นายกฯ ชี้แจงงบผูกพันจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ยันต้องทันต่อสถานการณ์

ประเด็นน่าสนใจ

  • วานนี้การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 64 มีการถกประเด็นเรื่องการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของทางกองทัพ
  • โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเบื้องต้นถึงกรณีงบผูกพันข้ามปีในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์
  • ระบุของเก่ามีอยู่ประมาณ 70-80% จำเป็นต้องหาทดแทน อีกทั้งต้องทันต่อสถานการณ์และภารกิจ

วานนี้ (1 ก.ค.63) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 วันที่ 2 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงเพิ่มเติมจาก พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการผูกพันประมาณข้ามปี

โดยพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ตนได้ตรวจสอบทั้งงบประมาณแล้วว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทุกประการ ในส่วนของงบผูกพันข้ามปีที่สะสมมานั้นเนื่องจากว่าการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ด้านต่างๆ ต้องใช้เวลาในการผลิต ในการผ่อนชำระ และก็มีราคาแพง วันนี้จึงจำเป็นต้องปรับยุทโธปกรณ์ของเรา

ซึ่งอาจจะมองว่ามีเพียงพอหรือยัง จึงอยากจะชี้แจงว่าที่ผ่านมานั้นเราไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนในเรื่องของการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ใหม่ๆเลย ทำให้ยุทโธปกรณ์ในปัจจุบันมีของเก่าประมาณ 70–80% ดังนั้นส่วนที่จัดหาทดแทนคือเพื่อไม่ให้ไปเสียงบในส่วนของการซ่อมบำรุงที่นับวันจะไม่สามารถใช้งานได้ เพราะมีภารกิจในการป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้ในเรื่องของกำลังและยุทโธปกรณ์ และข้อสำคัญคือวันนี้เทคโนโลยีต่างๆ นั้นก้าวไกล

ดังนั้นยุทโธปกรณ์ที่ไม่ทันสมัยก็อาจจะเป็นปัญหากับเราต่อไปในอนาคต อีกทั้งการจัดซื้อยุทโธปกรณ์นั้นต้องใช้เวลา ไม่ใช่ซื้อวันนี้แล้วจะได้ทันที เพราะต้องไปประกอบการผลิตใหม่ขึ้นมา ไม่ได้มีการสำรองไว้หน้าร้าน ส่วนการบรรจุข้าราชการทหารในปัจจุบัน มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น บนหลักการที่ควรจะต้องมี เพราะเห็นถึงความสำคัญและการขาดแคลนงบประมาณของประเทศด้วย

จีนประกาศมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ปมกดขี่สื่อมวลชนจีน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ บังคับใช้ข้อจำกัด และข้อกำหนดให้หน่วยงานสื่อมวลชนจีน 5 แห่ง
  • โดยมีเจตนาสร้างอุปสรรคขัดขวางการรายงานข่าวตามปกติของสื่อมวลชนจีน
  • ทางจีนประกาศให้องค์กรสื่อมวลชนของสหรัฐฯ จำนวน 4 แห่ง ยื่นเอกสารข้อมูลแก่ทางการจีนภายในเวลา 7 วัน

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า จีนประกาศให้องค์กรสื่อมวลชนของสหรัฐฯ จำนวน 4 แห่ง ยื่นเอกสารข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ การเงิน การดำเนินการ และอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองในจีน แก่ทางการจีนภายในเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันพุธ (1 ก.ค.) เป็นต้นไป

จ้าวลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่าองค์กรทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ แอสโซซิเอตเต็ด เพรส หรือเอพี (Associated Press – AP) ยูไนเต็ด เพรส อินเทอร์เนชันแนล (United Press International) โคลัมเบีย บรอดแคสติง ซิสเตม (Columbia Broadcasting System) และเนชันแนล พับบลิก เรดิโอ (National Public Radio)

จ้าวประกาศข้อกำหนดข้างต้นระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ (1 ก.ค.) ซึ่งเป็นการตอบโต้ประกาศของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่กำหนดให้ไชน่า เซ็นทรัล เทเลวิชัน (China Central Television) พีเพิลส์ เดลี (People’s Daily) โกลบอล ไทมส์ (Global Times) และไชน่า นิวส์ เซอร์วิส (China News Service) เป็นคณะผู้แทนต่างชาติ (foreign mission) ในสหรัฐฯ

“มาตรการข้างต้นของจีนเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งและเป็นมาตรการตอบโต้อย่างเท่าเทียมเพื่อรับมือพฤติกรรมของสหรัฐฯ ที่กดขี่องค์กรสื่อมวลชนจีนในสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม” จ้าวกล่าว และย้ำว่ามาตรการของจีนเป็นการป้องกันตนอย่างสมเหตุสมผล

จ้าวระบุว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ บังคับใช้ข้อจำกัดอันไร้เหตุผลกับหน่วยงานและบุคลากรสื่อมวลชนจีนในสหรัฐฯ โดยมีเจตนาสร้างอุปสรรคขัดขวางการรายงานข่าวตามปกติของสื่อมวลชนจีน รวมถึงยังกีดกันและกดขี่ด้วยเหตุผลทางการเมืองยิ่งขึ้นทุกขณะ

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2020 สหรัฐฯ กำหนดให้หน่วยงานสื่อมวลชนจีน 5 แห่ง เป็นคณะผู้แทนต่างชาติในสหรัฐฯ ได้แก่ สำนักข่าวซินหัว (Xinhua News Agency) ไชน่า เดลี ดิสทริบิวชัน คอร์เปอเรชัน (China Daily Distribution Corporation) ไชน่า โกลบอล เทเลวิชัน เน็ตเวิร์ก (China Global Television Network) ไชน่า เรดิโอ อินเทอร์เนชันแนล (China Radio International) และไห่เทียน เดเวลอปเมนต์ ยูเอสเอ (Hai Tian Development USA) ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนพีเพิลส์ เดลี ในสหรัฐฯ

จีนจึงตอบโต้ด้วยการกำหนดให้สื่อมวลชนสหรัฐฯ ในจีน จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ วอยซ์ ออฟ อเมริกา (Voice of America) นิวยอร์กไทมส์ (New York Times) วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (Wall Street Journal) ไทม์ (Time) และวอชิงตัน โพสต์ (Washington Post) ยื่นเอกสารข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับบริษัทที่กล่าวถึงข้างต้น เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา

“สหรัฐฯ ดำเนินการด้วยแนวคิดสงครามเย็นและอคติทางอุดมการณ์ ซึ่งบ่อนทำลายชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขององค์กรสื่อมวลชนจีนอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติขององค์กรเหล่านี้ ทั้งยังขัดขวางการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประชาชนสองประเทศอย่างมาก” จ้าวกล่าว

“การกระทำของสหรัฐฯ เปิดโปงความจอมปลอมของการสนับสนุนเสรีภาพทางสื่อมวลชนในแบบของสหรัฐฯ ด้วยเหตุนี้ จีนกระตุ้นเตือนสหรัฐฯ ปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินการโดยด่วน แก้ไขและลบล้างความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงยุติการกดขี่ทางการเมืองและการบังคับใช้ข้อจำกัดตามอำเภอใจกับองค์กรสื่อมวลชนจีน”

ที่มา : XinhuaThai

‘ศรีสุวรรณ’ แจ้งความ ปอท.เอาผิด ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ 3 ข้อหา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ปอท. เอาผิด ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ 3 ข้อหา
  • 3 ข้อหา ประกอบด้วย ฐานฉ้อโกง-ยักยอกทรัพย์ และพรบ.คอมฯ

วันนี้ (2 ก.ค.63) ที่กองกำกับการ ปอท. ศูนย์ราชการฯ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่สังคมออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีนักสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ ได้โพสต์ข้อความขอรับบริจาคเงินเพื่อช่วยดับไฟป่าที่เชียงใหม่ ได้เงินไปกว่า 8 แสนบาท

และต่อมาได้โพสต์แสดงรายการการใช้เงินบริจาคดังกล่าว แต่ปรากฎว่ามิได้นำเงินบริจาคไปช่วยไฟป่าตามวัตถุประสงค์การขอรับฯทั้งหมด แต่กลับนำไปบริจาคช่วยโรงพยาบาลแก้โควิด-19 และนำเงินไปผลิตสื่อเพื่อประโยชน์ส่วนตนกว่า 2.5 แสนบาท และการแสดงใบเสร็จในชื่อบริษัทของตน อีกทั้งยังไม่มีการเปิดเผยยอดบัญชีรายรับเงินบริจาคนั้น

การกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหล่ยมาตรา อาทิ ม.59 ประกอบ ม.341 และ ม.343 ฐานฉ้อโกงประชาชน ฐานยักยอกทรัพย์ ตาม ม.352 และความผิดตาม ม.14 พรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม 2560 และปรากฎโดยชัดแจ้งว่ามิได้ขออนุญาตจากนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ในการขอรับบริจาคด้วย จึงเข้าข่ายความผิดตาม ม.6 ม.17 ประกอบ ม.5(3) แห่งพรบ.ควบคุมการเรี่ยไร 2487 ด้วย ซึ่งมีอัตราโทษหลายกรรม รวมแล้วอาจถูกจำคุกไม่เกิน 8 ปี ปรับไม่เกิน 7.4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน ซึ่งเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานมาแจ้งความต่อ “กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” หรือ “บก.ปอท.” เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดนายฌอนต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

ขอบคุณ : ศรีสุวรรณ จรรยา