สามีแห่งชาติคนใหม่ ที่ทุกคนกำลังพูดถึง “ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ” หรือบอสวศิน จากละคร “เมีย 2018”

หนุ่มหล่อละมุนที่มีรอยยิ้มพิฆาตใจสาวๆ และความสามารถที่มากกว่าการเป็นนักแสดงคุณภาพ ทั้งประสบการณ์เป็นสจ๊วตหนุ่มสายการบินดัง และการเรียนสุดจริงจังด้านบริหารที่ม.กรุงเทพ การันตีทั้งหล่อและเก่งด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง  

จุดเปลี่ยนชีวิตช่วงเข้ามหาวิทยาลัย
ตอนม.ปลาย ผมเกเรติดเพื่อน ติดเกม ไม่ตั้งใจเรียน การเรียนแทบจะเป็นที่โหล่ของห้อง จนถึงเวลาเลือกมหา’ลัย ก็ตามเพื่อน เห็นเพื่อนเรียนวิศวะหมอกันหมด ก็ยื่นตามเขา แต่คือเพื่อนคอนโทรลเวลาได้ไง เล่นเกม แต่ถึงอ่านหนังสือ เพื่อนก็ทำได้ แต่เราทำไม่ได้ ก็เลยเอนท์ฯ ไม่ติด ช่วงนั้นก็คิดจะเอายังไงกับชีวิตดี ก็ย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ เราเรียนคำนวณได้ดี หัวไว เลยตัดสินใจเลือกคณะบริหารธุรกิจ เอกไฟแนนซ์ที่ ม.กรุงเทพ

ทุ่มเทตั้งใจจนได้เกียรตินิยมอันดับสอง
พอเข้าเรียนมหา’ลัย เรารู้สึกผิดพลาดกับพ่อแม่ที่ตอนม.ปลายเป็นเด็กเกเร เลยคิดว่าต้องชดเชยด้วยการตั้งใจเรียน แต่เทอมแรกๆ ยังไม่ตั้งใจเรียนมาก ได้เกรดสามกว่า ทำให้เกรดสี่ปีไม่พุ่ง ได้แค่เกียรตินิยมอันดับสอง หายไปนิดเดียว 0.02 แต่ก็พยายามทำดีที่สุด คือ ใส่ใจในหน้าที่ของตัวเอง เรามีพาร์ทเพื่อน พาร์ทเที่ยวได้ แต่ถึงเวลาพาร์ทความรับผิดชอบของเราคือตั้งใจเรียน ก็ทำเต็มที่ เข้าเรียนให้ตรงเวลา ถ้าเราตั้งใจเรียนในห้อง แล้วมันจะซึมซับได้ดีกว่ามานั่งอ่านเอง พอถึงช่วงจะสอบ ก็จะอ่านหนังสือล่วงหน้านานหน่อย อยู่กับหนังสือทั้งวันทั้งคืน อยู่เก้าโมงเช้ายันตีห้าแล้วไปสอบเลย มันเลยเป็นบทเรียนราคาแพงของเราว่า เมื่อเราทุ่มเทกับมัน เราก็ทำได้ แล้วผมโชคดีที่ได้เจอสังคมเพื่อนในม.เอกชนที่ไม่ได้คบกันที่ฐานะ ไม่ได้มองว่าใครมีรถขับ ใครมีของแบรนด์เนมใช้ เพื่อนผมที่บ้านมีเงิน แต่ทำตัวติดดินทุกคน

ประสบการณ์สจ๊วตหนุ่มหล่อสายการบินดัง
ผมอยากเป็นนักแสดงมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นดูละครตะวันตัดบูรพาเว่อร์ชั่น พี่ติ๊กกับพี่แท่ง ชื่นชอบมาก แต่ก็ยังไม่ได้มีโอกาสตามหาความฝันแบบจริงจัง จนจบใหม่ๆรู้สึกว่าเราจะทำอะไรต่อดี เพราะสายที่จบนี้ส่วนใหญ่กว่าจะประสบความสำเร็จต้องใช้เวลาหลายสิบปี อยากหาอาชีพที่จบแล้วทำเลย สามารถตอบแทนที่บ้านได้ เลยมาฉุกคิดเป็นสจ๊วต ก็ไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม ทุ่มเทกับมันอีกครั้ง ปรากฏไปสอบได้ผ่านเกณฑ์แบบคาบเส้น มันเป็นจังหวะที่ได้งานแสดงด้วย ก็เลือกทำงานแสดงกับการบินควบคู่กันไปได้ปีกว่า จนมาถึงช่วงถ่ายละครหนักมาก เราไม่สามารถจัดสรรเวลาได้ เลยรู้สึกลาออกดีกว่า ซึ่งงานสองอย่าง มันก็ต่างกันสุดขั้ว นักแสดงจะมีคนมาดูแลเรา แต่สจ๊วตต้องดูแลผู้โดยสารทุกคน แต่ก็ทำให้เราได้ประสบการณ์หลายอย่าง แต่ถามว่าชอบแบบไหน คงเป็นการแสดง เพราะมันเป็นความฝันของตัวเอง เมื่อมีโอกาสก็ต้องคว้าไว้ เพราะไม่รู้โอกาสจะมาอีกเมื่อไหร่ อยากลองทำความฝันนี้ให้สุดๆ แล้วถ้าผมแก่ไป ผมจะได้พูดกับลูกได้เต็มปากเต็มคำว่า วันหนึ่งที่พ่อหนุ่ม พ่อได้เคยทำตามหาความฝันของตัวเอง พ่อก็ทำเต็มที่แล้วพ่อก็ไม่เคยเสียดายเวลาเลย


งานแสดงที่บอสหลงรัก
การแสดงเหมือนเวทมนตร์ ที่จะเสกให้เราเป็นอะไรก็ได้ เป็นนก เป็นวัว เป็นช้าง เป็นม้า แค่เรามีจินตนาการและความเชื่อ ทุกอย่างเป็นได้หมด ทำให้เราได้ท่องโลกใบใหม่ๆแต่ในชีวิตจริง การใช้ชีวิตของผมก็ยังเหมือนเดิม ผมก็ยังเป็นผมคนเดิมที่เคยกินข้าวข้างทางหรืออะไรก็ได้ที่รู้สึกว่ามันอร่อย ไม่ใช่ต้องมานั่งกินอาหารแพงเพื่อให้ตัวเองดูดี ผมยังใช้ชีวิตปกติ แต่อาจจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นที่วันนี้เราทำงานเป็นนักแสดงเต็มตัวหลายๆ คนก็รู้อยู่ว่างานในสายอาชีพนี้มันมาเป็นกระแสพักๆ หรือบางคนอาจจะอยู่ยาว ไม่มีใครรู้อนาคตจริงๆแต่ผมรู้สึกว่าผลงานและฝีมือของเราจะทำให้เราอยู่ในวงการนี้ได้นาน ความฝันสูงสุดคือการได้รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม อยากไปถึงขั้นนั้นให้ได้ แล้วก็มีเรื่องการเป็นนักร้องอีกอย่าง ที่เป็นความฝันตอนเด็ก ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมีเพลงที่เป็นเพลงของตัวเอง แล้ววันหนึ่งที่ผมประสบความสำเร็จก็อยากจะซื้อบ้านให้คุณแม่ ให้เขาสบายอยู่ข้างๆ เรา ได้ดูแลเขาเหมือนในวันที่เขามีเงินและดูแลเรามา

Posted in Uncategorized

วันนี้สาวๆชาวมอมีเรื่องมาเม้าเยอะเลยเรื่องอะไรมาตามกันเลย

ตรัง-ศรีตรัง ประทีปชัยเกษม ปี 4 วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ ม.ศรีปทุม ขอลองผิดระเบียบสไตล์วัยรุ่น
“คณะที่เรียนนี่ก็จะมีความเนี๊ยบเยอะหน่อยค่ะ ตอนเข้ามาปีแรกๆ ก็จะมีกำหนดสีกระเป๋า ทุกคนก็จะใช้สีดำๆ เหมือนกันหมด ยี่ห้ออะไรก็ได้ แต่เป็นสีดำ ผมก็ต้องสีดำสุภาพด้วยนะ แต่นี่ก็เคยย้อมสีผมเหมือนกันเป็นสีที่ผิดระเบียบช่วงปี 1 ที่เข้ามาเลย เราก็วัยรุ่นเนอะ อยากจะย้อมผมบ้างอะไรบ้างก็เลยย้อมมา จนมีวันหนึ่งเดินขึ้นลิฟต์มาพร้อมอาจารย์ในภาค อาจารย์ก็เห็นเรา เห็นสีผม ก็เรียกถามเลยอยู่ปีอะไรแล้ว ยึดปีกเลยดีมั้ย คือ ปีกนี่เป็นเครื่องหายของคณะเลยค่ะ กว่าจะได้มาก็ยากมาก อารมณ์คล้ายๆ เกียร์วิศวะ ตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ คือพยายามหลบสายตาอาจารย์อย่างเดียวเลย แต่โดนทักไปครั้งนั้นก็ยังไม่เข็ดนะ ยังมีย้อมอีก แต่ตอนนี้ไม่แล้วค่ะ ก็มีระเบียบมากขึ้น”

ลาดา-อาภาภัทร สุขสวัสดิ์ชล ปี 2 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต ของแม่ก็เหมือนของลูกใช้ด้วยกันได้
“ตอนนี้เรียนปี 2 สาขาการประชาสัมพันธ์ค่ะ ตอนแรกเรียนสาขาภาพยนตร์ ลาดาเลยจะเป็นคนที่ลุคลุยๆ พอมาเรียนพีอาร์เจอเพื่อนนั่งเรียนในห้องโรลผมมาหน้าเป๊ะ ตัวบางๆ ดูน่าทะนุถนอม ปัดแก้มใสๆ เราก็หูย เพื่อนจัดเต็ม แต่เราก็อยู่ทรงเดิม (หัวเราะ) แต่ดีตรงจะมีเพื่อนสาว(สอง)คอยดูแลให้ อย่างเพื่อนเป็นนางงาม ช่างแต่งหน้า พอเรามาเซอร์ๆ ก็หงุดหงิด เรียกมาโรลผมให้ เห็นเราหัวยุ่ง ชุดนักศึกษาก็ใส่โอเวอร์ไซส์กับรองเท้าผ้าใบบ้าง แล้วก็แต่งหน้าไม่ค่อยเป็นค่ะ (ยิ้ม) ของติดตัวก็มีไม่เยอะนาฬิกาก็ใส่ของคุณนายแม่ วันไหนลุยๆ ก็จะเปลี่ยนเป็น G-SHOCK บ้าง กระเป๋าตอนนี้ MCM ก็ของคุณนายแม่อีก คืออันไหนแม่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือไม่ได้ใส่เราก็เอามาใช้ด้วยกันได้ คุณนายแม่นี่แฟชั่นกว่าลาดามากอะ ^^”

แต่งตัวสบายๆ สไตล์นางแบบสาวสวย เฟิร์น-เกษรา วัฒนสังข์ ปี 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา
“ตอนนี้อยู่ปี 3 แล้วค่ะ เอกการท่องเที่ยวเลย เรียนแล้วได้ประสบการณ์เยอะ หนูเป็นคนชอบท่องเที่ยว เลยอยากเจาะลึกการเรียนด้านนี้ให้มากขึ้น ได้มีโอกาสทำทัวร์เองด้วย เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ในคณะจะมีหลายสไตล์ แต่แก๊งหนูจะเป็นขาลุย เป็นผู้หญิงเฮฮา เข้าได้กับทุกคน แฟชั่นก็แนวเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ทะมัดทะแมงหน่อย ชอบอะไรที่แนวเท่สปอร์ต แล้วก็เป็นคนชอบแต่งหน้า ชอบดูคลิปแต่งหน้าต่างๆ เวลาถ้าไปเรียนสายหน่อย ช่วงบ่าย ก็ขอแต่งหน้าไปนิดหนึ่ง แต่เครื่องประดับจะไม่ใส่ เพราะเป็นคนซุ่มซ่าม ใส่แล้วบาดโดนตัวเองอยู่เรื่อย”

นิ่ม-พรรณิการ์ ชัยสงคราม ปี 3 กับแฟชั่นสไตล์ของเด็กคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
“ตอนปี 1 ช่วงเข้าใหม่ๆ รับน้อง เราจะมีชุดของเอกเป็นโปโลเหลืองนุ่งทับกางเกงวอร์ม ใส่ถุงเท้าบอลสีขาว เอากางเกงยัดเข้าไปในถุงเท้าบอลเหมือนชุดโบราณ ผู้หญิงก็จะต้องถักเปีย ติดโบว์เหลือง ส่วนผู้ชายติดกิ๊บดำอย่างน้อยแปดตัว (ยิ้ม) รับน้องที่นี่ก็เน้นให้น้องๆ กล้าแสดงออก แล้วก็มีไปจอยกับเอกอื่นด้วย เด็กศิลปกรรมชอบใส่เสื้อตัวใหญ่ๆ โอเว่อร์ไซส์ แล้วก็มีกิมมิกในการแต่งตัว อย่างที่คาดผม การทำผม การใส่ต่างหู เดินมาก็รู้เลยว่าเด็กคณะนี้ ไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ชอบนัดกันไปทำงานที่ TCDC ที่เป็นห้องสมุดออกแบบ หรือไม่ก็เดินตามจตุจักร สำเพ็งเพื่อดูการใช้วัสดุต่างๆ ค่ะ”

ขวัญ-ภาณุมาศ สุวรรณ์ ปี 1 คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว ม.กรุงเทพ วีรกรรมสุดแสบคู่กับเพื่อนสนิทสุดซี้
“หนูเป็นคนเรียบร้อย (ยิ้ม) จริงๆ ก็มีวีรกรรมแสบๆ อยู่ ตอนเข้ามาเรียนใหม่ๆ เช่น วันนั้นเราเข้าห้องเรียนสายไป 30 นาที แล้วก็นั่งๆ เรียนๆ ไป แล้วเราก็รู้สึกหิวค่ะ ก็เลยบอกอาจารย์ ‘ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำค่ะ’ แต่จริงๆ ไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำไง 555 แล้วก็ออกจากห้องมา ลงมากับเพื่อนสองคน ไปนั่งกินข้าวกันชิลล์ๆ เลย แล้วพอขึ้นห้องไปอีกทีอาจารย์เขาก็ปล่อยออกจากห้อง หมดคาบแล้วค่ะ”

ปาย-พิชญา มะลิซ้อน ปี 1 คณะบริหารธุรกิจ ม.กรุงเทพ กับความขี้ลืมขั้นสุด
“เรื่องเปิ่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นความขี้ลืมของหนู เร็วๆ นี้ไปเดินเล่นฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ก็กะไปเดินเล่น ไปซื้อกระเป๋าค่ะ แล้วทีนี้อาจารย์ก็ให้เพื่อนโทร.ตามเรา เพราะว่าวันนั้นมีสอบ ซึ่งหนูก็ลืมไงว่ามีสอบวันนั้น เป็นสอบเทสเฉยๆ หนูก็รีบเข้าไป เข้าช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็เข้ามาเรียนและก็สอบ เข้ามาแค่แป๊บเดียวอาจารย์เขาก็ปล่อยแล้ว ถัดจากเหตุการณ์นั้นก็มีลืมของไว้ในห้องน้ำของไดมอนฮอลล์ ออกจากห้องน้ำมาแล้ว เข้าฮอลล์ไปแล้วถึงนึกขึ้นได้ว่าเราลืมก็รีบวิ่งกลับมาเอา”

Posted in Uncategorized