 2541

ส่วนสูง :165 ซม.

น้ำหนัก :46 กก.

นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ : เด็กสิงห์เขียว

คติประจำใจเวลาเรียน :อนาคตไม่ไกล ไปให้ถึง

ไอดอลคนโปรดในมอ :รุ่นพี่ชมรมเทควันโด

สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงในมอของเรา : อยากให้เพิ่มที่จอดรถ เพราะที่จอดรถน้อยมาก

เป้าหมายในอนาคต : อยากเป็นนักการฑูต

ผลงาน :ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรีย์

Instagram :Tungpangpl

 

MODEL :NITCHANART PROMMART, PATTARAVADEE LAOSA, NATTHIDA TRICHAIYA

PHOTOGRAPHER : CHAIMONGKOL PAWASUTTIKARN

STYLIST : APIWAN TIRARANGKUL

MAKE UP &HAIR :ACHIRAWEE ANURAKTARANO

รู้จักพระเอกหน้าใส นายหุ่นยนต์ ดาวรุ่งมาแรงทางช่อง 7 จากละคร “หวานใจนายหุ่นยนต์”

บอม-พงศกร โตสุวรรณวัฒนา หลายคนรู้จักเขาจากบทพระเอกภาพยนตร์ “รุ่นพี่” โอปป้าสุดหล่อของน้องพลอยชมพูเมื่อสองปีที่แล้ว กับคาแรกเตอร์ของความเป็นหนุ่มสุดละมุนผู้รักการทำอาหารผสมผสานอดีตการเรียนรู้ในสายโลจิสติกส์ จนกลายเป็นหนุ่มบอมพระเอกหน้าใสที่ทำทุกอย่างในชีวิตด้วยการเชื่อเสียงหัวใจของตัวเอง

ACE_6061

อดีตนักศึกษาสายบริหารโลจิสติกส์

   ผมจบคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์  ม.รังสิต คือตอนก่อนเอนท์เราไม่ได้มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจบมาแล้วอยากเป็นอะไร แค่คิดว่าอยากเรียนอะไรก็ได้ ที่จบมาแล้วมีงานทำแน่นอน ตอนนั้นบริหารโลจิสติกส์ เปิดใหม่ ค่อนข้างบูม เลยคิดว่าจบมามีงานทำแน่นอน แต่พอเข้าไปเรียน รู้สึกยากกว่าตอนมัธยมมาก สมัยมัธยมยังมีครูมาคอยจ้ำจี้จ้ำไช แต่พอไปอยู่มหา’ลัย ไม่มีเลย เราต้องเอาตัวรอด ก็ต้องแอคทีฟตัวเองขึ้นเยอะเลย ต้องบอกว่าผมไม่ได้เป็นคนขยันขนาดนั้น ไม่ได้เป็นคนตั้งใจเรียนหน้าห้อง เวลาจะสอบเลยต้องอ่านหนังสือ แล้วจริงๆ ไม่ชอบคำนวณ แต่เราเจอแต่คำนวณ ก็เลยต้องฝึกทำคำนวณเยอะๆ การคำนวณมันต้องฝึก อ่านอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลองทำ ผิดยังไงแก้ให้ถูก ลงมือทำไปเรื่อยๆ สุดท้ายผ่านมาได้ โชคดีได้เพื่อนดีด้วยบวกกับความตั้งใจ จบมาเกรดก็แตะเกือบ 3 ก็ถือว่าโอเคสำหรับผม

1 3

ประสบการณ์คบเพื่อนในมหา’ลัย

                ตอนนี้จบมาไม่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนเลย แต่มหา’ลัยก็ให้ประสบการณ์การมีสังคม การคบเพื่อน เราได้เจอกลุ่มเพื่อนที่หลากหลาย เพื่อนที่ดีหรือไม่ดี เก่ง ฉลาด เห็นแก่ตัว มันอยู่ที่การเรียนรู้และใช้ชีวิต แล้วตอนนั้นเราเป็นคนกลางๆ ไม่ได้เกเร แต่ก็ไม่ได้เป็นเด็กเรียนขนาดนั้น เพราะฉะนั้น กลุ่มเพื่อนที่หลากหลายจะสอนเราว่า อ๋อ กลุ่มเพื่อนนี้มันไปทางไหน เพื่อนแบบนี้ดึงเราไปทางเรียน เราก็ไปกับเขา กลุ่มเพื่อนที่ไม่ดี ไม่ใช่ว่าเรารังเกียจหรือไม่ชอบ เพียงแต่เราก็เรียนรู้ว่ามันพาไปทางนั้น เราก็แค่เลี่ยงไม่ไป ถ้าเราเจอเพื่อนดีเราก็รักษาเพื่อนที่ดีไว้กับเรา อีกอย่างคือเรื่องความรัก (ยิ้ม) ก็มีแฟนตอนปี 1 กำลังเฟรชชี่ใสๆ เป็นเพื่อนต่างคณะ ได้คุยกัน แต่ตอนนั้นยังเด็กทั้งคู่ ก็ไม่เข้าใจกัน เลยเลิกกัน ก็อกหัก ฟูมฟาย ตอนแรกเสียใจที่ผู้หญิงทิ้ง แต่พอคุยกับแม่ แล้วแม่ก็ร้องไห้เสียใจเหมือนกัน ก็เฮ้ย เสียใจไม่ได้แล้ว เราต้องดำเนินชีวิตต่อไป ก็ไม่เสียใจแล้ว (หัวเราะ) ให้มันเป็นประสบการณ์สอนเรามากกว่า เรื่องนี้มันเป็นปัญหาที่เราจำได้เลย เพราะเรียนส่วนใหญ่เราจะแก้ปัญหาได้เอง แต่พอเรื่องนี้ เราหาคำตอบไม่ได้ เราก็เสียใจเป็นพิเศษ

ACE_6038 เปิด

จากหนุ่มขี้อายมาเป็นพระเอกดาวรุ่ง

เอาจริง ตอนแรกไม่ได้ฝันว่าจะเป็นดารานักแสดง เราเป็นคนไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ขี้กลัว แต่ตอนที่เล่นหนัง “รุ่นพี่” เหมือนเราได้โอกาสแล้ว ก็ต้องลองทำมันดู แล้วพอได้ลองทำมันก็เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนวิธีคิดหลายอย่าง หนังเรื่องแรก ซีนแรกก็ตื่นเต้นมากๆ แต่พอเริ่มผ่อนคลาย เริ่มคุ้นชินกับกอง เราก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เริ่มสนุกกับการได้ไปกอง ได้เจอผู้คน ส่วนวันว่างมีอีกอย่างที่ชอบทำคือทำอาหาร ได้ไปเรียนคอร์สทำอาหารสั้นๆ ด้วย ผมเข้าครัวกับแม่ตั้งแต่เด็ก หั่นๆ เตรียมๆ คุณแม่โยนลงกระทะเขาทำอาหารให้เราทานตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นก็อยากเรียนเอามาปรับปรุงการทำให้ดีขึ้น เพราะอนาคตก็อยากจะเปิดร้านอาหารเหมือนกัน อย่างตอนนี้กับละครเรื่องแรก ก็พยายามคุยกับผู้กำกับตลอดว่าเขาอยากให้เป็นประมาณไหน อย่างในเรื่องรับบทเป็นหุ่นยนต์ก็กลับบ้านไปซ้อมท่าทางขึ้นลงบันได เก็บจานให้มันชิน ฟีดแบ็กมันก็มีอยู่แล้ว อยู่ในวงการ เราก็แค่เข้าใจ เรื่องไหนที่มันจริงก็นำมาปรับปรุง บางเรื่องไม่ดีก็ช่างมัน แต่ผมเป็นคนชอบเดินไปเจอปัญหา เดินไปเจอก็แก้ เดินไปเจอทางตันก็กลับมา เดินไปเจอทางดีก็เดินต่อไป ผมเป็นไม่ค่อยเชื่อใครเท่าไหร่ ชอบเชื่อความรู้สึกตัวเอง คนอื่นบอกว่าดี แต่ถ้าเรารู้สึกไม่ดีจะถอยกลับ แต่ถ้าเราคิดว่าดี ก็จะเดินหน้าให้ถึงที่สุด