เจน-เจนจิรา จันทรศร สาวสวยนักแสดงหน้าใหม่ที่โด่งดังจากละครเรื่อง”บุพเพสันนิวาส”

เจน-เจนจิรา จันทรศร สาวสวยนักแสดงหน้าใหม่ที่โด่งดังมาจากซีนเดียวในบท “สมเด็จเจ้าฟ้าศรีสุพรรณ กรมหลวงโยธาทิพ” สตรีสูงศักดิ์บนเรือ ซึ่งเป็นพระขนิษฐาในสมเด็จพระนารายณ์ จากละครฮิต “บุพเพสันนิวาส” เรามาเปิดวาร์ปสาวคนนี้ กับการเรียนในสายการบินที่ม.ศรีปทุมกันดีกว่า

JANE’S STYLE
“ตอนนี้เรียนปี 3 วิทยาลัยนานาชาติ สาขาวิชาธุรกิจการบิน ม.ศรีปทุม อยากเรียนบริการเพราะตอนเด็กหนูชอบจัสติน บีเบอร์ (หัวเราะ) เลยเป็นความฝันว่าสักวันจะต้องไปหาจัสตินให้ได้ แล้วถ้าอยากบินไปก็ต้องเป็นแอร์โฮสเตส ก็เลยตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ แล้วก็เลือกเรียนด้านนี้ จริงๆ ตอนแรกก็กังวลเหมือนกันว่า หนูจะเข้ากับเพื่อนๆ ในอินเตอร์ได้หรือเปล่า แต่โชคดีมาเจอเพื่อนที่นิสัยคล้ายกัน เข้ากันได้ การแต่งตัว ถ้าเป็นแฟชั่นข้างนอก เพื่อนๆ ก็จะมีสไตล์ของตัวเองกันไปคนละแบบ อย่างหนูชอบแนวสบายๆ เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบแต่พอวันมาเรียนก็จะต้องแต่งหน้าเต็มหน่อย ในวันที่เรียนวิชาบังคับการบินก็จะมีฟอร์มของเขา แล้วก็มีใส่ต่างหูมาให้มันดูมีสไตล์นิดหนึ่ง”


EARRINGS :
ชอบแบบห่วงไม่ใหญ่ แบบไม่เว่อร์เกินไป พอดีหน้า เป็นวงกลมหรือหัวใจ แต่พร็อบอื่นๆ ไม่ค่อยใส่เลยค่ะ รู้สึกทำงานไม่ค่อยสะดวก กลับบ้านมาก็ต้องมาถอดเพื่ออาบน้ำอีก เลยเลือกไม่ใส่ดีกว่า


HOOD :
ปกติใส่เป็นฮู้ดโทนขาวดำเรียบๆ คือออกจากบ้านใส่ขึ้นรถเมล์มาเลย เอามากันแดดก็ได้ ใส่ในห้องเรียนก็ได้ ตัวนี้ของพี่ชาย เห็นมันหนาดี เลยเอามาใช้


BAG :
เป้มันใส่ของได้เยอะดี ใบนี้ซื้อที่เวียดนาม ไปเดินตลาดที่นั่นแล้วก็ต่อราคามาได้ลดเยอะมาก ไปเรียนก็มีใส่กระเป๋าดินสอ สมุดจด โทรศัพท์ แล้วก็น้ำตาเทียม คือเป็นคนสายตาสั้น 350 ได้ สั้นตั้งแต่เด็กๆ เลย ไม่ได้ขยันเรียนนะ แต่ช่วงนั้นติดเกมตามพี่ชายนี่แหละ (หัวเราะ)

ไข่มุข สาวผมสั้นนักกีฬาเพาะกาย หน้าแบ๊วๆ ม.หอการค้าไทย

ประวัติ

  • ชื่อเล่น : ไข่มุข
  • ชื่อ : ศิวนาถ ตามพานนท์
  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะวิทยาศาสตร์ สาขาการจัดการธุรกิจอาหาร
  • ความสามารถพิเศษ : เวทเทรนนิ่ง, แข่งกีฬาเพราะกาย, คารีเน็ต
  • คติประจำใจ : ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน
  • กิจกรรมยามว่าง : ออกกำลังกาย
  • ไอดอล : คุณแม่
  • ฉายา : น้องไข่
  • เป้าหมายในอนาคต : เรียนจบปริญญาเอก
  • ผลงาน : ถ่ายแบบ, www.sista, smoto, ที่3 The university sport 2017, ที่2 The university sport 2018

เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ นักดนตรีและนักแสดงมากความสามารถ กับผลงานใหม่ล่าสุด พระเอกในซีรีส์รีเมคเกาหลี“My Girl 18 มงกุฎสุดที่รัก” ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

ไปย้อนประสบการณ์กับ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ในมหา’ลัยสมัยเรียนที่มหิดล อินเตอร์ ที่ถือเป็นบทเรียนนำมาใช้ในชีวิตการทำงานจนถึงทุกวันนี้

นักดนตรีสุดติสท์กับการเรียนบริหาร
ตอนเด็กผมชอบเล่นกีต้าร์มาก แต่ตอนนั้นมหา’ลัยดนตรียังไม่บูมมาก ไม่รู้สึกว่าอยากเล่นดนตรีเป็นอาชีพ อยากเล่นเอาสนุกเฉยๆ ไม่อยากจบมาเป็นอาจารย์ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ถ้าย้อนกลับไปได้ผมจะกลับไปเรียนดนตรี แต่พอดีตอนนั้นที่บ้านมีธุรกิจชิปปิ้งพอดี เลยเลือกเรียนบริหารธุรกิจ ที่มหิดล อินเตอร์ ด้วยความที่ชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษด้วย แต่พอเข้ามาเรียนจริงๆ แรกๆ ไม่รู้เรื่องเลย ภาษาอังกฤษเราไม่ได้เก่งขนาดนั้น จากเทอมแรกที่เราเกเรซ่าๆ มาตอนม.ปลาย ต้องเลิกทุกอย่าง มาตั้งใจเรียน เพราะการเรียนมหิดลมันไม่มีตรงกลาง มันยากมาก เคี่ยวมาก จนผมรู้สึกว่าจะเรียนไม่รอดแล้ว แต่พอมาตั้งใจเรียนมากๆ เทอมแรกได้ 3.5 เฮ้ย เราเรียนได้จริงๆ ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันมา 1 ปี หายไปเกือบร้อยกว่าคน ถึงแม้ตอนปี 3 ที่เริ่มเล่นหนัง เราต้องดร็อปไป ช่วงใกล้จบก็ทำธีสิสสี่วิชาตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น ทำกันเป็นร้อยๆ หน้า แต่ก็จบมาได้ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.2 แต่เป็นห้าปีนะ การเรียนที่เข้มข้นทำให้เราได้ทั้งเรื่องวินัย และภาษา บริหารมันก็ทำให้เราเข้าใจโลกที่เราอยู่ว่ามันรันด้วยการบริหารธุรกิจ รู้เบื้องลึกในบริษัทมากขึ้น ซึ่งอันนี้เป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่เมื่อเราโตขึ้นมา เราสามารถเอาความรู้ตรงนี้ไปเปิดบริษัท ไปดูแลคนได้


ซึมซับความเป็นนักดนตรีจากมหา’ลัย
ตอนนั้นเริ่มทำวงในมอ ผ่านการประกวดมาตั้งแต่ปีแรกๆ สังคมตอนนั้นเลยมีสองฝั่ง คือฝั่งที่เรียน PRE-COLLEGE ที่เป็นเด็กไทย กับอีกกลุ่มที่เป็นเด็กอินเตอร์ฝรั่ง ชอบดนตรีเหมือนกัน ก็จะไปนอนสองบ้าน แล้วก็มีเพื่อนซี้คนหนึ่งเป็นคนอเมริกัน ทำให้เราได้ซึมซับวรรณคดีอเมริกัน เอาหนังสือมาให้อ่าน เอาเพลงมาให้ฟัง มีอาจารย์ฮิปปี้อยู่คนหนึ่งในคลาส Music Appreciation เป็นคนสร้างพื้นฐานความชอบดนตรีให้เราตั้งแต่นั้นมา

บทเรียนในวงการบันเทิง
จบใหม่ๆ ผมไม่คิดว่าจะทำงานในวงการได้นานขนาดนี้ ตั้งแต่เล่นหนังเรื่อง “บอดี้ศพ 19” เราคงอยู่ได้ไม่กี่ปี สักพักตอนนี้ก็ยังทำอย่างนั้นมาสิบกว่าปีแล้ว ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้ความเป็นศิลปินที่ไม่มีใครมาสอน บางสิ่งที่ทำไปไม่ถูกจังหวะ ตอนนี้ก็เรียนรู้ที่จะพลาดน้อยลง มันมีช่วงพีคมากที่ผมเหวอ แล้วก็ตอนพีคน้อยลงก็เหวอเหมือนกัน แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเราก็แค่ทำงาน ไม่ต้องเป็นหรอก “ดารา” ยิ่งได้เจอคนเยอะขึ้นในการทำงาน เข้าใจเลยว่า ทุกคนมีจุดมุ่งหมายของตัวเอง ตัวเราไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาลเขา เป็นแค่ดาวเคราะห์น้อยในจักรวาล เรื่องของเราไม่ได้สำคัญกับเขาหรอก มันก็เลยง่ายขึ้นในการดำรงชีวิต แต่คือการได้เล่นดนตรีกับงานแสดงก็เป็นสิ่งที่ชอบทั้งสองอย่าง งานแสดงก็ได้ท้าทายเล่นบทบาทที่ไม่เหมือนตัวเอง ดนตรีก็เป็นความฝันที่ต้องตะกายให้พ้นน้ำต่อไป เรายังหยุดไม่ได้ อนาคตจริงๆ ก็อยากทำธุรกิจของตัวเอง แต่เรายังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ต้องทำสองอย่างนี้ให้ดีก่อน ถ้าถามว่าตอนนี้ธุรกิจของผมคืออะไร ธุรกิจผมคือวงดนตรี นั่นคือธุรกิจของผม