49 เรื่องน่ารู้ ความเป็นที่สุดในประเทศไทย

The-Grand-Palace-Bangkok-Thailand-20140413

1. จังหวัดในประวัติศาสตร์ไทยซึ่งมีชื่อเต็มยาวที่สุด และเป็นชื่อเมืองซึ่งยาวที่สุดในโลก คือ กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ ภายหลังจัดตั้งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528

2. จังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ 20,493.964 ตร.กม.

3. จังหวัดที่มีพื้นที่น้อยที่สุด คือ จังหวัดสมุทรสงคราม มีพื้นที่ 416.707 ตร.กม.

4. จังหวัดที่มีอำเภอมากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 32 อำเภอ

5. จังหวัดที่มีตำบลมากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 287 ตำบล

6. จังหวัดที่มีเทศบาลมากที่สุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 120 เทศบาล

7. จังหวัดที่มีอำเภอน้อยที่สุด คือ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 อำเภอ

8. จังหวัดที่จัดตั้งขึ้นล่าสุด คือ จังหวัดบึงกาฬ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

9. จังหวัดที่มีชายฝั่งทะเลยาวที่สุด คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 251 กิโลเมตร

10. อำเภอขนาดใหญ่ที่สุด คือ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก มีพื้นที่ 4,325 ตารางกิโลเมตร

11. อำเภอขนาดเล็กที่สุด คือ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ 17 ตารางกิโลเมตร และอำเภอนี้มีเพียงตำบลเดียว

12. อำเภอที่มีตำบลมากที่สุด คือ อำเภอเมืองนครราชสีมาและอำเภอเมืองนครปฐม มี 25 ตำบล

13. อำเภอที่ตั้งขึ้นใหม่ที่สุด คือ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

14. จังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุด คือ จังหวัดระนอง มีประชากร 182,648 คน (ข้อมูล: พ.ศ. 2555)

15. จังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นน้อยที่สุด คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีความหนาแน่น 19.27 คน ต่อตารางกิโลเมตร (ข้อมูล: พ.ศ. 2555)

16. อำเภอที่มีประชากรมากที่สุด คือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 495,922 คน (ข้อมูล: พ.ศ. 2552)

17. อำเภอที่มีประชากรน้อยที่สุด คือ อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด จำนวน 2,213 คน (ข้อมูล: พ.ศ. 2552)

18. เกาะขนาดใหญ่ที่สุด คือ เกาะภูเก็ต มีขนาด 543 ตารางกิโลเมตร

19. บริเวณที่มีแผ่นดินแคบที่สุด คือบริเวณ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด มีช่วงแผ่นดินเพียง 0.45 กิโลเมตร หรือ 450 เมตร

20. แหลมทะเลที่มีความยาวมากที่สุด คือ แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

Cr. thailovetrip.com

21. ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุด คือ ทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา และ จังหวัดพัทลุง มีพื้นที่ประมาณ 1,040 ตารางกิโลเมตร

22. ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุด คือ บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ มีเนื้อที่ 132,737 ไร่

23. แม่น้ำที่ยาวที่สุด คือ แม่น้ำชี มีต้นธารจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่าน จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จนไปบรรจบกับแม่น้ำมูล ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี รวมความยาวทั้งสิ้น 765 กิโลเมตร

24. คลองที่ยาวที่สุด คือ คลองแสนแสบ มีความยาวทั้งสิ้น 65 กิโลเมตร

25. น้ำตกที่สูงที่สุด คือน้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก

26. อุทยานแห่งชาติแห่งแรก และพื้นที่ป่าไม้ขนาดใหญ่ที่สุด คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครนายก และ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งรัฐบาลประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505

27. อุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่สุด คือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

28. อุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรก คือ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งรัฐบาลประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2509

29. ปราสาทขอมโบราณซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด คือ ปราสาทหินพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

30. ปราสาทขอมโบราณซึ่งมีความเก่าแก่ที่สุด คือ ปราสาทภูมิโปน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1

31. ปราสาทขอมโบราณซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกที่สุด คือ ปราสาทเมืองสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

32. ฝายหลวงแห่งแรก คือ ฝายซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

33. ตู้ไปรษณีย์ขนาดใหญ่ที่สุด (อดีตเคยเป็นที่สุดในโลก) คือ ตู้ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีความสูง 3.20 เมตร เส้นรอบวงที่ฐาน 2.65 เมตร เส้นรอบวงตู้ 2.40 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467

34. เสาธงซึ่งมีความสูงมากที่สุด คือ เสาซึ่งตั้งอยู่ที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เลขที่ 79 หมู่ที่ 1 หลักกิโลเมตรที่ 55 ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รหัสไปรษณีย์ 13170 เสากลาง มีความสูง 80 เมตร เสาประกบ มีความสูง 55 เมตร รวมทั้งหมด 3 เสา และมีความสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก

35. สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรก คือ สะพานพระราม 6 สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

36. สะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือ ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ข้ามทะเลสาบสงขลา จาก อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ไปยัง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ระยะทางรวม 5.450 กิโลเมตร

37. สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรก คือ สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 ช่วงระหว่างจังหวัดหนองคาย กับนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย ฯพณฯ หนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศลาว เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2537

38. สะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งแรก คือ สะพานมิตรภาพ ไทย-พม่า ช่วงระหว่างจังหวัดตาก กับจังหวัดเมียวดีของประเทศพม่า

39. สะพานแขวนคนเดินที่ยาวที่สุด คือ สะพานข้ามแม่น้ำมูล ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ โครงสร้างเป็นเหล็ก ยึดโยงด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่ พื้นปูด้วยไม้กระดาน มีความกว้าง 2 เมตร ยาว 295 เมตร

40. อุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาเพียงแห่งเดียว ตั้งอยู่ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

41. อุโมงค์ที่ยาวที่สุด คือ อุโมงค์ขุนตาน ใช้เป็นทางลอดผ่านของรถไฟสายเหนือ ตั้งอยู่บริเวณเขตติดต่อระหว่างอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง กับอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน มีความยาวทั้งสิ้น 1,352 เมตร เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2450 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2461

 

42. ถนนเลียบชายทะเลที่ยาวที่สุด และ สวยที่สุด คือ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จังหวัดจันทบุรี

43. พระที่นั่งซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด คือ พระที่นั่งวิมานเมฆ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นพระที่นั่งถาวรองค์แรก ในพระราชวังดุสิต สร้างขึ้นด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เมื่อปี พ.ศ. 2444 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

44. เขื่อนดินที่ยาวที่สุด คือ เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความยาว 7,800 เมตร

45. เขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ที่สุด คือ เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท

46. เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก คือ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขื่อนขุนด่านปราการชล อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก มีความยาวทั้งสิ้น 2,720 เมตร

47. เขื่อนคอนกรีตอเนกประสงค์แห่งแรกของไทย คือ เขื่อนภูมิพล (ยันฮี) จังหวัดตาก

48. เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดของไทย คือ เขื่อนสิริกิติ์ (ท่าปลา) จังหวัดอุตรดิตถ์ มีความจุ 9,510 ล้านลูกบาศก์เมตร

49. สายทางรถไฟซึ่งมีระยะทางยาวที่สุด คือ ทางรถไฟสายใต้ เริ่มจากสถานีรถไฟกรุงเทพ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ชุมทางหาดใหญ่ (สงขลา) ปัตตานี ยะลา จนถึงสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,160 กิโลเมตร

พีอาร์นักศึกษาหนุ่มหล่อสาวสวยหลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต รุ่นพี่ปี 4

SAIPARN-BOOK

_MG_4671

สายป่าน-กัลยรัตน์ มีรักษ์ และบุ๊ค-ศุภณัฏฐ์ ผลอินทร์หอม กับเทคนิคการเรียนสายนิเทศในหลากหลายสาขาที่พวกเขาจะมาให้คำแนะนำกับน้องๆ ที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเรียนในด้านนี้

เหตุผลที่เลือกเรียนสายนิเทศฯ

สายป่าน : จริงๆ ตัวป่านเองซิ่วมาจากที่อื่นค่ะ แล้วก็อยากเรียนด้านนิเทศฯ ทางบ้านก็เลยแนะนำที่ม.สวนดุสิตเพราะมันใกล้บ้านและค่าเทอมไม่แพง แล้วก็เห็นว่าที่นี่จะเน้นเรียนรวมทุกอย่างของนิเทศฯ เลย คิดว่าเราน่าจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้เยอะ เลยได้เข้ามาเรียน

บุ๊ค: มีรุ่นพี่แนะนำผมมา ว่าที่สวนดุสิตมีการเรียนนิเทศฯ แบบรวม ไม่ได้แยกเป็นสาขาเหมือนที่อื่น ซึ่งบางครั้งเขาเข้ามาแล้วไม่ตรงสายก็ต้องเปลี่ยนทางอีก แต่ผมชอบเรียนรวมหลายๆ ด้าน ไม่เก่งด้านใดด้านหนึ่ง ได้เรียนองค์ประกอบรวมๆ ได้ความรู้หลากหลายมากกว่า

แรกเข้ามาได้ทำกิจกรรมดาวเดือนที่ประทับใจ

สายป่าน : ปี 1 ที่เข้ามาเป็นปีที่ป่านมีความสุขมาก ป่านเป็นเด็กกิจกรรมอยู่แล้ว พอมาเข้าเฟรชชี่ที่นี่ มันตอบโจทย์เรา แล้วเขาจะมีแบ่งเป็นห้าฝ่าย ทั้งดาวเดือน แบ็คสเตจเอ็มซี เชียร์ หรือการแสดง อย่างดาวเดือนพี่เขาจะเป็นคนเลือกเข้ามาด้วยบุคลิกอะไรหลายๆ อย่างของเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามา ส่วนฝ่ายอื่น ถ้าเราสนใจฝ่ายไหน เราก็สามารถเดินไปสมัครประกวดได้เหมือนกัน ก็เลยรู้สึกว่ากิจกรรมที่นี่โอเค การเรียนก็โอเคด้วย

บุ๊ค: อย่างของบุ๊คที่ได้ประกวดเดือนหลักสูตร พี่เขาก็คงดูจากคาแรกเตอร์ตอนแรก เลยลองให้เราเข้ามาประกวดดู จริงๆ ตอนแรก ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเดินสายประกวด ซ้อมนั่งยืนอะไรแบบนี้ แต่พอได้ทำไปแล้วมันรู้สึกรัก รู้สึกดีที่ว่าตัวเองก็ทำได้เหมือนกันนะ ได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน

_MG_4568 _MG_4625

มุ่งหาเส้นทางนิเทศฯ ที่ชอบ

สายป่าน :สำหรับป่านชอบทางด้านกราฟิก พอเราได้ลงเรียนก็รู้สึกว่าเฮ้ย มันก็ทำได้นะ เพราะปกติส่วนใหญ่จะถนัดทางวิทยุโทรทัศน์กัน แล้วคนลงเยอะ บางทีเราลงไม่ทัน เราเลยเลือกทางกราฟิกเป็นอันดับต่อมา แล้วมันก็ได้เอาไปใช้งานจริงๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะว่าป่านก็ฝันว่าอยากจะทำสินค้าของตัวเอง ทำแพทเทิร์น ทำแพคเก็จจิ้ง โฆษณาประชาสัมพันธ์ วางแผนการตลาดทุกอย่างเอง ซึ่งตอนนี้ก็ได้เรียนมาหมดแล้ว การเรียนรวมแบบที่นี่ให้อะไรกับเราได้มากจริงๆ บางคนอาจจะคิดว่าเรียนรวมแล้วได้อะไร แต่จริงๆ อยู่ที่ความฝัน ความใส่ใจของเรามากกว่า เพราะถ้าเราไปสมัครทำงาน ที่ทำงานก็จะได้เห็นว่าเราก็มีความรู้รอบตัวนะ แล้วก็ยังมีความถนัดที่เป็นความถนัดของเราจริงๆ อีกด้วย

บุ๊ค: เรียนปี 1 ที่นี่จะเรียนพื้นฐาน จากนั้นขึ้นปี 2 ก็ได้เริ่มออกนอกสถานที่ขึ้นครับ ได้ทำหลายอย่างทั้งทำเอ็มวี หนังสั้น ข่าว ส่วนตัวผมชอบทางด้านวิชาพวกจัดรายการต่างๆ แต่อีกทางก็ชอบด้านแฟชั่นด้วย เพราะตอนเรียนบางทีก็มีการประกวดทำคอสตูม ซึ่งพอเราได้ลงมือทำ ก็รู้สึกว่าเราชอบทางด้านนี้

_MG_4655

วิชาด้านการพีอาร์ ศาสตร์หนึ่งที่น่าสนใจในนิเทศฯ

สายป่าน :มีได้เรียนวิชาทางด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการรณรงค์โฆษณาด้วยค่ะ ได้ทำโครงการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ได้จัดงานอีเว้นท์ ซึ่งก็มีการทำโครงการเกี่ยวกับประชาสัมพันธ์คณะของเรา ว่าถ้าเราต้องการรณรงค์ประชาสัมพันธ์คณะนิเทศฯ จะต้องทำยังไงบ้าง รวมถึงเรื่องการทำกราฟิกด้วย ว่าเราจะทำโปสเตอร์ยังไง หาตัวอย่างที่โอเคจากไหน แล้วก็ลองเสนอกับอาจารย์ดูว่าเราควรจะปรับปรุงตรงไหนบ้าง

เปิด1

_MG_4637

เทคนิคการเรียนที่อยากแนะนำน้องๆ 

สายป่าน : ป่านว่าป่านค่อนข้างเป็นเด็กเรียนในห้อง คือเราเป็นเด็กกิจกรรมก็จริง แต่ด้วยความที่เราผ่านประสบการณ์การเรียนมารอบหนึ่งแล้ว แล้วทางนี้เราก็ขอเขามาเรียนสิ่งที่เราชอบเอง ก็เลยรู้สึกต้องตั้งใจเรียน ฟังเลกเชอร์ในห้อง แล้วก็เลกเชอร์ไปด้วย ป่านจะมีปากกาทุกสีเลย เลกเชอร์ข้อความสำคัญทุกวัน คอยกระตือรือร้นเวลาอาจารย์สั่งงาน แสดงความคิดเห็น คอยซักถามเรื่องที่สงสัย มันก็จะทำให้การเรียนสนุกขึ้น อีกอย่างอาจารย์ที่นี่สอนสนุกทุกคนอยู่แล้ว เพราะแต่ละท่านก็จะมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง ทำให้เรียนวิชานั้นง่ายขึ้น

นิยามความเป็นนิเทศฯ สายเฮฮา

สายป่าน : ของเราจะต้องมาเรียนที่ศูนย์ระนอง 2 แยกจากมอใหญ่อีกที แต่ตอนนี้ก็มีแพลนว่าจะย้ายกลับไปมอใหญ่เหมือนกัน ซึ่งหนูรู้สึกว่าไม่อยากย้ายเลย หนูชอบที่นี่ ชอบการอยู่เงียบๆ เป็นไพรเวท เหมือนเราอยู่มานานจนรักที่นี่มาก คือหนูรู้สึกชอบตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา จนถึงตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ค่ะ

บุ๊ค: ผมว่าเด็กนิเทศฯ มีจุดเด่นที่คนจะมองว่า เอ้ย นี่กลุ่มเด็กนิเทศฯ นะ คือเป็นกลุ่มที่สร้างความบันเทิง มีความคิดสร้างสรรค์สูง ไปไหนก็สร้างความเฮฮาได้หมด สำหรับคำพูดติดปากของพวกเรา จะชอบพูดว่า “ไฟไหม้” เวลาเราทำโครงการอะไร แล้วทำไม่ทันก็จะชอบพูดว่า “เพื่อนไม่ได้ ไฟไหม้แล้ว! ต้องทำเดี๋ยวนี้” คือถ้าไม่ทำก็ไฟคลอกเลยแหละ (หัวเราะ) ทุกคนจะรู้เลยว่า ถ้าพูดแบบนี้ อ๋อโดนแน่

_MG_4643

รุ่นพี่ชาวนิเทศฯ สวนดุสิตเชิญชวนรุ่นน้องๆ

สายป่าน : จริงๆ ที่นี่คนข้างนอกอาจจะมองว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าได้เข้ามาเรียนจะรู้สึกรัก แล้วก็โอเคมาก แล้วหลักสูตรของเราจะมีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ น้องๆ จะได้รับความรู้ที่ทันยุค ทันสมัย แล้วสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้แน่นอน ก็อยากให้ลองเปิดใจเข้ามาเรียนกับพวกเราก่อน ที่เล็กๆ แต่อาจได้ความรู้มากกว่าที่คิดก็ได้ค่ะ

 

 

 

สองสาวสวยสายการตลาด ยิว-ศศิภา นาควัน และเนย์-พิชญาภา ชอบคุย

ดาวเดือนนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต กับการได้เข้าไปเรียนรู้ในวิชาการสื่อสารการตลาดและการประชาสัมพันธ์ในด้านต่างๆ รวมถึงไลฟ์สไตล์ของสองสาวหน้าใสที่พร้อมจะพรีเซ้นท์ตัวตนในอีกด้านที่หนุ่มๆ ไม่ควรพลาด

_MG_4986

สองสาวสองสไตล์การเรียน

ยิว : ตอนนี้เรียนอยู่ปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการตลาด ม.รังสิตค่ะ ที่เลือกเรียนด้านนี้ เพราะสนใจทางด้านนิเทศฯ อยู่แล้วค่ะ แล้วก็อยากเรียนพวกสื่อสารการตลาดเป็นพิเศษ พอเข้ามาเรียนจริงๆ ก็สนุกดี เพราะมันได้เรียนหลายอย่างทั้งถ่ายภาพ ตัดต่อ วิดิโอ ไม่เฉพาะด้านการตลาดเท่านั้น สังคมเพื่อนๆ ก็ดี ทุกคนเป็นกันเอง คอยดูแลช่วยเหลือกันตลอด อย่างของหนูจะมีเพื่อนหลายคณะในมอเหมือนกัน ส่วนในคณะก็จะมีแก๊งค์ประมาณ 3-4 คน ส่วนใหญ่เด็กนิเทศฯ จะเป็นสไตล์ทำกิจกรรมกันนิดหนึ่ง

เนย์ : ตอนนี้เรียนปี 2 คณะบริหารธุรกิจ ม.รังสิต ค่ะ เลือกเรียนสาขาโลจิสติกส์ เพราะว่าที่บ้านทำธุรกิจอยู่ด้วย ก็เลยคิดว่าอาชีพทางด้านนี้เป็นอาชีพที่คนกำลังต้องการติด 1 ใน 10 ของประเทศเลย อาชีพด้านการส่งออกระหว่างประเทศ ส่วนใหญ่คนจะเรียนน้อย ก็ขาดแคลนอาชีพนี้อยู่ ซึ่งพอมาเรียนจริงๆ ก็ค่อนข้างยากนะคะ ตอนแรกคิดว่าคำนวณจะไม่เยอะ แต่มันก็เยอะอยู่ ไม่ค่อยถนัด แต่ที่ชอบจริงๆ จะเป็นเรื่องบริหารธุรกิจ ส่วนสังคมเพื่อนก็โอเค ตอนแรกคิดว่าที่ม.เอกชนจะไฮโซน่ากลัว แต่พอเข้ามาอยู่จริงๆ แล้วอยู่ที่ตัวเราเองมากกว่าที่จะคบเพื่อนแบบไหน สังคมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยค่ะ ตอนนี้ที่มอก็จะมีเพื่อนแก๊งค์ใหญ่เลยประมาณ 20 คน หลากหลายคณะ เพราะหนูอยู่หอด้วย

ได้เรียนลงลึกในวิชาสื่อสารการตลาดและการประชาสัมพันธ์

ยิว : ของหนูจะได้เรียนวิชาที่เกี่ยวกับการสื่อสารการตลาดอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ชอบ เพราะเราเหมือนได้เรียนรู้ว่ากลุ่มลูกค้าเป็นยังไง การจะเจาะลูกค้าได้ยังไง ดูความคิดของคนว่าเขาต้องการอะไรบ้าง มันได้ประโยชน์มากๆ ค่ะ ทำให้เราได้รู้ความคิดของคนส่วนใหญ่ คือเราเปลี่ยนไปมองในมุมของคนอื่น ที่ไม่ใช่แค่มุมของเราคนเดียว เพื่อที่เราจะได้ทำการประชาสัมพันธ์แบรนด์ของเราไปในทางที่ดีกับลูกค้าให้มากที่สุด อีกอย่างก็มีเรียนเรื่องการพูด บุคลิกการพูดต่อหน้าผู้คนด้วย เป็นการฝึกการเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดีด้วยค่ะ

เนย์ : จริงๆ หนูก็ได้เรียนวิชาทางด้านเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจเป็นหลัก แต่ว่าทางด้านประชาสัมพันธ์ก็น่าสนใจนะคะ หนูรู้สึกว่าการได้พูด ได้สื่อสารออกมา จะทำให้คนอื่นได้รับรู้สิ่งที่เราต้องการจะสื่อ ยิ่งถ้ามีงานพวกพรีเซ้นท์หน้าชั้น หนูรู้สึกว่าหนูชอบนะ อย่างถ้าเพื่อนๆ มีงานกลุ่ม เพื่อนก็ส่วนใหญ่จะบอกว่าให้หนูออกไปพูด เพราะว่าหนูคิดว่าตัวเองสามารถจะพูดออกมาตามที่เราเข้าใจในเนื้อหา แล้วก็สื่อออกไปให้คนที่ฟังเราได้เข้าใจง่ายค่ะ

_MG_5034

ถ้าได้โอกาสพรีเซ้นท์ความเป็นตัวของตัวเองให้คนอื่นได้รู้ คิดว่าตัวตนจริงๆ ของเราเป็นคนยังไง 

ยิว : หนูว่าตัวเองเป็นคนที่แคร์คนอื่นนะคะ นึกถึงคนอื่นตลอดเวลา ชอบทำให้คนอื่นมีความสุข ถึงบางครั้งจะมีโลกส่วนตัวบ้าง อยากอยู่คนเดียว แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ขาดเพื่อนไม่ได้ คือหนูเป็นคนติดเพื่อนนะ เรื่องอื่นๆ อย่างความรักไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ (หัวเราะ) ชอบอยู่กับเพื่อนๆ มากกว่า เวลาอยู่กับเพื่อนก็จะเป็นแนวห้าวๆ ตลกๆ กันไป

เนย์ : ถึงบุคลิกภายนอกของหนูจะดูนิ่งๆ หน้าดุนิดหนึ่ง แล้วก็เงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่จริงๆ ถ้าจะให้ทำความรู้จักใครสักคน ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ หนูก็ทำได้นะคะ แต่คืออาจจะนั่งนิ่งดูเชิงนิดหนึ่ง แล้วค่อยเข้าไปคุย อย่างหนูอยู่ในกลุ่ม เพื่อนๆ จะเรียกกันว่า “แม่” (หัวเราะ) เพราะว่าหนูจะชอบคอยดุ คอยเตือนในกลุ่มว่าอย่างนี้ไม่ดีนะ หรือเป็นคนคอยโทรปลุกเพื่อนๆ ให้ไปเรียน ก็จะดุๆ หน่อย เพื่อนๆ เลยเรียกกันว่าแม่ คือดูเป็นผู้ใหญ่นิดหนึ่ง แล้วก็ถ้าสนิทกันจริงๆ หนูจะชอบคอยถาม หรือเข้าหาว่าเผื่อจะมีอะไรให้ช่วยเหลือมั้ย หนูก็ยินดีช่วยเต็มที่เลยค่ะ

_MG_5483

ถ้าได้โอกาสเป็นสาวสวยพีอาร์ประชาสัมพันธ์อะไรสักอย่างให้คนได้รับรู้ คิดว่าจะเลือกประชาสัมพันธ์สินค้าหรือความรู้ทางด้านไหนดี

ยิว : หนูอยากประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการทานอาหารหรืออาหารเสริมค่ะ อย่างตอนนี้หนูเป็นคนท้องผูกง่าย ก็อยากจะให้ความรู้ให้ทานผักผลไม้เพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยเรื่องการขับถ่ายและล้างสารพิษด้วย อีกอย่างคือพวกเรื่องอาหารเสริม ก็จะดีสำหรับคนที่อยากลดน้ำหนักแต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย บางทีอาหารเสริมพวกนี้ก็อาจจะช่วยเราในการเผาผลาญไขมันเหล่านี้ได้ ซึ่งจากที่ได้เคยเรียนด้านการตลาดมาก็คิดว่าการประชาสัมพันธ์สิ่งเหล่านี้ออกทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อโซเชียล แล้วก็ขยันโพสต์ หากิจกรรมให้คนได้รู้จักโครงการที่เราอยากจะประชาสัมพันธ์ หรือไม่ก็จัดอีเว้นท์ต่างๆ ก็ช่วยได้มากทีเดียว

เนย์ : อยากประชาสัมพันธ์สินค้าพวกเครื่องประดับ สร้อยข้อมือ แหวน Accessories ต่างๆ ค่ะ หนูรู้สึกว่าบางทีการแต่งตัวของเรา เราไม่ควรใส่ใจแค่เสื้อผ้าหรือรองเท้า แต่แค่เราลองเปลี่ยนตุ้มหู นาฬิกา หรือสร้อย ก็ทำให้บุคลิกของเราเปลี่ยนไปได้เลย อย่างสมมุติเปลี่ยนตุ้มหูจากกลมเป็นแบน ลุคส์เราก็จะเปลี่ยนไปตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหวาน เปรี้ยวหรือเซ็กซี่ แต่ถ้าถามถึงสไตล์การแต่งตัวของหนูที่ชอบจริงๆ จะเป็นแนวชิคๆ เปรี้ยวๆ ตุ้มหูกลมใหญ่ๆ หรือยาวๆ หน่อย เสื้อผ้าก็จะเป็นแนวสตรีทอย่างยีนส์ขายาว กับเสื้อเอวลอยค่ะ

_MG_5074

บุคลิกของสาวนักประชาสัมพันธ์ที่ดีในความคิดของเราเป็นยังไง

ยิว :    หนูว่าพีอาร์ที่ดี น่าจะต้องมีบุคลิกที่มั่นใจ พูดจาฉะฉาน แต่ก็ต้องพูดจาไพเราะด้วย หน้าตาดีนิดหนึ่ง แล้วก็มีความรู้แน่น แต่เท่าที่เคยไปตามที่ต่างๆ ก็ยังไม่เคยเจอประชาสัมพันธ์ที่ไม่ดีนะคะ แบบทำหน้าไม่พอใจลูกค้า หรือแสดงกิริยาไม่สุภาพ อาจจะเพราะหนูไม่ได้สนใจด้วยหรือเปล่า (หัวเราะ) คือเจอแต่ไม่ได้คิดอะไรมาก

เนย์ : พีอาร์ควรจะมีอัธยาศัยดีนะ อย่างแรก ควรจะยิ้มแย้มแจ่มใส หน้าตารับแขกหน่อย เคยเจอไปพักที่โรงแรมหนึ่ง แล้วคือเข้าไปสอบถามห้องกับ Front ข้างหน้า เพราะโรงแรมมันใหญ่มาก แล้วเขาก็ทำหน้าบึ้งๆ ก็เลยรู้สึกว่าเราเองก็ไม่ได้อยากจะเยอะอะไรนะ แต่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะว่าคุณก็คือคนในพื้นที่ที่รู้ดีที่สุด ก็ควรทำหน้าตายิ้มแย้มหน่อยมั้ย ให้เราเห็นถึงความพยายามที่จะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์โรงแรมของคุณ

_MG_5607

แล้วถ้าหนุ่มๆ อยากจะมาประชาสัมพันธ์ตัวเองให้สองสาวหันมาสนใจเขาบ้างล่ะ เขาต้องพรีเซ้นท์อะไรบ้าง

ยิว : หนูชอบคนสูงขาว หุ่นดี แต่งตัวดี ดูภูมิฐาน แล้วก็สุภาพค่ะ อย่างแรกที่ถ้าเริ่มคุยกัน หนูว่าเรื่องการดูแลเทคแคร์เอาใจใส่สำคัญมาก หนูค่อนข้างจะแพ้ทางคนที่มาดูแลเทคแคร์ แบบแมนๆ สุภาพบุรุษอะไรแบบนี้

เนย์ : ชอบผู้ชายแต่งตัวดี ดูภายนอกอาจจะนิ่งๆ แต่ก็อบอุ่น ดูแลเอาใจใส่เราได้ ออกแนวขรึมๆ แต่อบอุ่น (ยิ้ม) แล้วที่สำคัญคือไม่ได้คิดว่าจะจีบแค่เราคนเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับคนรอบข้างเรา อย่างเพื่อน หรือครอบครัวด้วยค่ะ สิ่งแรกที่เขาแสดงออกมาแล้วเรารู้สึกดีก็น่าจะเป็นเรื่องของความใส่ใจห่วงใย แล้วอีกอย่างคือความเป็นผู้นำด้วย เพราะว่าหนูก็ค่อนข้างมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ก็อยากจะได้คนที่คอยให้คำปรึกษาหรือชี้แนะแนวทางให้เราได้

 

FIRST OF YEW

1

ชื่อ : เนย์-พิชญาภา ชอบคุย

การศึกษา : ปี 2 คณะบริหารธุรกิจ ม.รังสิต

วันเกิด :  21 มกราคม 2540

ส่วนสูง : 173 ซม.

น้ำหนัก : 49 กก.

คติประจำใจเวลาเรียน : จะทำอะไรก็คิดถึงคนข้างหลังให้มากๆ

วิชาเรียนน่าเบื่อ : วิชาที่เป็นคำนวณ

แหล่งช้อปปิ้งใกล้มอ : ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

เป้าหมายในอนาคต : การทำให้พ่อแม่สบาย สามารถเลี้ยงและดูแลคนในครอบครัวของตัวเองให้ได้ดีที่สุด

ผลงาน : ถ่ายแบบนิตยสาร

Instagram : Naepitcha

 

FIRST OF YEW

3

ชื่อ : ยิว-ศศิภา นาควัน

การศึกษา : ปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต

วันเกิด :  13 กรกฎาคม 2539

ส่วนสูง : 168 ซม.

น้ำหนัก : 50 กก.

นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ : สาวรังสิต

คติประจำใจเวลาเรียน : ตั้งใจเรียนให้จบเพื่ออนาคตที่ดี

ไอดอลคนโปรดในมอ : เยอะเลยค่ะ ในม.รังสิตมีแต่คนน่ารัก แต่ที่ชอบมากๆ เลยก็เป็นพี่ดาด้าค่ะ

วิชาเรียนน่าเบื่อ : กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์

เป้าหมายในอนาคต : อยากทำธุรกิจส่วนตัว หวังสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ

ผลงาน : ถ่ายแบบนิตยสาร, ประกวดดาวเดือนที่ม.รังสิต

Instagram : yimyew

_MG_5072

MODEL : SASIPHA NAKWAN, PITCHAYAPHA CHOPKHUI

PHOTOGRAPHER : CHAIMONGKOL PAWASUTTIKARN 

STYLIST : APIWAN TIRARANGKUL

MAKE UP & HAIR : ACHIRAWEE ANURAKTARANON

PLACE : THE HUB CAFÉ AND EATERY