เปิดข้อกฎหมาย หลัง 4 พนักงานเคอรี่ แกะพัสดุลูกค้า

เพจล่าเปิดข้อกฎหมาย เกี่ยวกับความผิดฐานเปิดเผยความลับทางจดหมาย พัสดุ ไปรษณีย์

จากกรณีที่มีพนักงานในบริษัทขนส่งแกะพัสดุของลูกค้ารายหนึ่ง และนำเซ็กซ์ทอยซึ่งเป็นของที่อยู่ด้านในออกมาถ่ายรูปพร้อมทำท่าแสดงเชิงล้อเลียนโพสต์ลงในโลกออนไลน์ รวมถึงบอกที่อยู่ของลูกค้ารายดังกล่าวให้กับเพื่อน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกโซเชียล

ต่อมาทาง บริษัทขนส่งสินค้า เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีดังกล่าวและทำการเลิกจ้างพนักงานทั้ง 4 คนทันที เนื่องจากความผิดร้ายแรงต่อจรรยาบรรณในการทำงานของบริษัท รวมถึงจะถูกดำเนินการทางวินัยต่อไป

ล่าสุดวันที่ 30 เม.ย. 2562 เพจ ล่า ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับความรู้ทางกฎหมายกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า

มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 323 ผู้ใดล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่น โดยเหตุที่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ โดยเหตุที่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เภสัชกร คนจำหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผู้พยาบาล นักบวช หมอความ ทนายความ หรือผู้สอบบัญชีหรือโดยเหตุที่เป็นผู้ช่วยในการประกอบอาชีพนั้นแล้วเปิดเผยความลับนั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้รับการศึกษาอบรมในอาชีพดังกล่าวในวรรคแรก เปิดเผยความลับของผู้อื่น อันตนได้ล่วงรู้หรือได้มาในการศึกษาอบรมนั้น ในประการ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแต่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

มาตรา 324 ผู้ใดโดยเหตุที่ตนมีตำแหน่งหน้าที่ วิชาชีพ หรืออาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจ ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่นเกี่ยวกับอุตสาหกรรม การค้นพบ หรือการนิมิตในวิทยาศาสตร์ เปิดเผยหรือใช้ความลับนั้น เพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 325 ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้

ขณะที่ล่าสุดทางเพจได้โพสต์ถึงความคืบหน้าว่า ได้มีการนัดหมายเพื่อพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ผู้เเทนส่วนกลาง ผู้บริหารสาขา และพนักงานได้กล่าวขอโทษกับผู้เสียหาย

ในส่วนของเคอรี่รับผิดชอบทุกกรณี ทั้ง 1.การขอโทษ 2.การเยียวยาค่าเสียหายทางจิตใจให้น้องมีชีวิตในสังคมได้ 3.ข้อยุติของเรื่องนี้คือ หากต้องการดำเนินคดีเคอรี่จะดำเนินการในทุกกระบวนการ เเม้ว่าทั้ง 4 คนจะไม่ใช่พนักงานของเคอรี่เเล้วก็ตาม


ที่มา เพจล่า

ลุงยามงง ! บิลค่าน้ำเดือนเมษายนมียอดกว่า 3 แสนบาท

ลุงยามถึงกับงง เจอบิลค่าน้ำเดือนเมษายน ยอดทะลุกว่า 3 แสนบาท ตรวจสอบรายละเอียดพบเป็นชื่อคนอื่น วอนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

วันที่ 30 เมษายน 2562 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น นายวชิระ ชุมชนสัมพันธ์ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 ม.8 บ้านหนองหัวช้าง ต.โคกสำราญ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ถือใบแจ้งเตือนการตัดมาตรการประปาส่วนภูมิภาค สาขาขอนแก่น เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

กรณีค่าน้ำประปาจำนวน 309,889.12 บาท ซึ่งมีราคาที่แพงเกินจริง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบใบแจ้งเตือนดังกล่าวแล้วปรากฏว่าเป็นชื่อของบุคคลอื่น จึงได้แนะนำให้เจ้าของบ้านตัวจริงเป็นคนมาแจ้งความให้ถูกต้องตามขั้นตอน

นายวชิระ ชุมชนสัมพันธ์ อายุ 62 ปี กล่าวว่า ตนมีอาชีพเป็น รปภ. และได้เช่าห้องห้องแถวชั้นเดียว เลขที่ 164/11 ม.16 ถนนเทพผาสุก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งอาศัยกับภรรยาและลูก โดยพักอาศัยมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมาค่าน้ำที่ห้องเช่าอยู่ที่เฉลี่ยเดือนละ 100-200 กว่าบาท

อีกทั้งห้องเช่าของเพื่อนข้างห้องไม่เคยมีใครจ่ายค่าน้ำแพงกว่านี้เช่นกัน ซึ่งตนเองไม่ตกใจเพราะคิดว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงที่การประปาจะต้องมีการตรวจสอบค่าน้ำประปาตามเลขวัดมาตรน้ำเลขที่ดังกล่าวที่ผ่านมาค่าน้ำมีจำนวนเท่าใด แล้วทำไมค่าน้ำเดือนเมษายน 2562 ถึงได้แพงหลักแสนบาทเช่นนี้

ซึ่งความผิดพลาดในครั้งนี้ ถ้าเกิดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่การประปามองว่าสมควรถูกไล่ออก แต่ถ้าเป็นความผิดของพนักงานบริษัทเอกชนที่ทำหน้าที่จดมาตรวัดน้ำ บริษัทเอกชนรายนี้ต้องไล่พนักงานรายนี้ออกเช่นกัน

ส่วนค่าน้ำที่ค้างจ่ายในเดือนมีนาคม 2562 มีจำนวนเงิน 416.23 บาท ซึ่งตนเองจะไปจ่ายวันพรุ่งนี้ แต่ค่าน้ำเดือนเมษายนที่มีจำนวนสามแสนกว่าบาทจะไม่จ่าย อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยตรงจสอบข้อเท็จจริงให้คลายสงสัย

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบรายละเอียดใบแจ้งเตือนการตัดมาตร การประปาส่วนภูมิภาค สาขาขอนแก่น ชื่อผู้ใช้น้ำระบุชื่อ นายพิมพ์ แก้วพิลา เลขที่ผู้ใช้น้ำ 10600398146 เส้นทางการอ่านมาตร 160018 ประเภทผู้ใช้น้ำ 29 ขนาดมาตร 01 (1/2 นิ้ว) หมายเลขมาตรา 1060-003126-3 เลขอ่าน 4256

โดยพบว่าผู้ใช้น้ำค้างจ่ายค่าน้ำในเดือนมีนาคม 2562 ตามใบแจ้งหนี้เลขที่ 106062019987 จำนวนเงิน 416.23 บาท และค้างจ่ายในเดือนเมษายน 2562 ตามใบแจ้งหนี้เลขที่ 1060620304462 จำนวนเงิน 309,889.12 บาท เลขที่ใบสั่งตัดมาตร 5739 วันที่ 12/04/62 ดำเนินการวันที่ 25/04/62 ซึ่งขณะนี้ยังสามารถใช้น้ำได้ตามปกติ

ธนาธร-ปิยบุตร ลั่น! เตรียมฟ้อง 7 กกต. มาตรา 157 ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบ

ธนาธร-ปิยบุตร ลั่น! เตรียมฟ้อง 7 กกต. มาตรา 157 ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบ เชื่อไม่ได้มีมูลเหตุจูงใจเรื่องกฎหมายและความเป็นธรรม แต่เป็นความจูงใจทางการเมือง

วันนี้ 30 เม.ย. 62 ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายหลังจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้นำเอกสารทั้งหมด 26 รายการเข้าชี้แจงต่อ กกต. กรณีมีมติแจ้งข้อหาว่าอาจเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีถือหุ้นบริษัทสื่อ วี-ลัค มีเดีย โดยมีมวลชนที่มาปักหลักรอได้ส่งเสียงตะโกน “ธนาธร สู้ สู้” ให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ได้เข้าชี้แจงกับ กกต. ว่าตนเองทำผิดส่วนใด แต่กลับไม่มีใครสามารถตอบได้ นอกจากนี้ยังมองว่าการตั้งข้อกล่าวหานั้นไม่ได้เปิดโอกาสให้ชี้แจง มีเพียงเอกสารส่งไปยังที่บ้านของนางสมพร จึงรุ่งเรื่องกิจ มารดาของนายธนาธร เมื่อวันที่22 เมษายน เวลา 13.45 น. และให้มาชี้แจงในเวลา 10.30 น.ของวันเดียวกัน

จากนั้นวันที่ 23 เมษายนได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายธนาธรทันที ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรม กกต. เชื่อตามผู้ร้องที่นำเอาข้อความจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งมาเป็นหลักฐานในการยื่นเท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าหลายอย่างระบุไม่ชัดเจน เช่น รายละเอียดเรื่อง สําเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5 ที่ไม่ระบุวันที่ มีเพียงการระบุว่าตรวจสอบแล้วว่ามีชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งตามหลักการกฎหมาย บอจ.5 ไม่ใช่เอกสารหลักฐานว่าได้มีการโอนหุ้นไปแล้วเมื่อไหร

นายธนาธร กล่าวอีกว่า หลังหมดอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะเตรียมดำเนินคดีกับ กกต. ในข้อหาตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนี้หากใครทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือละเมิดสิทธิ์ก็จะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน

ทั้งนี้นับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมา 1 ปีจนถึงขณะนี้ ตนเองกับสมาชิกพรรคอนาคตใหม่มีคดีความทั้งหมด 16 คดี แทนที่จะเอาเวลามาปกป้องผลประโยชน์ให้กับประชาชน แต่ต้องมาคอยแก้ต่างในคดี ซึ่งเป็นคดีทางการเมืองและเป็นคดีที่ไม่เป็นธรรม