เปิดตัวเลขสุดอึ้ง! ตร.ไม่ส่งต่างด้าวให้ตม.เกือบ 7พันราย

เปิดตัวเลขสุดอึ้ง! พบตำรวจไม่ส่งผู้ต้องหาต่างด้าวให้ ตม.เกือบ7 พันราย ทั่วประเทศ ชี้ ภาค 7- 8 หนักสุด ขาดส่งอื้อ

จากกรณีที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.ตั้งคณะกรรมการตรวจข้อสอบข้อเท็จจริง เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง หลังพบว่า กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ไม่ส่งตัวผู้ต้องหาต่างด้าว ให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จำนวนกว่า 1,730 ราย เพื่อผลักดันออกนอกประเทศ พร้อมทั้งสั่งการให้มีการตรวจสอบทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ ว่ามีการกระทำในลักษณะเดียวกันแบบนี้หรือไม่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน มีการส่งต่อเผยแพร่เอกสารทางโลกออนไลน์ ถึงข้อมูลการตรวจสอบดังกล่าวทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2560 พบว่าไม่มีการส่งตัวต่างด้าวให้กับ ตม. เพื่อผลักดันออกนอกประเทศจำนวนกว่า 6,976 ราย โดยแยกเป็นกองบัญชาการต่างๆ ดังนี้

บก.น.1 จำนวนตามบัญชี 448 ราย ส่งตม. 296 ราย ขาดส่ง 152 ราย
บก.น.2 จำนวนตามบัญชี 550ราย ส่งตม.445 ราย ขาดส่ง 105 ราย
บก.น.3 จำนวนตามบัญชี 42 ราย ส่งตม. 30 ราย ขาดส่ง 12 ราย
บก.น.4 จำนวนตามบัญชี 254 ราย ส่งตม.168 ราย ขาดส่ง 86 ราย
บก.น.5 จำนวนตามบัญชี 331 ราย ส่งตม. 329 ราย ขาดส่ง 2 ราย
บก.น.6 จำนวนตามบัญชี 200 ราย ส่งตม.193 ขาดส่ง 7 ราย
บก.น.7 จำนวนตามบัญชี 232 ราย ส่งตม. 85 ขาดส่ง 147 ราย
บก.น.8 จำนวนตามบัญชี87 ราย ส่งตม.52 ราย ขาดส่ง 35 ราย
บก.น.9 จำนวนตามบัญชี210 ราย ส่งตม.168 ขาดส่ง 42 ราย
ภ.1 จำนวนตามบัญชี 2,351 ราย ส่งตม.2,057 ขาดส่ง294 ราย
ภ.2 จำนวนตามบัญชี 7,117 ราย ส่งตม.6,589 ขาด 528 ราย
ภ.3 จำนวนตามบัญชี 1,532 ราย ส่ง ตม. 1,027 ราย ขาดส่ง 505 ราย
ภ.4 จำนวนตามบัญชี 1,384 ราย ส่ง ตม. 1,231 ราย ขาดส่ง 153 ราย
ภ.5 จำนวนตามบัญชี 2,536 ราย ส่ง ตม. 2,144 ราย ขาดส่ง 392 ราย
ภ.6 จำนวนตามบัญชี 13,154 ราย ส่ง ตม. 13,139 ราย ขาดส่ง 15 ราย
ภ.7 จำนวนตามบัญชี 5,118 ราย ส่งตม. 3,334 ราย ขาดส่ง 1,784 ราย
ภ.8 จำนวนตามบัญชี 7,374 ราย ส่ง ตม. 4,924 ราย ขาดส่ง 2,450 ราย
ภ.9 จำนวนตามบัญชี 1,628 ราย ส่ง ตม. 1,387 ราย ขาดส่ง 241 ราย
บชก. จำนวนตามบัญชี 38 ราย ส่ง ตม. 12 ราย ขาดส่ง 26 ราย

สตม. จำนวนตามบัญชี ไม่มีขาดส่ง รวมทุกกองบัญชาการ จำนวนตามบัญชีทั้งสิ้น44,586 ราย ส่ง ตม. 37,610 ราย ขาดส่งทั้งสิ้น 6,976 ราย โดยพบว่าภ. 8 ขาดส่งสูงสุด 2,450 ราย รองลงมาคือ ภ. 7 จำนวน 1,784 ราย โดยข้อมูลดังกล่าว เป็นสถิติตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2560 ส่วนใหญ่ เป็นความผิดอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือโอเวอร์สเตย์

สั่งปิด! น้ำตกหลายแห่งในตรัง หลังฝนถล่มน้ำป่าหลาก

ฝนถล่มตรังอีกระลอก น้ำป่าทะลักมาจากเขาบรรทัดลงสู่น้ำตกหลายแห่ง ทำให้ต้องปิดน้ำตกทุกแห่งใน จ.ตรัง เนื่องจากน้ำมีสีแดงขุ่นไหลเชี่ยวแรงหลากเข้าท่วมพื้นที่ชั้นล่างในหลายอำเภอ

วันที่ 30 พ.ย. 60 จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดตรัง ส่งผลให้น้ำป่าจากเขาบรรทัดที่กั้นระหว่าง จ.พัทลุงกับ จ.ตรัง มีน้ำป่าไหลลงสู่น้ำตกจำนวนมหาศาลสีแดงขุ่น เชี่ยวหลาก เสียงดังกึกก้อง ส่งผลให้มีการปิดน้ำตกทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดตรัง เพราะนักท่องเที่ยวไม่สามารถลงไปเล่นน้ำได้

โดยที่น้ำตกกะช่องหรือน้ำตกโตนใหญ่ ตั้งอยู่ที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง ขณะนี้น้ำป่าที่ไหลลงมาสู่น้ำตกมีปริมาณที่มาก สีแดงขุ่นเป็นโคลน ไหลเชียวหลาก มีเสียงดังกึกก้อง ทำให้หน่วยงานป่าไม้ที่รับผิดชอบแต่ละน้ำตก ต่างมีการปิดน้ำตกโดยปริยาย เพราะนักท่องเที่ยวไม่สามารถลงไปเล่นน้ำตกได้ เพราะเป็นอันตรายถึงชีวิต

ส่วนน้ำตกอื่น ๆ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเช่นน้ำตกสายรุ้ง น้ำตกลำปลอก น้ำตกไพรสวรรค์ น้ำตกโตนเต๊ะ น้ำตกโตนตก น้ำหนานตอ และน้ำตกน้ำพ่าน ก็ปิดบริการท่องเที่ยวไปโดยปริยาย เพราะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักประกอบกับมีน้ำป่าสีแดงขุ่นที่ไหลเชียวแรง ซึ่งเป็นอันตรายแก่นักท่องเที่ยว จะปิดไปจนกว่าสถานการณ์จะคืนเข้าสู่สภาวะปกติ

คุก 2 เดือนปรับ 3พัน ‘เจน เน็ตไอดอล’ เมาแล้วขับ

ศาลแขวงดอนเมือง สั่งจำคุก 2 เดือน ปรับ 3 พันบาท “เจน เน็ตไอดอล” เมาแล้วขับ -รอลงอาญา 2 ปี ยึดใบขับขี่ 6 เดือน

พนักงานอัยการฝ่ายคดีแขวงดอนเมือง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.นันทนิตย์ สมานประธาน หรือเจน เน็ตไอดอลชื่อดัง อายุ 23 ปี ต่อ ศาลแขวงดอนเมือง เป็นจำเลยในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา จากกรณี เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2560 เวลากลางคืน จำเลยขับรถยนต์ และ ถูกตำรวจจราจรกลาง ที่ตั้งด่านตรวจ ปฏิบัติงาน หน้า ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านแจ้งวัฒนะ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พบมีปริมาณแอลอฮอล์ 63 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 จำเลยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่มาก เห็นสมควรวางโทษให้เหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งความผิดของจำเลยลงโทษจำคุก 4 เดือนและปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 2 เดือนปรับ 3,000 บาท ปรากฏว่าจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีและให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถของจำเลยมีกำหนด 6 เดือน