นักศึกษาออกแถลงการณ์คัดค้านคำสั่งไล่ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ออกราชการ 200 รายชื่อเข้าร่วม พร้อมจุดเทียนสีแดงเชิงสัญลักษณ์ ชี้คุกคามเสรีภาพทางวิชาการ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (26 ก.พ.) ที่ลาน อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต กลุ่มนักศึกษาที่ใช้ชื่อว่า ประชาคมคัดค้านคำสั่งไล่อ.สมศักดิ์ ออกจากราชการ ได้เปิดลงทะเบียนร่วมในการอ่านแถลงการณ์ปกป้องสิทธิและเสรีภาพของทรัพยากรบุคคลทางวิชาการและงานวิจัยในระดับมหาวิทยาลัย

นศ.ฮือ! ต้านมธ.ล่า 200ชื่อ ปมไล่สมศักดิ์
ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าวร่างขึ้นโดยนักวิชาการ คณาจารย์ และภาคประชาชน จากหลากหลายกลุ่มอาชีพ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กว่า 200 คน พร้อมจัดกิจกรรมจุดเทียน เพื่อแสงสว่างและเสรีภาพทางวิชาการ โดยยกกรณีการถูกคำสั่งไล่ออกจากตำแหน่งงานราชการของ อ.ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยกลุ่มนักศึกษาเห็นว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ ด้วยเหตุผลทางการเมือง
ทั้งนี้ กลุ่มนักศึกษา ได้อ่านกลอน และอ่านแถลงการณ์ ก่อนจะร่วมจุดเทียนสีแดง เชิงสัญลักษณ์ พร้อมร้องเพลงเพื่อมวลชน ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไป นักศึกษาได้จัดบอร์ดให้เขียนแสดงความคิดเห็นกรณีอ.สมศักดิ์เจียมธีรสกุล ถูกไล่ออก
อย่างไรก็ตามมีเพียงเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์เท่านั้น โดยกลุ่มนักศึกษาประกาศก่อนจัดกิจกรรมว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นการเรียกร้องภายในมหาวิทยาลัย ไม่ได้กระทบต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.
ซึ่งในแถลงการณ์มี ข้อเรียกร้องต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย 3 ข้อ โดยเรียกร้องให้มีการปกป้องคุมครองความปลอดภัย ชีวิต จิตใจ ของบุคลากร โดยไม่ให้อำนาจทางการเมืองมาแทรกแซง และขอให้ประกันสิทธิแก่บุคลากร ในการได้รับผลกระทบจากวิกฤติฯ ในการลากิจ ลาเพิ่มพูนความรู้ ลาออก และการลี้ภัยฉุกเฉิน รวมทั้งเรียกร้องต่อผู้บริหารว่า หากไม่สามารถทำอะไรได้ ควรแสดงออกซึ่งสามัญสำนึกต่อสาธารณะ
ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์
ภาพจากทวิตเตอร์ @JanewitC 44m
MThai News


จากกรณีเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2547 จำเลยทั้งห้า ในขณะนั้น นายสมหมายเป็นปลัดกระทรวงการคลัง และจำเลยอีก 4 คน เป็นกรรมการบริษัทไทยเดินเรือฯ ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีมติให้พักงานโจทก์โดยการอาศัยบัตรสนเท่ห์กล่าวหาโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ ทั้งที่ยังอยู่ในขั้นตอนสอบข้อเท็จจริงจากบัตรสนเท่ห์ ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นว่า โจทก์มิได้ทุจริตเห็นควรยุติเรื่องโดยรายงานสรุปความเห็นให้จำเลยทราบ แต่พวกจำเลยกลับมิได้ดำเนินการอย่างไรกับโจทก์ที่ถูกสั่งพักงานไป ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องพักงานไปถึง 8 เดือน ทำให้ขาดรายได้
โดยศาลฎีกา พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน ขณะที่นายสมหมายกับพวก เดินหลบสื่อ ออกทางประตูด้านหลังศาลแล้วเดินทางกลับ