ญาติหวังเป็นอุทาหรณ์! โพสต์เรื่องราวหนุ่ม 26 ติดสุราจนป่วยเป็นโรคตับแข็ง

เฟซบุ๊ก ศิริวรรณ เหลืองอ่อน ได้โพสต์เรื่องราวของน้องโอม หนุ่มอายุ 26 ปี ต้องมาเสียชีวิตขณะที่อายุยังน้อย เพราะป่วยเป็นโรคตับแข็ง คุณศิริวรรณซึ่งเป็นผู้โพสต์ระบุว่านายศิริวัชร์ มหาวัง หรือน้องโอมอายุ 26 ปี ดื่มสุราปริมาณมาก สุดท้ายติดสุราจนป่วยเป็นโรคตับแข็ง และเสียชีวิตจากอาการไตวายเฉียบพลัน เพราะเสียเลือดมาก

รายละเอียดเรื่องราวทั้งหมดมีดังนี้

ขอเล่าเรื่องนี้ให้เป็นวิทยาทาน และเตือนสติทุกคน เพื่อเป็นประโยชน์แก่สังคม น้องโอม เป็นเด็กผู้ชายธรรมดาๆ ที่หัดกินเหล้าเบียร์เหมือนวัยรุ่นทั่วไปปกติ พักอาศัยอยู่กัยยายแค่ 2 คน สืบเนื่องมาจากพ่อแม่แยกทางกัน และประกอบกับสังคมรอบข้าง จึงทำให้น้องโอมคิดว่า ไม่มีใครรัก ขาดความรักจากคนรอบข้างจึงทำให้น้องคิดว่า เหล้าคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา ในทุกๆวัน

น้องโอมจะแอบซื้อเบียร์ ซื้อเหล้ากิน โดยที่ทางบ้าน ก็พอจะรับรู้บ้าง ส่วนตัวผมก็เคยพูดคุยกับน้องบ้าง บอกให้ เบาๆ บ้าง เรื่องเมาเนี้ย น้องบอกว่ากินแล้วหลับสบาย กินแล้วกินข้าวได้ กินแล้วไม่เมาโอมกินทุกวัน เวลาเมาน้องจะพูดถึงครอบครัวและความรักตลอด อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากให้มีคนรักโอมบ้าง

จนปี 2 ปีหลังน้องเริ่ม แอบกิน เหล้ามากขึ้น จนแอบไปติดเหล้าขาวและติดเหล้า เริ่มจากขวดเล็กๆ เป็นขวดใหญ่ กินจน บางวัน กิน 2 ขวด(แอบกิน)

ประมานช่วงปีใหม่ น้องโอมมีอาการ ตัวเหลือง ตาขาวเปลี่ยนสีเหลือง ท้องใหญ่ บวมแต่ตัวผอม ทางบ้านจึงนำส่ง รพ.(ให้คุณหมอตรวจ) คุณหมอ แจ้งว่าน้องป่วยเป็นตับแข็งระยะสุดท้าย ทุกคนทางบ้านงง และอึ้งมาก อายุยังน้อย และคุณหมอบอกว่า น้องโอมจะอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน เพราะ ร่างกายถูกทำลายด้วยพิษของสุรา (เหล้าขาวมันแรงมาก) หมอพยายามเตือน ไม่ให้ทานอีก แต่น้องโอมก็แอบกิน มาตลอด

จนวันที่ 20 กว่าๆ น้องโอมเริ่มนอนซมอยู่แต่ในห้องไม่กินข้าว เหมือนคนป่วยปกติ พอวันที่ 24 ช่วงบ่าย ยายเข้าไปเรียกโอมมากินข้าว และพบว่าน้อง เลือดออกมาจากปาก เลยถามว่า ไปทำอะไรมา น้อง โกหกยายว่า กินปู แล้วปูบาดปาก แต่ยายก็พยายามดู จึงรู้ว่า น้องโอม อาการไม่ดี เริ่มมีเลือดออกจากปาก ออกจากจมูก เยอะขึ้น ไหลไม่หยุด ถึงนำส่ง รพ. คุณหมอ พยายามรักษา

ช่วงรักษาน้องทรมานมาก ทั้ง โดนผ่าท้อง เจาะตามร่างกาย ดิ้นทุรนทุราย หายใจช้าลง ร่างกายบวมช้ำ เลือดไหลไม่หยุด ทั้งผ่าตัดทั้งให้เลือด เพราะเลือดไหลตามจมูกปากเยอะขึ้น หาสาเหตุไม่ได้ เลยทำการล้างไตแต่ร่างกายไม่ตอบสนอง ใดๆ ทั้งสิ้น และน้องจบชีวิตลงในเช้ามืดวันที่ 30

ตลอดเวลา 5-6วันยายเฝ้ารอเวลาได้เข้าไปเยี่ยมโอม นั่งรถและทำทุกอย่างให้โอมหาย ไหว้พระ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้คุณหมอ ขอให้ช่วยน้องโอม ยายทุกข์ ทรมานไม่ค่อยกินข้าว นั่งร้องไห้ เพราะยายเลี้ยงน้องมาตั้งแต่เกิดและอยู่กัน 2 คนยายหลานมา 26 ปี เต็ม แน่นอนวันนี้ยายทำใจไม่ได้ ไม่กินข้าว พูดแต่ว่าจะตายตามโอมไป แต่ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา ลูกหลานที่เหลือ จะช่วยเยี่ยวยาและดูแลยายแทนน้องโอม

ขอให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนที่แสนเจ็บปวดแค่ครอบครัวเรา อย่าให้คนอื่นต้องทำตาม ถ้ามีลูกหลานที่ติดเหล้าเมายา อย่าละเลย พยายามช่วยเหลือและดึงเขาให้หลุดพ้น จากของพวกนี้ ความรักความใส่ใจในครอบครัว จงให้ความรัก ความอบอุ่นกับครอบครัวให้มากๆ วันนี้น้องโอมได้จากเราไปแล้ว

อยากให้น้องโอมรู้ว่าทุกคนรักน้องโอม เป็นห่วงน้อง ยายรักน้องโอมมากๆ รักมากกว่าตัวยายเองด้วยซ้ำ การจากไปของน้องโอม สิ่งที่เหลือคือความเจ็บปวดของครอบครัว ขอให้น้องโอมหลับให้สบาย คนทางนี้จะดูแลยายให้ดีที่สุด ไม่ต้องกังวลใดๆ ขอให้น้องโชคดี ชาติหน้าเกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกนะ น้องชาย ขอให้ยายเข้มแข็งและอยู่กับลูกหลานที่เหลือ การดื่มดื่มได้ ไม่ควรติด ไม่มีเรื่องดี มีแต่เรื่องเสีย เสียทั้งร่างกาย เสียทั้งใจ

พิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายพรเพชร เป็นประธานวุฒิสภา

ประเด็นน่าสนใจ

  • พิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสภา
  • กำหนดวันเลือกนายกรัฐมนตรี 5 มิถุนายนนี้
  • นายพรเพชร พูดถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่มีข้อสงสัยของหลายฝ่าย ว่า ส.ว. 250 คนจะโหวตให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เวลา 16.30 น. ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารสุขประพฤติ ได้มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสภา พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และนายศุภชัย สมเจริญ เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง

โดยมี สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ผู้บริหารและข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เข้าร่วมในพิธี

จากนั้น เลขาธิการวุฒิสภา พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้มอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่ประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่งและรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ในโอกาสได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภา

ประธานวุฒิสภา ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ว่า ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยภารกิจหลังจากนี้จะเป็นในเรื่องของการนัดประชุมรัฐสภา ที่ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการกำหนดวันเลือกนายกรัฐมนตรี ออกมาแล้ว คือวันที่ 5 มิถุนายนนี้ เริ่มการประชุมเวลา 11.00 น ที่หอประชุมใหญ่บริษัททีโอที แจ้งวัฒนะ

นอกจากนี้ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวถึง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่มีข้อสงสัยของหลายฝ่าย ว่า ส.ว. 250 คนจะโหวตให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น คงไม่สามารถตอบแทนสมาชิกคนอื่นได้ เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกแต่ละคน ว่าใครจะเป็นบุคคลที่เหมาะสม

ส่วนเรื่องของการนัดประชุมวุฒิสภา จะมีระเบียบวาระเรื่องของ การตั้งกรรมาธิการวุฒิสภา เพื่อร่างระเบียบวาระการประชุม ซึ่งจะชี้แจงความชัดเจนอีกครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก วิทยุและโทรทัศน์ รัฐสภา

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เผยเหตุผล 7 ข้อ เหตุใดยังไร้มติร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เผยเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีมติร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล
  • นายราเมศ ระบุว่า หลักการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้บอกกล่าวพรรคพลังประชารัฐไป ยังไม่ได้มีการตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ
  • นายราเมศยืนยัน กรณีการอ้างว่ามีการต่อรองตำแหน่ง รัฐมนตรี ไม่จริง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงในแฟนเพจเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีมติร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล

นายราเมศระบุว่า 

1.พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันทางการเมืองไม่มีใครสามารถสั่งการชี้นำได้เพียงคนคนเดียว ทุกคนในพรรคมีส่วนร่วม มีความเป็นประชาธิปไตย การตัดสินใจจึงเป็นไปตามมติของเสียงส่วนใหญ่

2.พรรคประชาธิปัตย์มีข้อบังคับพรรคที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งว่า การมีมติร่วมหรือไม่ร่วม ต้องเกิดจากมติของที่ประชุมร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

3.ข้อมูลในการตัดสินใจของที่ประชุมร่วมกัน เลขาธิการพรรคต้องไปรวบรวมทั้งหมดเพื่อรายงานต่อที่ประชุมประกอบการตัดสินใจ

4.หลักการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้บอกกล่าวพรรคพลังประชารัฐไป ยังไม่ได้มีการตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ

5.กรณีที่อ้างว่ามีการต่อรองตำแหน่ง รัฐมนตรี คงไม่ใช่ถ้อยความจริง เพราะเมื่อยังไม่ได้ตอบรับหลักการต่างๆ ที่กล่าวไป แล้วจะมากำหนดกระทรวงต่างๆ กันได้อย่างไร

6.มติว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมรัฐบาลจึงไม่ใช่ การเล่นเกมการเมือง เพื่อต่อรองใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นเพราะกระบวนการต่างๆเพื่อที่จะนำไปสู่การลงมติยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์

7.เมื่อครบถ้วนกระบวนการต่างๆแล้วแน่นอนที่สุดก็คือการตัดสินใจ ซึ่งจะยืนอยู่บนหลักการ ประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง

“ก้าวสู่การตัดสินใจ ประชาชนเข้าใจพร้อมเดินไปด้วยกัน”