สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก – 30 เม.ย. 2563

30 เม.ย. 63 ยอดผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ทั่วโลก 3.17 ล้านราย เสียชีวิต 2.2 แสนคน หายป่วยแล้ว 9.5 แสนราย และอัปเดตวันนี้ในเวลา 16:30 ประเทศที่มีผู้ป่วยเพิ่มมากกว่า 1,000 คน

สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก

  • ทางการตุรกี รายงานว่า ตุรกีได้ผ่านจุดสูงสุดของการระบาดแล้ว โดยอดผู้ติดเชื้อล่าสุดอยู่ที่ 1.1 แสนราย หายป่วยแล้ว 4.4 หมื่นคน เสียชีวิตราว 3 พันคน
  • รัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ เตรียมเปิดเมืองเฟสแรก 4 พ.ค. นี้
  • สหรัฐฯ ยังคงมีปัญหาการประท้วงเรียกร้องให้มีการเปิดเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะที่ North Carolina มีแกนนำ 1 รายถอนตัว เพราะเห็นว่า เริ่มไม่ใช่การประท้วงด้วยสันติ , 4 แกนนำโดนจับ และ 1 แกนนำ “ติดเชื้อ” และยังไปร่วมประท้วง
  • ผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ >6 หมื่นราย มากกว่าการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ในปี 2018-2019
  • รัสเซียต่ออายุ การแบนชาวต่างชาติเข้าประเทศต่อ
  • ทหารพม่าที่กำลังศึกษาอยู่ในรัสเซียติดเชื้อ 3 ราย
  • พม่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวม 6 ราย ยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 150 ราย หายป่วย 16 ราย
  • สปป.ลาว มีผู้ป่วยหายเพิ่มอีก 3 ราย รวมเป็น 8 รายแล้ว และไม่พบรายไหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 17
  • เวียดนามไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6
  • สิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 690 ราย รวม15,641 ราย เกือบทั้งหมดเป็นแรงงานต่างชาติ
  • อังกฤษ ปรับแก้ยอดผู้เสียชีวิตด้วยโควิด-19 เพิ่ม 4,419 ราย รวมเป็น 26,097 ราย โดยนับรวมผู้ป่วยที่เสียชีวิตนอก รพ.เข้ามาด้วย
  • เกาหลีใต้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 4 ราย รวมเป็น 10765 ราย ทั้งหมดเดินทางจากตปท.และอยู่ในการกักตัว ถือเป็นวันแรกที่เกาหลีใต้ไม่พบการติดเชื้อในประเทศ

ประเทศที่มีผู้ป่วยเพิ่มมากกว่า 1,000 คน

  • สหรัฐฯ +29,765
  • บราซิล +6,450
  • รัสเซีย +5,841
  • สเปน +4,771
  • อังกฤษ +4,091
  • ตุรกี +2,936
  • เปรู +2,741
  • อิตาลี +2,086
  • อินเดีย +1,738
  • แคนาดา +1,715
  • เยอรมัน +1,627
  • ซาอุฯ +1,325
  • อิหร่าน +1,073
  • เม็กซิโก +1,047

ประเทศที่มีผู้ “หายป่วย” เพิ่มมากที่สุด 5 อันดับ

  1. สเปน +28,349
  2. สหรัฐฯ +8,222
  3. ตุรกี +5,231
  4. ไอร์แลนด์ +4,153
  5. เยอรมัน +3,000

ประเทศที่มีผู้ “เสียชีวิต” เพิ่มมากที่สุด 5 อันดับ

  1. อังกฤษ +4,421
  2. สหรัฐฯ +2,549
  3. สเปน +453
  4. บราซิล +430
  5. ฝรั่งเศส +427

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

หนุ่มขับเทลเลอร์ รับสารภาพ กดเงินผู้ป่วยโรคไตไปจริง หลังปฏิเสธมาหลายครั้ง

หลังจากปฏิเสธมาหลายครั้ง ล่าสุด! หนุ่มขับเทลเลอร์ สารภาพแล้ว นำบัตรเอทีเอ็มผู้ป่วยโรคไตไปกดเงินจริง ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาลักทรัพย์และใช้บัตรอิเลคทรอนิคของผู้อื่นโดยมิชอบ

นายณรงค์ศักดิ์ให้น้องสาวไปแจ้งความ เพราะเงินใน ATM หายไป 3,000

โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อนายณรงค์ศักดิ์ คล้ายกระแส อายุ 47 ปี ให้นางสุทาทิพย์ แก้วนะทะ อายุ 44 ปี น้องสาวของตน ไปร้องต่อตำรวจ สภ.นางรอง อ.นางรอง ให้ช่วยติดตามบุคคลต้องสงสัยที่นำบัตร ATM ของตน ไปกดเงินจำนวน 3,000 บาท ระหว่างนอนรักษาตัวด้วยโรคไตที่โรงพยาบาลนางรอง

ผู้ต้องหา คือนายสมปอง ตอนแรกปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่จะคืนเงินให้ เผยไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน

จนต่อมาทราบว่าผู้เอาบัตรของนายณรงค์ศักดิ์ไปกดเงินคือ นายสมปอง สิมาเลาเต่า อายุ 34 ปี เป็นชาว ต.ชุมแสง อ.นางรอง อาชีพขับรถเทลเลอร์ส่งสินค้าตามห้างสรรพสินค้า และได้ไปทำงานต่างจังหวัดแล้ว ทั้งนี้นายสมปองและภรรยาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทางโทรศัพท์มาโดยตลอด ว่าไม่เคยกดเอาเงินไป เพราะตนและครอบครัวไม่เดือดร้อนเรื่องการเงิน แต่จะคืนเงินให้จำนวน 3,000 บาท ตามคำร้องขอของนายณรงค์ศักดิ์ เพราะไม่อยากจะเสียเวลาทำมาหากิน แต่ก็อยากจะให้มีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่า “ใครเป็นคนกดเงินไป”

ผู้ต้องหาสารภาพแล้ว ว่ากดเงินไปจริง แค่กดติดตัวไปยังไม่ได้ใช้

ล่าสุดวานนี้ 29 เม.ย. 63 นายสมปอง ผู้ถูกกล่าวหา ได้เดินทางมาพบตำรวจ สภ.นางรอง จากการสอบสวนเบื้องต้นนายสมปอง ยังให้การปฏิเสธ โดย ผกก. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที นายสมปองจึงเปิดปากยอมรับว่าตนได้เป็นคนกดเอาเงินไปจริง เพียงแค่เอาเงินไปติดตัว แต่ยังไม่ได้เอาเงินไปใช้ ขณะที่ น.ส.ประกาย หอยสังข์ อายุ 31 ปี ภรรยานายสมปอง กล่าวว่า ถึงเวลานี้ก็ยังไม่เชื่อว่าสามีกดเงินไปจริง เพราะไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่อยากรู้ถึงแรงจูงใจของสามีว่า ทำไมถึงไปกดเงินของเขาไป

ผู้เสียหายนายณรงค์ศักดิ์ ไม่เอาความ เพราะสงสารผู้ต้องสงสัย

ขณะที่นายณรงค์ศักดิ์ คล้ายกระแส อายุ 47 ปี ผู้ป่วยโรคไต และเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ กล่าวว่า ตนมีอาชีพหาของเก่า หลังตกงานก็หวังที่จะได้เงินเยียวยาของรัฐบาล แต่ไม่คิดว่าเงินจะหายไปง่าย ๆ แบบนี้ เป้าหมายส่วนตัวยังเหมือนเดิมคือไม่อยากจะให้ตำรวจดำเนินคดี เพียงแค่อยากได้เงินคืนเท่านั้น เพราะไม่อยากให้ผู้ต้องหาติดคุก สงสาร แต่ก็ขึ้นอยู่กับตำรวจและกฎหมาย ส่วนตัวของตนนั้นให้อภัย

ตำรวจตรวจสอบหลักฐานเพิ่ม เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

ด้าน พ.ต.อ.ภควัตร ธรรมดี ผกก.สภ.นางรอง ระบุว่า หลังจากเกิดเรื่อง ตำรวจได้ทำการตรวจสอบทั้งกล้องวงจรปิดและหลักฐานอื่น จนมีการออกหมายเรียกและรับสารภาพในเวลาต่อมาทั้งนี้ตำรวจจำเป็นต้องแจ้งข้อกล่าวหา เพราะการกระทำผิดได้สำเร็จแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

อนุทิน ยันเดินหน้าแบน 3 สารเคมี ขอให้นึกถึงความปลอดภัยของ ปชช. ก่อน

30 เม.ย. 63 – คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีการประชุม โดยมีวาระพิจารณายืดเวลาการแบนพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ออกไป จากวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ออกไปเป็น 31 ธันวาคม 2563 ล่าสุด! นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีทั้งสามชนิด

อนุทิน ไม่เห็นด้วยกับการยืดเวลาการแบน พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส

โดยสารเคมีทั้งสามชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส โดยไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาทุกกรณี และไม่มีเหตุผลที่จะขยายเวลาอีกต่อไป ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย คำนึงถึงความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชน เป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้สั่งการเป็นนโยบายให้ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย คือ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แสดงท่าที่และจุดยืนไม่รับรองมติการประชุม วันที่ 27 พ.ย. 62

และขอให้บันทึกมติของผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขว่าไม่เห็นด้วยกับมติการประชุม ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธาน เคยแถลงว่ามีมติเป็นเอกฉันท์ ให้มีการขยายเวลาการใช้และการประกาศวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 เป็น 1 มิถุนายน 2563 เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข แถลงในที่ประชุมชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้สารทั้งสามชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส

ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันนี้ ลงมติโดยเปิดเผย เพื่อจะได้มีความชัดเจน ไม่เกิดปัญหาต้องตีความ และมีการโต้แย้งกันอีก หากสุดท้ายขยายการแบนสารพิษออกไปเป็นวันที่ 31 ธ.ค. นี้