ช่วงเวลาของการร่ำลาจะมีวิธีไหนมาเยียวยาใจกันได้บ้างมาดูกัน

จะมีวิธีไหนที่จะมาช่าวเยียวยาหัวใจ แก้อาการช้ำรัก ให้พร้อมรับมือกับความรักครั้งใหม่บ้างมาลองทำตามกันไปกับ 5 วิธีนี้เลย

1 : โล๊ะทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา

ตุ๊กตา เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของขวัญแทนใจ รูปถ่ายอะไรที่เกี่ยวกับเขาทิ้งไปให้หมด อย่าเก็บไว้ ทิ้งไปให้พ้นสายตาเก็บไว้ก็ช้ำใจเปล่าๆ พอมองไปเห็นอีกก็พลอยจะทำให้นึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ฉะนั้นทิ้งมันซะ!! รวมถึงตัดขาดเขาออกจากชีวิตเราไปเลย เรื่องโซเชียล IG Facebook Line ของเขา ลบหรือบล็อคให้หมด อย่างเหลือไว้ให้เห็นหน้าฟีดของเขาอีกเลย เพราะถ้ายังเห็นรูปเขาอยู่ก็ไม่ได้ทำให้ได้อะไรขึ้นมา เกิดไปเห็นรูปคู่ของเขากับคนใหม่ของเขาจะยิ่งจี๊ดในใจเข้าไปอีก

Business concept male finger pointing delete key on a metallic keyboard

Business concept male finger pointing delete key on a metallic keyboard

2 : ห้ามฟังเพลงเศร้า

สำหรับคนที่ Sensitive มากๆ ยิ่งห้ามฟังเลย เพราะยิ่งฟังก็จะยิ่งรู้สึกว่า ทำไมตัวฉันเหมือนกับเพลงขนาดนี้ เป็นการกดอารมณ์ของตัวเองให้รู้สึกเหมือนถูกกระทำให้เจ็บช้ำเข้าไปอีก ทวีความเศร้าให้ตัวเองรู้สึกบันทอนอารมณ์ ยิ่งคนที่ Sensitive มาก จะเป็นคนที่จินตนาการ หรือคิดปรุงแต่งได้มากขึ้น คนประเภทนี้เวลาคิดไปทางบวกก็จะมีความสุขมาก แต่เมื่อคิดไปทางลบ ก็จะทุกข์ได้มากกว่าคนอื่น อ่อนไหว สะเทือนอารมณ์ได้ง่าย พอได้มาฟังเพลงเศร้าซ้ำๆ อาจจะทำให้เข้าสู่ภาวะโรคซึมเศร้าได้

Sad teenager girl inside a car with headphones listening to the music

Sad teenager girl inside a car with headphones listening to the music

3 : เลิกซะพฤติกรรมการดื่มเพื่อลืม

‘ดื่มเพื่อลืมเธอ’ คำนี้ได้ยินกันบ่อยใช่มั้ย ถ้าพูดกันตรงๆ ก็เมาประชดรัก เห็นกันมานักต่อนัก แต่ไม่เห็นว่าจะลืมได้จริงๆ สักราย มีแต่อาการตอนดื่มทิ้งไว้ให้หลายๆ คนได้จดจำ ทั้งสภาพตอนเมาที่หมดสภาพ ร้องไห้ฟูมฟาย เดินเซ หัวทิ่มหัวตำ สุดท้ายก็ไม่ได้เขากลับมา หรือไม่มีอะไรดีๆ เกิดขึ้น ฉะนั้นอย่าทำร้ายตัวเองให้ดูแย่ไปกว่านี้เลย เลิกความคิดที่ว่าดื่มแล้วจะสามารถลืมเขาได้ไปซะ หันมาดูแลสุขภาพตัวเองทานอาหาร และดื่มเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อตัวเองดีกว่า

Young woman with a hangover holding her almost empty cocktail glass

Young woman with a hangover holding her almost empty cocktail glass

4 : เปลี่ยนแปลงตัวเอง

เมื่อเคลียร์ทุกอย่างรอบตัวและจัดการตัวเองได้ ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องปฏิวัติเปลี่ยนแปลงตัวเองต่อ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนลุค เปลี่ยนเสื้อผ้า สไตล์การแต่งหน้า การแต่งตัว หรือการหากิจกรรมดีๆ ให้ตัวเองได้ทำ พัฒนาตัวเองไปอีกแบบหนึ่ง เช่น การออกกำลังกาย เข้าคลอสเรียนอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมทักษะ อ่านหนังสือพัฒนาความรู้ หันมาทุ่มเทให้กับการเรียน โดยตั้งเป้าหมายของตัวเองเอาไว้ …อกหัก รักคุด ไม่จำเป็นต้องทำให้ตัวเองดูโทรม แต่เราจะต้องหันมารักตัวเองให้มากขึ้น เปลี่ยนแปลตัวเองให้สวยขึ้น หล่อขึ้น ให้คนที่ทิ้งเราไปนึกเสียดายกันไปเลย

Woman looking in compact mirror before doing make-up

Woman looking in compact mirror before doing make-up

5 : ให้รางวัลตัวเอง

เปลี่ยนแปลตัวเองสำเร็จแล้ว เราก็ควรให้รางวัลกับตัวเองต่อ การให้รางวัลตัวเองทำได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นความสุขทางใจอย่างการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ให้ตัวเอง เป็นการเติมความสุขที่ทำได้ง่ายๆ หรือการออกไปท่องโลกกว้าง หรือเที่ยวเปิดหูเปิดตาตัวเองบ้าง ได้ผ่อนคลาย เยียวยาจิตใจ ประสบการณ์แปลกใหม่ และชาร์จพลังชีวิต ไม่แน่คุณอาจจะได้ความรักดีๆ ครั้งใหม่จากการเดินทางก็เป็นได้

Beautiful young woman trying on high heel shoes while sitting on sofa at the shoe store

Beautiful young woman trying on high heel shoes while sitting on sofa at the shoe store

คณะนอกสายตา ที่คนไม่ค่อยรู้จัก จะเป็นคณะอะไรมาดูกัน

คณะที่ว่าเกี่ยวข้องกับสายตาโดยตรง อย่างคณะทัศนมาตรศาสตร์ ที่ตอนนี้มีเพียง 3 มหาวิทยาลัยในประเทศไทยเท่านั้น มาทำความรู้จักคณะที่เรานำมา Battle นี้ไปพร้อมๆ กัน จะน่าสนใจ น่าเรียนยังไงบ้าง มาดูกันเลย..

(ม.รามคำแหง)

10509479_742917409089442_7102157822348386841_n

ประวัติคณะ

คณะทัศนมาตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2541 และในปี พ.ศ. 2555 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า หลักสูตรทัศนมาตรศาสตรบัณฑิต ได้เปิดสอนมาแล้วกว่า 10 ปี มีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาเป็นนักทัศนมาตรศาสตร์ไปรับใช้สังคมแล้ว กว่า 50 คน มีลักษณะการเรียนการสอนที่เข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับของสังคมทั้งในระดับประเทศ ได้รับการรับรองทั้งจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นตัวอย่างของหลักสูตรทัศนมาตรศาสตรบัณฑิต ให้กับสถาบันการศึกษาอื่นๆ ในการผลิตนักทัศนมาตรศาสตร์ที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานสากล สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ในการประชุมครั้งที่ 14/2555 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 จึงมีมติอนุมัติให้แยกหลักสูตรทัศนมาตรศาสตรบัณฑิต ออกจากสถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ และให้จัดตั้งเป็น “คณะทัศนมาตรศาสตร์”

การเรียน การสอน จุดเด่น

                หลักสูตรทัศนมาตรศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนมาตรศาสตร์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศที่ให้ความสำคัญด้านการแพทย์ด้านสายตาและสุขภาพตา โดยเน้นการดูแล แก้ไข และป้องกันสุขภาพของระบบการมองเห็น ซึ่งรวมตั้งแต่สุขภาพของลูกตาไปจนถึงอวัยวะที่อยู่รอบ ๆ เช่น ระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาท ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบการเห็น เป็นหลักสูตร 6 ปี และมีการผลิตบุคลากรสาขาวิชาทัศนมาตรศาสตร์ ในระดับปริญญาบัณฑิต โดยมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอินเดียน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกหลายมหาวิทยาลัยที่ส่งผู้เชียวชาญด้านทัศนมาตรศาสตร์ ระดับโลกมาสอนนักศึกษา และผลิตบัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแล้ว จะได้รับปริญญาทัศนมาตรศาสตร์บัณฑิต Doctor of Optometry มีสิทธิในการสอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบโรคศิลปะตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เรียกว่า “นักทัศนมาตรวิชาชีพ”

คณะทัศนมาตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีห้องปฏิบัติการรองรับสำหรับนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ทั้งคลินิกศูนย์แว่นสายตาเพื่อบริการประชาชนทั่วไป ห้องเรียนมีชุดเครื่องฝนแว่นแบบใช้ Block หรือ Pattern, เครื่องวัดกำลังเลนส์แบบ Auto และ Manual, ระบบปฏิบัติการสำหรับกล้อง Biomicroscope แบบแสดงภาพเป็น Digital, ชุดเครื่อง Auto-Refractor แบบ Full-Auto, แก้ไขระบบน้ำสำหรับเครื่องฝนเลนส์สายตาแบบ Full-Automatics, ปรับระบบเครื่องตรวจลานสายตาและระบบคอมพิวเตอร์, ระบบถ่ายภาพจอประสาทตาด้วย SLO และ Super Field Fundus Scanner, เครื่องวัดความดันลูกตาระบบ Computer เรียกได้ว่าห้องเรียนมีอุปกรณ์ครบครันจริงๆ

66451_468783676502818_994471314_n 10011365_686442634736920_2115876019_n 10689853_867250503322798_9086238911824995619_n

เครดิต FB : คณะทัศนมาตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ผลคะแนนจากชาว Campus Star

เป็นที่รู้จัก : 6.5

น่าสนใจ : 9

การเรียนการสอน : 10

สภาพแวดล้อม/ห้องเรียน : 9

การต่อยอดในสายอาชีพ : 8.5

คะแนนรวม : 43 คะแนน

 

(ม.รังสิต)

IMG_4626

ประวัติคณะ

คณะทัศนมาตรศาสตร์ในประเทศไทยตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พศ. 2549 ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นหลักสูตร 6 ปี และมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นหลักสูตร 4 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่น เช่น พยาบาล เทคนิคการแพทย์ และกายภาพบำบัด ต่อมามหาวิทยาลัยรังสิตได้ปรับหลักสูตรเป็น 6 ปี เพื่อมีสิทธิ์สอบใบประกอบวิชาชีพ ทัศนมาตรศาสตร์บัณฑิต (Doctor of Optometry, O.D.) เช่นเดียวกับหลักสูตรทัศนมาตรศาสตร์ที่เป็นสากล มีหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการให้บริการทัศนมาตรศาสตร์ที่เป็นสากลในปัจจุบัน มีสิทธิ์สอบใบประกอบวิชาชีพโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์ ของกองการประกอบโรคศิลปะกระทรวงสาธารณสุข

การเรียน การสอน จุดเด่น

หลักสูตรทัศนมาตรศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต มีวัตถุประสงค์ เพื่อผลิตบัณฑิต ที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรู้ความสามารถทางวิชาการระดับมาตรฐานสากล สามารถประกอบวิชาชีพทัศนมาตรในการตรวจวินิจฉัย รักษาแก้ไข และฟื้นฟูความผิดปกติของสายตา โดยการใช้แว่นตาหรือเลนส์สัมผัส รวมทั้งการฝึกบริหารกล้ามเนื้อตา และสามารถป้องกันการสูญเสียสายตาจากสาเหตุสายตาผิดปกติ นอกจากนี้ยังฝึกสอนให้บัณฑิตสามารถคิด และวิเคราะห์อย่างเป็นขั้นตอน ตามระบบจนสามารถแก้ไขปัญหา และมีความเป็นผู้นำที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถถ่ายทอดความรู้ ความสามารถให้แก่ผู้ร่วมงานทุกระดับ ประการสุดท้าย คือ บัณฑิตทัศนมาตรศาสตร์จะต้องเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ สามารถสืบค้น ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีแผนปัจจุบัน มีการพัฒนาความรู้ ความสามารถอย่างต่อเนื่อง มีส่วนร่วมในการวิจัย และพัฒนาขีดความสามารถในการประกอบวิชาชีพทัศนมาตร และยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ

ผู้ที่จบการศึกษาวิทยาศาสตร์สายตา ศึกษาต่อ หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปีจะได้รับปริญญา Doctor of Optometry ของ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้จบการศึกษาชั้นมัธยมปลายศึกษา 6 ปี ได้รับปริญญา Doctor of Optometry ของมหาวิทยาลัยรังสิต ทางคณะได้มีความพยายามในการปรับปรุงการเรียนการสอนในคณะอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเพิ่ม Refraction Unit Subspecialty Optometry Clinic ได้แก่ คลินิกสายตาเลือนราง คลินิก Contact Lens คลินิก Sport Vision มีการประชุมวิชาการเพื่อบริการแก่ ศิษย์เก่าทัศนมาตร และผู้ประกอบวิชาชีพด้านสายตา

IMG_0489 IMG_4665 IMG_4685

เครดิต : http://www.rsu.ac.th/optometry/

ผลคะแนนจากชาว Campus Star

เป็นที่รู้จัก : 6

น่าสนใจ : 8.5

การเรียนการสอน : 10

สภาพแวดล้อม/ห้องเรียน : 9.5

การต่อยอดในสายอาชีพ : 8

คะแนนรวม : 42 คะแนน

 

BATTLE RESULT

สรุปคะแนน ม.รามคำแหงชนะไป 43 ต่อ 42 ถือว่าสูสีๆ พอให้อภัยได้ ชาว Campus Star หลายๆ คนก็ยังคงงงๆ กันอยู่เหมือนกันว่ามีคณะนี้ด้วย? แต่ก็ให้ความสนใจกันมาไม่น้อยเหมือนกัน หวังว่าในอนาคตเราจะมีนักศึกษาที่จบมาเป็น นักทัศนมาตรวิชาชีพ เพื่อชดเชยความต้องการของตลาดด้านวิชาชีพนี้กันอีกเยอะๆ นะ

ใครก็อยากได้ ดินสอสีกว่า 500 เฉดสี จากญี่ปุ่น

สีสวยจนลายตา ทำไมมีสีออกมาให้เลือกระบายงานศิลปะเยอะขนาดนี้ ตั้ง 500 สี เรียกว่าเยอะจนเลือกระบายไม่ถูก ธรรมดาว่า 6o สีก็ว่าเยอะแล้ว แต่มั่นใจว่ามีสีมากถึง 500 สีแบบนี้งานต้องออกมาสวยมากแน่นอน เพราะเจ้าแห่งไอเดียความคิดสร้างสรรค์อย่างญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิดมาเองแบบนี้ ไม่ผิดหวัง

ดินสอสี-1

โดยบริษัท ‘Felissimo’ จากญี่ปุ่น ผลิตดินสอสีไม้ ที่มีเฉดสีให้เลือกมากถึง 500 สี ทุกแท่งทำขึ้นด้วยแฮนเมดอย่างปราณีต มีขนาดความยาว 17.5 ซม. และไส้ดินสอจะมีขนาด 3.5 มม. ทั้งนี้บริษัทจะค่อยๆ ผลิตออกมาเดือนละ 20 สี ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 25 เดือน กว่าจะได้ครบทั้ง 500 สี แถมแต่ละชุดที่ออกก็มีชื่อเรียกตามคอลเล็คชั่นสี อย่างล่าสุดก็คือ ‘Tokyo Seeds’ ซึ่งเป็นสีที่ถูกออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น Katsushika และ Arakawa Wards ดินสอสี-2 ดินสอสี-3

ที่มา: Rocketnews24, catdumb