หมูมิ้นท์-รุจิเรศ บุญผ่องศรี ดีเจคลื่น MONO FRESH 91.5 สาวร่างเล็ก ร่าเริงสดใส ที่ไม่ใช่แค่มีดีในสายของดีเจ พิธีกร นักแสดงในวงการบันเทิง

เพราะสาวมิ้นท์เรียนจบจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ธรรมศาสตร์ ศาสตร์ด้านคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ถือว่าเรียนจบยากมากๆ แต่เธอกลับเรียนจบออกมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 พร้อมๆ กับตรรกะวิธีคิดการใช้ชีวิตจากมหาวิทยาลัยที่นำมาปรับตัวใช้ในการทำงานได้อย่างลงตัว

ACE_8168

จุดเริ่มต้นแรก ความอยากเรียนคณิตศาสตร์ประกันภัย

มิ้นท์เรียนสายวิทย์คณิตมาค่ะ แล้วตอนแรกเลยได้รู้จากอาจารย์ที่รร.ว่าลูกสาวของอาจารย์เรียนคณิตศาสตร์ประกันภัย ก็รู้สึกว่ามันโอเค แล้วอาจารย์ก็แนะนำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์ ของธรรมศาสตร์มา แล้วเราก็สอบตรงติด แต่พอเข้ามาเรียนจริงๆ ปรากฎว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ มันเป็นคณิตศาสตร์สถิติมากกว่า ตอนแรกอยากจะซิ่ว แต่ตอนนั้นคือเราสอบได้ทุนแล้ว สอบได้ที่หนึ่งของสาขาสุดท้ายเรียนไปเรียนมา เราก็เรียนได้ดีด้วย ด้วยความที่ชอบคณิตศาสตร์อยู่แล้ว แล้วเลือกวิชาโทเป็นคอมพิวเตอร์ เพราะคอมฯ เป็นสิ่งที่คนต้องใช้อยู่แล้ว ก็น่าจะไปใช้ต่อในอนาคตได้ ก็เลยเรียนต่อจนจบได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ตอนที่จบ จากในคณะที่มีกัน 30 คน จบกันออกมาแค่สิบกว่าคนเองค่ะ เพราะที่นี่เรียนยาก มันจะมีวิชาบังคับให้ได้ C ถึง 18 ตัว เลยซิ่วกันทั้งแถบแต่เรารู้ตัวว่าไม่ใช่คนเก่ง ก็ต้องขยัน อ่านหนังสือให้เยอะ ทุกคนชอบบอกว่าตัวเองสมองไม่ดีไม่เก่ง มิ้นท์เองก็เรียนในห้องไม่เข้าใจเลย แต่ยิ่งเรารู้ว่าเราไม่เก่งแค่ไหน เราก็ต้องขยันมากกว่าคนอื่น ขยันแล้วก็ต้องเข้าหาอาจารย์ด้วย อาจารย์คะอันนี้หนูทำถูกมั้ย ช่วยแนะแนวหน่อยค่ะ อย่ากลัวที่จะเข้าหาอาจารย์ เพราะถ้าเราอยู่เฉยๆ เราก็จะอยู่อย่างนี้ เกรดก็จะเน่าไปเรื่อยๆ เราก็ต้องพยายาม ต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น จะมัวอยู่เฉยๆ ไม่ได้

IMG_9584 IMG_9586

จากเด็กเนิร์ดสายคำนวณมาเป็นพิธีกรสายบันเทิง

เข้าวงการตอนปี 4 ก่อนหน้านี้มีความฝันอยากเข้าวงการ แต่ไม่กล้า กลัวโดนหลอก สุดท้าย พอได้เข้าประกวดแล้วดันชนะเลิศก็เลยโอเค ตอนจบแล้วก็ทำงานต่อเลย ส่วนที่เรียนมาทั้งหมด รู้สึกจะไม่ได้ใช้เลย ก็อยากจะรับสอนพิเศษให้เด็กเหมือนกันค่ะ แต่เป็นคนที่สอนแล้วไม่มีใครเข้าใจ  (หัวเราะ) เราตั้งใจสอนนะ แต่น้องเขาติดเล่น สอนแล้วเขาติดเอฟ เลยไม่กล้าสอนใคร แต่คือวิชาเรียนมันก็ทำให้กระบวนการคิดของเรามันโอเคขึ้น มันสอนให้เรามีกระบวนการคิดเยอะกว่าคนอื่นในระดับหนึ่ง ก็ไม่รู้สึกว่าเสียใจเลยที่เรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ เพราะอย่างน้อยในอนาคตมันต้องเอาไปต่อยอดได้แน่ๆ

IMG_9588 IMG_9595 IMG_9598

กดดันตัวเองเพื่อพัฒนา และแพลนธุรกิจในอนาคต

ตอนนี้ก็ได้มีโอกาสทำหลายอย่าง ทั้งพิธีกร ดีเจ งานแสดง แต่เราก็กดดันตัวเองเหมือนกันว่าบางอย่างเราทำไม่ดี เราต้องพัฒนานะ อย่างการแสดง ก็ต้องฝึกให้เล่นมาจากความรู้สึกข้างในเวลาไปกองพอถึงเวลาแสดงจริง ทุกคนจะรู้ว่ามิ้นท์จริงจังมาก คือต้องมีพื้นที่ของตัวเองว่าให้ชั้นท่องบทเถอะ บางทีสคริปต์ยาวมาก กลัวว่าเราจะเป็นตัวถ่วงคนอื่นเขา บ่อยมากที่แอบมีร้องไห้ในกอง แต่ทุกคนก็จะคอยให้กำลังใจตลอด สุดท้ายมันก็ผ่านมาได้ อย่างงานดีเจก็ต้องพยายามฝึกพูดให้ชัดขึ้นและช้าลง บางทีเรามีความสุขในการทำงาน ก็จะติดเล่นเกินไป เราจัดคู่ก็มีแย่งกันพูดบ้าง ก็ต้องฝึกให้มีสติในการทำงานมากขึ้น แต่ก็ยังจะพยายามคีพความเป็นตัวเองให้มากที่สุด สำหรับมิ้นท์ตอนนี้ก็เริ่มคิดถึงอนาคตมากขึ้น ไม่ใช่แค่การแสดง แต่เราต้องมีธุรกิจของตัวเอง อย่างตอนนี้ก็เริ่มทำธุรกิจร้านอาหารกับพี่สาว มันยากมาก เพราะเราจะทำให้มันเป็นร้านใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ก็ต้องคุมคนเยอะขึ้น แต่ก็มีพี่กับน้องที่ช่วยๆ กัน จนมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ทุกวันนี้ก็จะคิดถึงครอบครัวเป็นอันดับแรก ถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะมิ้นท์มาอยู่กรุงเทพฯ กับพี่สาว แต่มีอะไรก็จะโทรไปคุยกับพ่อแม่ตลอด แต่ก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นมาก เพราะเรารู้ว่าเขาเป็นห่วงเรา

 

 

มาดูกันซิว่าพวกเธออยากจะเป็นพยาบาลด้านไหน ดูแลรักษาอย่างไรกันบ้าง?

1-พลอย

(1) พลอย-อภิสรา ภัคชวกิจ ปี 3 พาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ

“เป็นพยาบาลที่คอยดูแลหมอได้มั้ยคะ เพราะหมอดูแลแต่คนอื่น ไม่ค่อยมีคนดูแลตัวเอง เพราะทุกคนคิดว่าหมอไม่ค่อยป่วย หมอสบายดีดูแลตัวเองได้ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ หมอเหนื่อยนะ”

2-เมย์

(2) เมย์-สกาวรัตน์ สีหมากสุก ปี 3 รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

“ถ้าได้เป็นพยาบาลจริงๆ ก็อยากไปเป็นพยาบาลอาสาค่ะ ได้เข้าไปดูแลรักษาตามชุมชน ชนบท เพราะว่าเราจะได้เข้าไปช่วยเหลือด้านอนามัยอย่างทั่วถึง แถมได้อยู่กับธรรมชาติต่างจังหวัดอะไรแบบนี้ด้วย”

3-อุ้ม
(3) อุ้ม-บูชิตา บูรณะนิติกุล ปี 1 ศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

“พยาบาลอาสาต่างจังหวัดค่ะ ไปดูแลเด็กๆ ในชนบท เพราะเด็กๆ ตามพื้นที่ๆ ไม่มีโรงพยาบาลมักจะเจ็บป่วยง่าย ไม่ได้วัควีนที่ดี ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็น่าเป็นห่วงค่ะ”

4-เฟิร์น

(4) เฟิร์น-ลดาวัลย์ เศรษชินพงศ์ ปี 3 รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

“พยาบาลดูแลเด็กละกันค่ะ เพราะว่าเด็กก็ต้องการ การดูแลเอาใจใส่ที่มากกว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหา เช่น ท้องไม่พร้อม แม่ทิ้งเด็กไว้ที่โรงพยาบาลอะไรแบบนี้ก็เป็นปัญหาทำให้เด็กไม่ได้รับความอบอุ่น เลยอยากจะดูแลพยาบาลเด็กๆ”

5-หมิว

(5) หมิว-อรจิรา เพชรคีรีสกุล ปี 3 รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

“รักษาดูแลผู้สูงอายุค่ะ อยู่ฝ่ายกายภาพ หรือด้านที่จะช่วยเหลือผู้สูงอายุได้ เพราะว่าผู้สูงอายุจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ ถ้าให้เป็นพยาบาลที่ต้องทำแผลฉีดยาก็อาจจะไม่ชอบเท่าไหร่ ขอดูแลผู้ป่วยอย่างเดียวดีกว่า”

6-มุ้ย

(6) มุ้ย-บุญสิตา รวิโสภิตยิ่ง ปี 3 รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

“ดูแลด้านสถานอนามัยที่อยู่ตามต่างจังหวัด ซึ่งบางพื้นที่จะเป็นสถานอนามันที่ไม่คิดค่ารักษาพยาบาล เป็นที่ๆ รับบริจาค และนำเงินที่ได้มาใช้เป็นค่ายา ค่าดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย ก็อยากจะเป็นพยาบาลที่ได้ดูแลผู้ป่วยที่ขาดแคลลนทุนทรัพย์”