หนุ่มสาวไฟแรงพลังเหลือ คนที่สนใจทางด้านโภชนาการและการกีฬาเป็นพิเศษตามมาดูการเรียนในคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ม.เกษมบัณฑิต

กับบรรยากาศสถานที่สวยงามน่าเรียน ผ่านทางนักกีฬาเลือดใหม่ของมหาวิทยาลัย “จิลล์-จิลล์เมเร่ ชมิทซ์” นักศึกษาปี 4 นักกีฬาเพาะกาย แชมป์กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 46 และอดีตนักกีฬาพายเรือทีมชาติไทย และ “เฟิร์ส-รัชชานนท์ พูลคล้าย” นักศึกษาปี3 อดีตนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย

เข้ามาเป็นรุ่นใหม่เด็กกีฬา KBU
จิลล์:ตอนแรกคือยังไม่ได้เป็นนักกีฬา แค่รู้สึกว่าชอบด้านกีฬาและการออกกำลังกาย ก็เลยลองดูว่ามีคณะ หรือ หลักสูตรมหาวิทยาลัยที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ จึงได้มาเจอที่นี่ซึ่งเป็นคณะที่เปิดใหม่ อุปกรณ์การเรียนการสอนทุกอย่างพร้อม
ลองเข้ามาดูก็ชอบ ถูกใจที่นี่มาก
เฟิร์ส:ผมเป็นนักกีฬาฟุตบอลตั้งแต่เด็ก เริ่มจากชอบเดวิด เบ็คแฮมและเมื่อก่อนมีโรคประจำตัวด้วย พ่อกับแม่เลยอยากให้ออกกำลังกาย พอเราได้ลองเล่นก็สนุกดี มีเพื่อน แข่งขันเป็นทีม เลยเล่นมาตลอด จนจะเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งอยากเรียนเกี่ยวกับกีฬาโดยตรง ก็เลยสนใจที่นี่ แล้วก็ได้เข้ามาเล่นในทีมของเกษมบัณฑิตในไทยแลนด์ลีก 3 ด้วย

การเรียนในสายวิทย์กีฬา
เฟิร์ส :พวกเราเรียนในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา ปีแรกก็จะเน้นเรียนด้านกายวิภาคศาสตร์ กล้ามเนื้อ กระดูก รวมไปถึงระบบการทำงานของร่างกาย ซึ่งก็ค่อนข้างยากตรงคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่จะต้องเป็นคำศัพท์เฉพาะ พอขึ้นปีถัดๆ ไป ก็ได้เรียนทั้งด้านโภชนาการและสรีรวิทยา การป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬา เทคโนโลยีทางการกีฬา และหลักการออกกำลังกายทุกอย่าง ซึ่งผมชอบในเรื่องของเวทเทรนนิ่งเป็นพิเศษ เพราะมันทำให้เรามีความแข็งแรง มีรูปร่างของตัวเองที่สวยงาม
จิลล์:เรียนปีแรกต้องปรับตัว เพราะว่าไม่มีพื้นฐานด้านการออกกำลังกาย แต่พอขึ้นปี 2 ก็เริ่มได้เล่นกีฬาต่างๆ มากขึ้น เลยมีเพื่อนชวนไปเล่นกีฬาเรือพาย พอไปเล่นแล้วสนุกดี เล่นแล้วได้รู้ทักษะของกีฬาเรือพายแต่ละประเภท ก็ติดทีมชาติด้วย แต่ว่ามันมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากการแข่ง ก็เลยลองเปลี่ยนกีฬามาเป็นเพาะกายเพื่อสุขภาพ เพราะชอบอะไรที่เกี่ยวกับการสร้างกล้ามเนื้อ ก็รู้สึกมันท้าทายดี ทำให้เรามีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น

เทคนิคเฉพาะตัวของหนุ่มสาวสายกีฬา
เฟิร์ส :เน้นการแบ่งเวลาให้ดี เรียนควบคู่ไปกับการเล่นกีฬา เพราะนักกีฬาอาชีพจะซ้อมหนักตลอดเวลา สมมุติเรียนเช้า แล้วต้องไปฝึกซ้อมถึงเย็น บางทีก็มีงานต้องทำอีก เรื่องการพักผ่อนก็สำคัญ พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลเรื่องอาหารการกิน ถ้าเราพักผ่อนไม่พอ ก็จะไม่สดชื่น เราจะทำได้ไม่เต็มที่
จิลล์:อย่างของหนูเทคนิคการดูแลตัวเอง ถ้าในเรื่องการแข่งขันเพาะกาย เมื่อใกล้แข่งแล้วก็จะต้องมีการเปลี่ยนโปรแกรมการกินอาหารใหม่ โภชนาการจะไม่เหมือนคนธรรมดา เพื่อจะทำให้กล้ามเนื้อสวยงาม สามารถชนะบนเวทีได้ เป็นช่วงที่สัปดาห์ที่ต้องอดทนมากโดยส่วนตัวทุกครั้งเราจะต้องต้องมีสติ มีความพยายาม เข้มแข็ง ถึงจะผ่านอุปสรรคทุกอย่างไปได้ค่ะ

ความเปลี่ยนแปลงหลังจากได้มาเรียนที่นี่
เฟิร์ส :มีความรู้ในหลักการออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งผมนำความรู้ที่ได้จากการเรียนมาประยุกต์ใช้กับตัวเองก่อนเลย เป็นการทดลองไปในตัว ทำให้ผมได้รู้ว่าจริงๆ หลักการพัฒนาร่างกายตนเองที่ถูกต้องควรเป็นแบบไหน แล้วเราต้องเสริมสมรรถภาพทางกายส่วนใดอีกบ้าง พร้อมได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากคณาจารย์ในคณะ
จิลล์:ได้ความรู้แทบทุกด้านเลยค่ะ ด้านโภชนาการเราก็ได้สอนคนในครอบครัว ได้บอกน้องๆเพื่อนๆ ได้ว่าจะต้องทานอย่างไร รวมไปถึงการใช้หลักโภชนาการก่อนการแข่งขัน ระหว่างการแข่งขัน และหลังการแข่งขัน ด้านหลักการ
ออกกำลังกายก็ได้รู้เกี่ยวกับด้านร่างกาย กลไกการเคลื่อนไหว (ชีวกลศาสตร์) ระบบการทำงานของร่างกาย (สรีรวิทยา) ครบถ้วนจริงๆ เราได้ลองเล่นเอง อย่างวิชาเรียนแอโรบิกก็ได้เต้น เหมือนเราไปเรียนคอร์สข้างนอกเลย แล้วเราก็สามารถ
เทรนด์คนอื่นๆ ช่วยเหลือคนอื่นได้ว่าเล่นแบบไหนถูกต้อง ก็ทำให้เราได้มิตรภาพ ได้เพื่อนในวงการสุขภาพมากขึ้น

แนะนำน้องๆ รุ่นถัดไป
เฟิร์ส-จิลล์:สำหรับคณะนี้ มันคือพื้นฐานการเรียนกีฬา ถ้าน้องๆ ที่มีความชื่นชอบในการออกกำลังกายเป็นพิเศษ คณะนี้มันตอบโจทย์มาก แล้วที่นี่ยังมีทุนการศึกษาด้านการกีฬา ใครที่อยากค้นหาศักยภาพของตัวเองด้านกีฬา อยากให้ลองมาสมัครดู เราอาจจะได้ทุนฟรี แล้วยังได้เจอกับอาจารย์ที่น่ารักและมิตรภาพดีๆ จากที่นี่อีกด้วย

คณะที่เรียนเกี่ยวกับโภชนาการและการกีฬาในประเทศไทย
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา มหาวิทยาลัยทักษิณ
วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล
คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
สถาบันการพลศึกษา
คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการพัฒนากีฬา
คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
คณะวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา
โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
คณะสาธารณสุขศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ วิทยาลัยนครราชสีมา
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

Posted in Uncategorized

ไปกันกับคาเฟ่สุดฮิตของชาวจุฬาฯ “Gram Café and Pancakes”

ต่อด้วยคาเฟ่ขนมหวานสุดฮิต ชั้น G ห้างพารากอน “Gram Café and Pancakes” ที่ชาวจุฬาฯ ต้องอดแวะเวียนเข้ามาต่อคิวกินไม่ได้ กับความนุ่มละมุนของแพนเค้กสามชั้นจากโอซาก้า ที่มาทั้งในรูปแบบสั่งกลับบ้านชิ้นละ 75 บาทก็ได้ หรือจะนั่งกินที่ร้านสั่งเป็นเมนูจานใหญ่ก็ดีต่อใจไม่แพ้กัน

ร้านเปิดตั้งแต่ 10.00-22.00 น. หรือดูที่ Facebook :grampancakesthailan

Posted in Uncategorized

เข้าสู่เดือนมีนารับหน้าร้อนแบบฮอตๆ ด้วยปกคู่จิ้นคู่ใหม่ มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพรประกบนีน่า-นิชนารถ พรหมมาตร จากภาพยนตร์ “Touchdown Kiss วัยร้ายคว้าใจพิชิตฝัน”

ที่มาจากนิยายสุดฟินของสำนักพิมพ์แจ่มใส และเตรียมจะออนแอร์ให้เรารับชมทางช่อง MONO29 และ MONOMAX เร็วๆ นี้ใครเป็นแฟนนิยายที่มีพระเอกเป็นหนุ่มนักบาสสุดเท่ “เควนติน” กับนางเอกสาวเชียร์ลีดเดอร์คุณหนูหรูเริ่ดอย่าง “เชอริล” ไปทำความรู้จักตัวตน และล้วงลึกหัวใจของหนุ่มสาวพระนางคู่นี้กันดีกว่า


ก่อนจะมาเล่นTouchdown Kiss
มีน : เริ่มเข้าวงการตอนม.5 ตอนแรกไม่คิดว่าชีวิตจะมาอยู่ตรงนี้ ไม่รู้จักวงการบันเทิงเลยว่าเป็นยังไง พอมีคนชวนไปแคสซีรีส์ตอนนั้นก็แบบว่าง เป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง เลยลองดูก็ได้ ก็เริ่มจากได้เล่นเรื่อง Love Sick Season 2 ตอนแรกที่เล่นเด็กๆ รู้สึกยากมาก ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ต้องรีบถีบตัวเองไปเรียนคอร์สแอกติ้งเลย ซึ่งมันก็ดีขึ้น จนมาได้เล่นเรื่อง “บังเอิญรัก” ก็คือด้วยความที่มันมีแฟนนิยายติดตามเรื่องนี้อยู่ด้วย ก็เหมือนมีแบ็คที่ดี ก็ดีใจที่มีคนรู้จักเรามากขึ้น แต่สำหรับผมก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ผมก็ใช้ชีวิตเป็นตัวเอง แค่เวลาน้อยลงหน่อย ก็รู้สึกว่าเราอยากให้หน้ากล้องเป็นยังไง ชีวิตปกติก็อยากให้เขาเห็นเรา เออ คนเดียวกันนะ เลยอาจจะต้องดูแลสุขภาพ แต่งตัวบ้างเวลาไปเดินห้าง พร้อมเจอกับทุกคนตลอดเวลา แล้วช่วงนี้ก็จะมีงานเยอะหน่อย มีไปแฟนมีตติ้งที่ต่างประเทศด้วย ก็หนักพอสมควร ก็พยายามจะหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน
นีน่า : หนูเข้าวงการตอนม.3 ค่ะ เริ่มจากแคสโฆษณามาก่อน ตอนนั้นว่างด้วย งานไหนเขาเรียกก็ไปหมด จากนั้นก็เข้ามามีซีรีส์กับโมโน ตอนแรกไม่คิดว่าจะชอบ ด้วยความว่างถึงทำ พอเข้ามาอยู่จริงๆ ก็หลงรักงานแสดงนะ แต่ก็ยากเหมือนกันในการเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง เราต้องเต็มที่กับงานแต่ละชิ้นที่ผู้ใหญ่มอบให้ ถ้าเราไม่เต็มที่กับมัน ก็อาจจะโดนลดความเชื่อมั่นในสายตาของผู้ใหญ่ได้

คู่จิ้นคู่ใหม่ใน Touchdown Kiss
มีน : เรื่องนี้รับบทเป็น “เควนติน” เป็นคาแรกเตอร์ที่น่าสนุก ตัวที่ชอบแกล้งผู้หญิงคล้ายๆ ตัวผมเลย (หัวเราะ) คนภายนอกจะมอง เอ้ย มันเป็นคนดุร้าย นิ่งๆ ไม่ค่อยยุ่งกับใคร พูดจาไม่น่าฟัง แต่ถ้ารู้จักเควนตินจริงๆ เขาก็มีมุมที่อ่อนโยน พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่น ไม่ได้เป็นเหมือนภาพลักษณ์ที่คนภายนอกมองด้วย เลยรู้สึกว่าคล้ายตัวเราเหมือนกัน เราก็อยากเสนอภาพแบบนั้นให้คนได้เห็น
นีน่า : รับบทเป็น “เชอริล” ตอนแรกที่ผู้ใหญ่ให้มาแคสก็คิดหนัก เพราะเขาบอกจะมีเต้นเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งหนูแบบเฮ้ย เต้นไม่เก่ง แต่เชอริลเต้นเก่งมาก คนแคสก็ถามโอเคมั้ย เห็นเคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ คือมันคนละเชียร์ลีดเดอร์กัน หนูเป็นเชียร์ลีดเดอร์แบบตั้งการ์ด (หัวเราะ) แต่เชียร์ลีดเดอร์ที่เขาหมายถึงคือเต้นๆๆๆ ไม่ได้เต้นเก่งขนาดนั้น แต่พอลองไปแคสแล้วผู้ใหญ่ชอบ อ่านบทเราก็ชอบ ก็เออ เราไม่ต้องปิดกั้นตัวเอง ก็เริ่มมาฝึกให้มีสกิล เพราะตอนนั้นตั้งการ์ดเต้นเป็นสเต็ป มีแค่เบสิก ตอนถ่ายหลายเทคเหมือนกันแหละ แต่คาแรกเตอร์ความเป็นผู้หญิงโก๊ะๆ ก็ตรงกับเรา แบบโก๊ะมากเหมือนกัน แต่เชอริลจะมีความหยิ่งยโสกว่าตัวนีน่า ส่วนคำพูดคำจา ด้วยความวัยเชอริลกับหนูเหมือนกัน เราไม่ต้องไปสวมใส่ตัวละครมาก ก็ไม่ได้ห่างไกลจากชีวิตจริง หลายอย่างที่เชอริลเจอมา หนูก็เจอเหมือนกัน มีเพื่อนเป็นวัยรุ่นแบบนี้

เทคนิคการแสดงของแต่ละคน
มีน : คือแต่ละบทเทคนิคมันก็แตกต่างกันไป แต่วิธีง่ายๆ ก็คือเอาบทมาเปิดดูแล้วก็พยายามวิเคราะห์ถึงแบ็คกราวน์ของตัวละคร วิเคราะห์ลงไปลึกๆ จริงๆ อย่างเรื่องนี้ หลายคนชอบบอกว่าไม่ยากหรอกเล่นเป็นตัวเองเลย ผมพูดจริงๆ เล่นเป็นตัวเอง ยากสุดแล้ว อะไรคือเล่นเป็นตัวเองวะ (ฮา) เล่นเป็นคนแบบนี้เรายังพอนึกภาพออกว่าคนแบบนี้จะเป็นประมาณไหน พอเล่นเป็นตัวเอง เรานึกไม่ออกว่าตัวเราเป็นยังไง เล่นเป็นตัวเองตอนกินน้ำ แล้วตัวเองตอนกินน้ำเราไม่รู้ไง เราอยู่กับธรรมชาติของตัวเองมาตลอด ก็เลยต้องพยายามอยู่กับตัวเองให้เยอะขึ้น ศึกษาจากตัวเองว่าเออ เราประมาณนี้นะ เควนตินบางจุดจะมากกว่าเราประมาณไหน ประมาณนิดเดียวหรือบางจุดจะมีมุมเข้มแข็ง สู้เพื่อน้องชาย สู้เพื่อที่บ้าน มากกว่าเรา หรือเขามีน้องชาย เราไม่มี เราก็ต้องไปเทียบความรู้สึกคนมีน้องชายเป็นยังไง ลองไปอยู่กับเด็กบ้าง เพื่อนที่มีน้องบ้าง อย่างบุคลิกของเควนตินตรงเป็นคนเสียหน้าไม่ค่อยได้ อยากให้คนอื่นมองว่าเราเป็นคนเท่นะ คูลนะ เป็นหัวหน้าแก๊งค์ ซึ่งจริงๆ ผมก็เป็นบ้างนะ อยากให้คนมองเราในด้านดีๆ อันไหนที่เราถนัดหรือทำแล้วไม่น่าจะเวิร์ค เราก็ชอบเก็บไว้ไม่ค่อยบอกใคร
นีน่า : ก็พยายามอินแล้วก็ทำเข้าใจกับตัวละคร เข้าซีนคืออะไรที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ตัวละครไปเจออะไรมาบ้าง ก็วิเคราะห์ให้เข้าใจจริงๆ ถ้าไม่เข้าใจเราก็ถามผู้ใหญ่เลย ไม่ต้องเก็บมาคิด ถามไปเลย แล้วค่อยมาจัดเรียงอีกทีว่าเราต้องเริ่มต้นยังไง

ในเรื่องเควนตินจะต้องเล่นบาสเก่งมาก ส่วนในชีวิตจริงแต่ละคนเล่นกีฬาอะไรกันบ้าง
มีน : เควนตินต่างกับผมมากเลย ผมเคยเล่นบาสกับเพื่อนๆ แต่ไม่ได้จริงจัง ล่าสุดเล่นตอนม.6 ซึ่งตอนถ่ายเรื่องนี้เรียนปี 2 แล้ว สองปีผ่านมา ต้องกลับไปรื้อฟื้นใหม่ ก็ดีขึ้นมาหน่อย มีให้เพื่อนที่มหา’ลัยมาช่วยซ้อมบ้าง แล้วก็มีทางทีมนักบาสมาถ่ายร่วมกันด้วย แบบท่านี้หวังผล ท่านี้เอาไว้ในกล้องต้องเท่แน่เลย มุมกล้องประมาณนี้ ต้องเล่นรับกล้อง พลิกตัวประมาณนี้ ก็ชอบสนุกดี ได้ออกกำลังกาย แต่ในชีวิตจริงก็เล่นฟุตบอลส่วนใหญ่ แล้วก็ไปวิ่งบ้าง
นีน่า : กีฬานี่ไม่เล่นเลยค่ะ (หัวเราะ) เล่นเป็นทุกอย่างแต่ไม่เจาะจงอะไรเลย อย่างวอลเลย์บอล ตีแบด ว่ายน้ำ ตีปิงปอง ได้หมด ก็มีตอนเด็กๆ เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ แต่ตอนนี้ก็ทิ้งมันไปแล้ว แต่ถ้าที่เล่นมาแล้วชอบก็วอลเลย์บอล มันแรงดี รู้สึกสนุกได้เล่นกับเพื่อนทุกเย็น ตอนเรียนวิชานี้ เป็นตัวเต็งเลยแหละ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอะไรจริงจังเท่าไหร่

นิยามความเป็นตัวเองกับกีฬาชนิดหนึ่ง
มีน : “ไตรกีฬา” อย่างที่บอกผมชอบทำอะไรหลายอย่าง รู้สึกตัวเองมีหลายมุมหลายคาแรกเตอร์ แล้วแต่จังหวะ บางทีก็ดูนิ่งอยู่คนเดียวบางทีก็อาจจะสนุกดูนั่นนี่ อยู่กับเพื่อนก็เป็นอีกคนสนุกสนานเฮฮา เวลาทำงานก็มีมุมจริงจัง พยายามโฟกัสงานด้วย แล้วไตรกีฬามีทั้งวิ่งปั่นจักรยานว่ายน้ำ ต้องใช้เวลาเยอะๆ เหมือนเราที่ชอบไปเรื่อยๆ มีจุดมุ่งหมาย แต่ไม่เร่งรีบ ชอบแวะชมชมข้างทางบ้าง
นีน่า : “วิ่งแข่ง” ตัวตนจะฟอร์มเก่งในสายตาเพื่อนๆ สายตาคุณครูที่มองหนู คนที่เราแอบชอบ ต้องฟอร์มหน่อย ไม่เป็นสองรองใคร ชอบเอาชนะ แล้วก็เถียงเก่ง คล้ายๆ เชอริลในเรื่องเลยแหละ ขี้เถียงไม่ยอมรับ แบบจะวิ่งอย่างเดียว วิ่งใส่อย่างเดียวเพื่อไปถึงจุดหมาย (หัวเราะ)

นิสัยลับที่น้อยคนจะรู้
มีน : ผมเป็นคนขี้กลัวนิดหนึ่ง กลัวการสัมผัส สัมผัสอะไรแปลกๆ ที่เราไม่คุ้นชิน แมลง สัตว์เลื้อยคลาน แมลงวันตัวใหญ่ ไม่ชอบกลัว เวลากินข้าว ถ้ามันบินมาใกล้จะไม่ได้เลย ผักผลไม้ก็ไม่กิน ไม่ค่อยชอบจับด้วย น้อยครั้งที่จะจับผลไม้ สมมุติเพื่อนคนรู้จักมาแกล้งโยนผลไม้ใส่ผมนี่ไม่ได้เลยนะ ทะเลาะกันแน่นอน
นีน่า : ถ้าดูผิวเผินจะเหมือนคนหยิ่งๆ นิดหนึ่ง ด้วยหน้าตาคาแรกเตอร์ อาจดูแรง ดูเปรี้ยว แต่ถ้าคนที่สนิทจะรู้ว่าหนูจะตลกมาก ชอบสรรหาเรื่องมาให้เพื่อนขำ คุยเก่งมาก พูดอยู่ตลอดเวลา ถ้าอยู่กับหนูไม่มีเงียบอะ ถ้าสนิทกันนี่เรื่องอะไรก็สามารถเอามาเป็น Topic คุยให้สนุกได้ แล้วก็ชอบทำหน้าตลกให้เพื่อนดู เพื่อนก็จะขำอะ

ย้อนไปวัยเด็กของมีนและนีน่า
มีน : เป็นเด็กเนิร์ด เป็นเด็กขยัน ตั้งใจเรียน เล่นกีฬา ประกวดมารยาท คัดไทย คือชอบทำอะไรหลายอย่าง แล้วก็ปฎิเสธคนไม่ค่อยเป็น ใครให้ทำอะไร อ๋อได้ๆ ครับ ก็เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ก็คือเราอยากทำอะไร แทบไม่ต้องขอ แค่เราอยากทำ เขาก็เชื่อใจเราว่าเราคัดกรองมาระดับหนึ่งที่สิ่งที่เราทำ ฉายาตอนประถม เพื่อนจะเรียกว่า “จิ้งจก” จะผอมๆ ตัวซีดๆ หน้าเรียวๆ เหมือนจิ้งจก แต่พอโตมานี่ เพื่อนมัธยมจะเรียก “เจ๊กกบฏ” (หัวเราะ) คือเราหน้าจีน ตาชั้นเดียว แล้วชอบเป็นหัวโจกชวนเพื่อนทำโน่นทำนี่เพราะคือที่บ้านเปิดร้านเกมด้วย วันหยุดหรือเลิกเรียนเพื่อนๆ ก็จะมารุมกันอยู่ที่บ้านผมแล้ว
นีน่า : เป็นเด็กดื้อมาก (หัวเราะ) เหมือนไม่มีหู แม่เล่าให้ฟัง หนูก็เฮ้ย หนูเป็นขนาดนั้นเลยหรอ ไปกินข้าวกัน หนูจะกรี๊ดก็กรี๊ดเลย วิ่งเล่นทั่วห้างจนหลงบ่อยมาก แม่จับมือล็อกไว้ก็เอาไม่อยู่ คือแสบโดยแท้ในสายตาของเขา เพื่อนๆ ก็จะชอบเรียก “ไอ้ฟันดำ” ซนจนแบบเอาดินสอมาเขียนฟัน เลยเป็นที่มาของอีฟันดำไป จนฟันแท้ขึ้นมาแหละ ฟันดำถึงหาย

ความรักครั้งที่ฝังใจ และอัพเดทรักครั้งใหม่
มีน : เคยแอบชอบเพื่อนสมัยม.3 เจอหน้ากันตอนเรียนซัมเมอร์ ก็แบบป๊อปปี้เลิฟอะ คนนี้น่ารักจัง ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อน คือเรียนซัมเมอร์กัน 20-30 วัน เพิ่งมาเห็นหน้าเขาวันสุดท้ายที่กำลังจะเลิก สุดท้ายไปถามเพื่อน เอ้ย ใครวะ ไม่เคยเห็น แอบชอบเขาถึงสามปี ไม่เคยคุยกันเลย เคยลองจะคุยครั้งหนึ่ง คุยได้แป๊บหนึ่ง เราก็แบบเด็กน้อย สุดท้ายเขาก็ไปคบกับอีกคนหนึ่ง (หัวเราะ) ที่ชอบเพราะเขาดูเป็นผู้หญิงโก๊ะๆ เราก็แอบมองอยู่ไกลๆ เห็นว่าเขาตลกดี เลยอยากไปตลกด้วย แต่ไม่ค่อยได้ตลกเท่าไหร่ ทำไมถึงดูเศร้าจังเลยเนอะ (ฮา)ส่วนปัจจุบันเรื่องความรัก เราไม่ค่อยมีเวลา แค่เรียนทำงาน ไม่นับเพื่อนกับครอบครัว แค่นี้ก็หนักมาก แทบไม่มีเวลาให้ตัวเองด้วยซ้ำ เลยรู้สึกถ้าเราไม่มีเวลาให้ตัวเอง ก็รู้สึกว่าไม่ควรให้ความสัมพันธ์กับใคร เพราะสุดท้ายเราไม่สามารถเทคแคร์เขาได้จริงๆ ก็จะรู้สึกผิด เลยคิดเป็นเพื่อน เป็นคนสนิทดีกว่า อย่าอัพสถานะใครมาเป็นแฟนหรือคนที่อยู่ด้วยกันเลย
นีน่า : ไม่เคยฝังใจกับความรัก ไม่เคยคิดว่าจะมีขนาดนั้น ถามว่าเคยแอบชอบใครมั้ยก็เคยแต่ว่าไม่เคยจริงจัง ไม่ได้รู้สึกว่ามีปมกับความรัก ไม่เคยอกหัก ไม่เคยรู้สึกแย่กับมัน ได้รับแต่ด้านบวกๆ มากกว่า อย่างก็มีรุ่นพี่มาชอบก่อน เขาน่ารัก ไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องมองหาความรักเลย จนมันเข้ามา ก็ลองมองกลับไป เอ้ย เขาน่ารักว่ะ ก็คุยๆ กันบ้าง จนสุดท้ายต่างคนก็ต่างต้องมีชีวิตของตัวเอง มีเรื่องที่ต้องทำก็เลิกรากันไป คือตอนนี้ก็ไม่ได้โฟกัสเรื่องตรงนี้อยู่แล้ว หนูเครียดเรื่องเรียนมากกว่า ความรักรองลงมา

การเรียนปัจจุบัน
มีน : เรียนปี 3 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ จริงๆ ตอนเด็กอยากเป็นหลายอย่างมาก นักบิน หมอฟัน สถาปนิก สุดท้ายพอโตมาม.ปลาย มาศึกษาจริงๆ รู้สึกอยากทำโฆษณา คิดไว้ก่อนเข้าวงการนิดหนึ่งว่าอยากทำโฆษณาพอดี ก็ไม่เคยคิดว่าจะได้มาอยู่เบื้องหน้าขนาดนี้ ตอนแรกแค่อยากเป็นเบื้องหลัง ทำโปรดักชั่นโฆษณา เอเจนซี่ เลยเลือกวารสาร เอกฟิล์ม ซึ่งเรียนแล้วก็โอเค สนุกดี เป็นคณะที่เราชอบ ก็เรียนไปทำงานไป หนักแต่ก็มีข้อดีตรงที่ได้ทำในสายเดียวกัน เราเอาทฤษฎีเรื่องที่เราเรียนมาใช้ในการทำงานได้ หรือเอาประสบการณ์จากการทำงานมาใช้ในตอนเรียนได้ บางอย่างอาจารย์สอนแค่เบสิก แล้วเราต้องไปทำจริงๆ ถ่ายโฆษณาจริงๆ ความรู้ในห้องเรียนอาจจะไม่พอ ถ้าเรามีประสบการณ์จากข้างนอกเข้ามาด้วย เราก็จะรู้ว่าอ่อ ควรทำอย่างงี้ๆ นะ เวลาผมถ่ายละครหรือหนัง ก็ชอบไปอยู่หน้ามอนิเตอร์กับผู้กำกับหรือคุยกับทีมตากล้องช่างไฟ ชอบเก็บความรู้ตรงนั้น เผื่อแก่ตัวจะผันไปอยู่เบื้องหลังได้ ส่วนชาวแก๊งค์ก็มีที่สนิททั้งในเอกกับนอกเอก เพราะส่วนใหญ่เอกฟิล์มก็จะสไตล์ติสท์ๆ เซอร์ๆ ไม่ค่อยเนี้ยบ คือผมจะเป็นคนค่อนข้างเนี้ยบ เป็นระเบียบเป๊ะนิดหนึ่ง ก็เลยมีเพื่อนหลายเอก หลายคาแรกเตอร์ อย่างบริหารสื่อหรือพวกเด็กโฆษณาด้วย
นีน่า : ตอนนี้ม.6 จะจบแล้ว ปีนี้เข้ามหา’ลัยได้แล้ว ก็ติวหนักเหมือนกัน ลุยข้อสอบมหา’ลัย ก็มีลิสต์ในใจไว้สองเวย์ มีบริหารกับสายการแสดง คือมีแต่คนแนะนำให้เข้ามหา’ลัยเรียนที่ตรงกับสายงาน ก็เห็นด้วยเหมือนกันว่าหลายอย่างมันก็ง่ายขึ้น เราอาจจะมีประสบการณ์มากกว่าเพื่อน แต่บริหารก็อยากเรียน ชอบคณิตศาสตร์มาก ที่บ้านก็มีธุรกิจ ยังไงก็ต้องไปทำต่อแน่ๆ ก็เลยยังเป็นสองคณะที่ตัดสินใจยากมาก

แพลนอนาคตในฝัน
มีน : อยากทำเบื้องหลังเหมือนกัน ถ้าผมไม่ได้มาเบื้องหน้า ก็คิดว่าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศสักสองปีหาประสบการณ์ แล้วกลับมาทำเอเจนซี่เฮ้าส์เล็กๆ นะ อีกอย่างที่อยากทำ เป็นความฝันตอนเด็ก แต่ยังไม่มีเวลา ไม่มีไอเดีย คือ อยากทำร้านอาหาร เพราะเป็นคนชอบกิน แต่ก็จะกินแบบเลือกกินหน่อย ไม่ค่อยกินผักผลไม้ ของมันของทอด ถ้าทำคงอยากทำแบบเทรนด์สุขภาพ คิดว่าช่วงนี้สุขภาพมาแรง อยากดูแลสุขภาพของที่บ้านด้วย
นีน่า : เอาใกล้ๆ คือเอามหา’ลัยให้รอดก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเลย ส่วนเรื่องงาน ก็ต้องดูแลตัวเอง ลดน้ำหนัก ทำตัวให้สวยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อพร้อมจะไปถ่ายละคร แต่ว่าที่ทำอยู่แล้วก็เรื่องช่วยแม่ทำงาน แม่เปิดร้านอาหาร เราก็มีแบบม๊าแบ่งมามั้ย ให้ช่วยดูรายรับรายจ่ายบ้าง แต่ถ้าเป็นอนาคตยาวๆ ก็อยากมีธุรกิจของตัวเอง ก็ต้องค้นหากันต่อไป ว่าอยากจะก่อตั้งอะไรขึ้นมา

FIRST OFNEENA
ชื่อ :นีน่า-นิชนารถ พรหมมาตร
การศึกษา :ม.6 สายศิลป์คำนวณ โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ ธนบุรี
วันเกิด : 30 มีนาคม 2544
ส่วนสูง : 168ซม.
น้ำหนัก :46 กก.
คติประจำใจเวลาเรียน :3.5 เป็นอย่างต่ำ
วิชาเรียนน่าเบื่อ :คอมพิวเตอร์
ฉายาประจำแก๊งค์: ประธานลาเรียน
แหล่งช้อปปิ้ง:สยามพารากอน
เป้าหมายในอนาคต :ธุรกิจส่วนตัว / เบื้องหลังการแสดง
ผลงาน : ซีรีส์ตี๋ใหญ่ 2, Diamond Eyes, Touchdown Kiss
IG :neenazm

FIRST OFMEAN
ชื่อ :มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร
การศึกษา :ปี 3 คณะวารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาวิชาภาพยนตร์และภาพถ่าย ม.ธรรมศาสตร์
วันเกิด : 5 มีนาคม 2541
ส่วนสูง : 180ซม.
น้ำหนัก :65 กก.
นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ :เสรี วุ่นวาย ใส่ชุดอะไรก็ได้
คติประจำใจเวลาเรียน :ตั้งใจเรียนในห้องให้มาก
วิชาเรียนน่าเบื่อ :ประวัติศาสตร์
ฉายาประจำแก๊งค์ในมอ :เจ๊ก
แหล่งช้อปปิ้งใกล้มอ:ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต
สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงในมอของเรา :ที่จอดรถ
เป้าหมายในอนาคต :อยากมีผลงานคุณภาพออกสู่สายตาประชาชนเยอะๆ
ผลงาน : Blood Valentine, บังเอิญรัก, รายการระเบิดครัว,Touchdown Kiss
IG :m34nismind

Posted in Uncategorized