มาดูจินตนาการในวัยเด็กของชาวมอกัน ภาพวาดในวัยเด็กของแต่ละคนจะเป็นยังไงกันบ้าง

(1) แพร-จิรัศยา มากจันทร์ ปี 1 บริหารธุรกิจ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์

“ตอนเด็กๆ จะชอบวาดรูปทะเลค่ะ วาดไม่ค่อยเก่ง เป็นคนที่ไม่ชอบวาดเลย แต่ก็จะวาดทะเลเป็นส่วนใหญ่ รู้สึกว่าวาดได้ง่ายสุดแล้ว”

(2) ฟีน-ตามหทัย ศิริเขตกรณ์ ปี 1 บริหารธุรกิจ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์

“วาดรูปสัตว์ค่ะ เช่น วาดกระต่ายอะไรแบบนี้ คือก็พอวาดได้นะ แต่เราก็วาดไม่สวยหรอกค่ะ โตมาก็ไม่ได้จับงานศิลปะเลยค่ะ เพราะรู้ตัวว่าวาดไม่สวย”

(3) นิว-ธารารัตน์ จันทร์พาณิช ปี 4 มนุษยศาสตร์ ม.หอการค้าไทย

“วาดบ้านค่ะ 555 คิดว่าใครๆ ก็วาดกันนะ ง่ายๆ บ้านสี่เหลี่ยม หลังคาสามเหลี่ยมนี่วาดบ่อยสุด วาดได้อย่างมั่นใจสุดๆ”

(4) ออย-สุปรีญา วงศ์คำซาว ปี 1 แพทยศาสตร์ ม.รังสิต

“จริงๆ ตอนเด็กๆ ก็ชอบวาดนะ แต่ไม่ได้วาดสวยอะไรมาก แค่วาดได้ ชอบวาดน้ำตก วาดธรรมชาติ แบบน้ำตกแล้วก็มีต้นไม้อะไรแบบนี้ค่ะ”

(5) เจนนี่-กานต์สินี ยศะกุลเสฏฐ์ ปี 1 แพทยศาสตร์ ม.รังสิต

“นี่เลยค่ะ มาสเตอร์พีซ วาดรูปภูเขามีพระอาทิตย์ มีทุ่งนา วาดอย่างมั่นใจเลย พอโตขึ้นก็วาดตัวการ์ตูนน่ารักๆ ได้ค่ะ แต่กรายเป็นว่าวาดคนได้แย่กว่าตอนเด็กนะ ให้วาดคนตอนโตนี่วาดเป็นคนหัวไม้ขีดไฟเลย”

(6) ปอยฝน-ธนพร ดรุณสนธยา ปี 3 บริหารธุรกิจ ม.ราชมงคลกรุงเทพฯ

“ผลงานดีๆ ก็จะมีช่วงมัธยมที่วาดการ์ตูนอนิเมะ จะชอบวาดพระเอกเรื่องโนเบลส (Noblesse) หรือวาดตัวการ์ตูนผู้ชาย วาดตามแบบที่ดู แต่ถ้าเด็กๆ เลย วาดบ่อยสุด คือ ทะเลค่ะ ภูเขา น้ำทะเล ต้นมะพร้าวไม่วาดไม่ได้เลยพวกนี้”

 

สาวสวยสายอินเตอร์ มายด์-พิมพิศา รักทอง ปี 4 คณะบริหารธุรกิจ สาขา บัญชี ม.อัสสัมชัญ

(1) เทียบโอนมาจากอเมริกา

มายด์เรียนจบมาจากต่างประเทศค่ะ แล้ววุฒิที่ได้คือ วุฒิ GED สอบเทียบจากอเมริกาเลย ที่เลือกเอแบค เพราะนอกจากจะเปิดรับตลอดทั้งปีแล้ว ยังรับผลสอบ GED, IGCSE, Diploma ที่จบจากต่างประเทศด้วย สภาพแวดล้อมของมหา’ลัยเป็น International มาก ต่างชาติเยอะค่ะ เหมาะกับคนที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษ ส่วนที่เลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจ เพราะเป็นคณะที่ขึ้นชื่อและโดดเด่นมากของมหาลัย

(2) เรื่องชวนปวดหัวในมอ

เป็นเรื่องขำๆ ชวนปวดหัวทุกเทอมเลยค่ะ เรื่องระบบลงทะเบียนเรียนเพิ่ม เปิดเทอมมาทีไร เด็กต่อแถวยาวมากกกกกก บางคนไปรอคิวตั้งแต่ตี 3 งี้ แสดงว่าระบบลงทะเบียนน่าจะมีปัญหาตั้งแต่แรกทำให้เด็กต้องมาขอลงเพิ่มกันเยอะ รู้สึกอยากเข้าไปจัดการระบบเองเลย

(3) ถ้าต้องเจอเรื่องร้ายๆ

“This too shall pass” เป็นประโยคที่คิดได้ทั้งเวลาที่เราเจอเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ถ้าเราเจอเรื่องไม่ดี คือ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ถ้าเราเจอเรื่องดี เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเหมือนกัน ทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ล้วนต้องผ่านไปหมด ดังนั้นเราควรทำเวลาตรงนี้ ปัจจุบันนี้ให้ดีที่สุด เพราะวันนึงที่มันผ่านไปแล้ว เรามองย้อนกลับมา จะได้ไม่มาเสียดายทีหลังว่าทำไมไม่ทำให้ดีซะตั้งแต่ตอนนั้น


(4) แฟชั่นเบาๆ ไม่เยอะก็สวยได้

สไตล์เสื้อผ้าที่ชอบจะเป็นแนวสบายๆ แนวเดรส หรือชุดที่เป็นเซ็ท ชุดจั๊มสูท เพราะมันไม่ต้องคิดเยอะว่าจะใส่เสื้อนี้เข้ากับกางเกงหรือกระโปรงตัวไหน เราสามารถใส่เดรสตัวเดียวจบ หรือชุดจั๊มสูทง่ายๆ ก็ออกจากบ้านได้เลย

(5) ของที่ซื้อให้ตัวเองชิ้นล่าสุด

ซื้อกำไลข้อมือค่ะ ซื้อเพราะว่ามันสวย แล้วเราก็เห็นคนใส่เยอะด้วย ก็เลยอดใจไม่ไหว ซื้อตามเขาเลย

(6) ถ้ามีเวลาพักผ่อนช่วงสั้นๆ

อยากไปพัทยาค่ะ เป็นคนชอบทะเล และพัทยาก็เป็นทะเลที่ใกล้กรุงเทพที่สุด ใช้เวลาไป-กลับไม่นาน ก็ได้เจอทะลแล้ว ก็เลยชอบไปนั่งฟังเสียงคลื่น กินอะไรอร่อย ชิวๆ


(7) ผู้ชายสาย Sportman

สเปกหนุ่มที่ชอบ จะชอบแนว Sportman and Family guy รักครอบครัว ดูแลตัวเอง ฟิตๆ เก่งและขยัน พึ่งพาตัวเองได้ มีความรับผิดชอบ ไอดอลที่ตรงสเปก David Backham เลยค่ะ มีครบตรงสเปกทุกอย่างเลย 555

ชื่อ : มายด์-พิมพิศา รักทอง

การศึกษา : ปี 4 คณะบริหารธุรกิจ สาขา บัญชี ม.อัสสัมชัญ

วันเกิด : 18 มกราคม 2538

ส่วนสูง : 162 ซม.

หนัก : 45 กก.

กิจกรรมยามว่าง : ฟิตเนส, ตีเทนนิส

ความสามารถพิเศษ : เล่นเทนนิส, เล่นอูคูเลเล่

ฉายา : ยุ่น

คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

IG : pimild

 

MODEL : PIMPISA RAKTHONG

PHOTOGRAPHER : CHAIMONGKOL PAWASUTTIKARN

PLACE : THANGLONG @Lumphini, Pathumwan

 

Rebekah เด็กหญิงข้ามเพศวัย 10 ขวบ

จุดเริ่มต้นของเรื่องราว “Rebekah Bruesehoff” อาศัยอยู่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อตอนอายุ 8 ขวบเธอเริ่มบอกเจตนารมณ์กับพ่อแม่และใช้ชีวิตแบบผู้หญิงข้ามเพศเรื่อยมา

โดยคุณแม่ของ Rebekah ได้สังเกตลูกชายของเธอตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบ ถึงความไม่สมดุลของเพศและสิ่งที่เธอเป็นแสดงออก อย่างการชอบสีชมพูและม่วง หลงใหลในเสื้อผ้าของผู้หญิง และดูเธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปเดินดูเสื้อผ้าในร้าน และเธอจะรู้สึกทุกข์ใจทุกครั้งเวลาที่ต้องจับกลุ่มอยู่กับเด็กผู้ชายคนอื่นๆ หรือต้องรับบทผู้ชายในการแสดงโรงเรียน

แต่แล้วเมื่อเธอเข้าสู่วัย 7 ขวบ Rebekah หาทางอออกปัญหานี้ด้วยการเลือกวิธีที่จะวิ่งออกไปกลางถนนเพื่อฆ่าตัวตาย หรือแม้แต่ต่อยกระจกห้องให้แตกและพยายามจะโดดลงไป เพราะเธอไม่สามารถทนใช้ชีวิตอยู่กับการไม่เป็นตัวของตัวเองได้ (กรณีทำร้ายตัวเองแบบนี้ ไม่ควรทำตามนะคะ) เธอให้เหตุผลว่าตอนนั้นเธอไม่มีความสุขเลย ไม่กล้าที่จะออกมาเผชิญหน้าสิ่งต่างๆ เธอรู้ตัวมาตลอดว่าเธอต้องการอะไร

จนกระทั่งครอบครัวได้เรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์เกี่ยวกับเรื่องเพศ และนั่นจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต Rebekah ตัดสินใจที่จะข้ามเพศ โดยพ่อแม่เริ่มต้นช่วยลูก ด้วยการให้ Rebekah กลับมาเรียนที่บ้าน และรอที่จะย้ายไปเรียนในโรงเรียนใหม่ให้เธอใช้ชีวิตเหมือนผู้หญิง

สิ่งนี้เองทำให้ Rebekah กลายเป็นเด็กสาวที่เต็มไปด้วยความร่าเริง น่ารักสดใส มีความสุข

ที่มาจาก nj.com