ตร.จ่อจับอีก 3 แก๊งบึ๊มศาล เร่งขยายผลล่าผู้สั่งการ

ตำรวจนครบาลเตรียมส่งสำนวนคดีระเบิดให้อัยการสูงสุดร่วมพิจารณา ขณะเตรียมเสนอศาลอนุมัติหมายจับระดับสั่งการเพิ่มอีก 3 คน

วันนี้ (31 มี.ค.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายปาระเบิดใส่ลานจอดรถ ศาลอาญารัชดา เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีเพิ่มเติม 3 คน

ตร.จ่อหมายจับอีก3 แก๊งบึ๊มศาล เร่งขยายผลล่าผู้สั่งการ

ตร.จ่อหมายจับอีก3 แก๊งบึ๊มศาล เร่งขยายผลล่าผู้สั่งการ

คาดว่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้ ส่วนการสรุปสำนวนคดีจะต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะ พร้อมประสานอัยการสูงสุดเข้ามาดูแลสำนวนคดี เนื่องจากมีการสั่งการวางแผน และร่วมทำผิดในต่างประเทศ คาดว่าทางอัยการสูงสุดจะส่งผู้แทนที่รับผิดชอบคดีนี้ ได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะการขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องในระดับสั่งการ

ทั้งนี้มีรายงานว่า ตำรวจพบข้อมูลภาพถ่าย ผู้ต้องหาคนสำคัญ คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน ถ่ายภาพร่วมกับนักการเมืองชื่อดัง รวมไปถึงแกนนำคนเสื้อแดง ในเฟสบุ๊คส่วนตัว ของนางสาวณัฏฐิดา มีวังปลา หรือแหวน หนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมก่อนหน้านี้ โดยจะให้พนักงานอัยการในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง ว่าจะต้องดำเนินคดีบุคคลใดเพิ่มเติมบ้าง

ส่วนผู้ต้องหา 3 คนที่ตำรวจจะออกหมายจับเพิ่มเติมนั้น มีรายงานว่าเป็นระดับปฏิบัติการ คือ นายธรรเทพ มิตรอารักษ์ บุตรชาย นางสาวพร มิตรอารักษ์  นายวิทย์ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง และบุคคลไม่ทราบชื่ออีก 1 คน

สำหรับคดีนี้ ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้วจำนวน 19คน จับกุมดำเนินคดีได้ 16คน และอยู่ระหว่างหลบหนี 3คน คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน นายวิระศักดิ์ โตวังจร และนายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย

MThai News

ประยุทธ์ชี้ ม.44 แก้ปัญหาบริหารราชการแผ่นดิน

พล.ต.สรรเสริญ เผย นายกฯ ชี้ ม.44 ใช้แก้ปัญหาบริหารราชการแผ่นดิน ยันไทยยังไม่ได้ถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือจาก ไอซีเอโอ 

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการและชี้แจงในที่ประชุม ถึงการใช้อำนาจ คสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว

DSC_0829

ได้มอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ซึ่งในเบื้องต้นแบ่งสัดส่วนการใช้อำนาจได้ 2 ส่วน คือ การใช้เพื่อแก้ไขปัญหาต่อการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น กรณีถูกเพ่งเล็งจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอซีเอโอ ยืนยันว่า ไทยยังไม่ได้ถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือจาก ไอซีเอโอ

แต่เป็นเพียงการถูกแจ้งเตือนมาตั้งแต่ปี 2548 และยังไม่ได้แก้ไขให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด เช่น กฎระเบียบยังไม่ทันสมัย เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค ยังไม่เพียงพอ เครื่องมือยังไม่เพียงพอ เป็นต้น

ส่วนการหากฎกติกามาทดแทนกฎอัยการศึก ที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 นั้น ต่างประเทศ มีความกังวลต่อคำว่ากฎอัยการศึก ซึ่งมีการใช้เพียง 2 ข้อเท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้สังคมโดยเฉพาะต่างประเทศ เกิดความสบายใจ จึงหาแนวทางใช้อำนาจของ คสช. ตามมาตรา 44 มากำหนดเป็นกฎหมายเพื่อกำหนดเฉพาะเรื่อง

นายกฯ ห่วง กมธ.ยกร่างเปิดเวทีประชาพิจารณ์

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการและชี้แจงในที่ประชุมว่า คณะรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงเรื่องของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเวทีในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

และใช้คำว่าประชาพิจารณ์ ในการรับฟังคำวิจารณ์จากประชาชนในเรื่องต่างๆ ของตัวร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางคณะรัฐมนตรี มองว่าเป็นจุดที่ทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้ง หรือมีทัศนคติไม่ดีต่อรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมจึงมีมติให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายรับไปหารือเป็นข้อพิจารณากับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

ในการปรับรูปแบบเวทีในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จากประชาพิจารณ์เป็นการขอรับฟังความคิดเห็นของประชาชนถึงความต้องการในข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ และไม่อยากให้มีสิ่งใดบ้าง

ดราม่า! ปวินโพสต์เหน็บใส่ชุดไทยกินอาหารฝรั่ง

ดราม่า! อ.ปวิน โพสต์เหน็บสังคมดัดจริต แต่งชุดไทย แต่กินอาหารฝรั่ง ขณะที่เพจดังสวนมันเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ไม่ใช่เรื่องตอแ. .ล

ภายหลังจากเกิดกระแสนิยม รวมทั้งรณรงค์ให้สวมใส่ชุดประจำชาติออกมาในที่สาธารณะ ดังเช่นประเทศต่างๆ ที่สามารถสวมใส่ไทย ออกมาเดินตามท้องถนน หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นเรื่องปกตินั้น

1.5

ล่าสุด อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้มีชื่อเสียง รวมถึงมียอดผู้ติดตามในเพจเฟซบุ๊คกว่า 8.2 หมื่นคน ที่มักจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหตุบ้าน การเมือง อย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ แบบถึงพริกถึงขิง ได้ออกมาโพสต์รูปภาพของคู่แม่ลูกที่กำลังสวมใส่ชุดไทย ขณะรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ อยู่ในร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดแห่งหนึ่ง พร้อมโพสต์ข้อความแขวะบุคคลในภาพว่า

‘รณรงค์แต่งชุดไทย แต่ดัจริตจกอาหารฝรั่ง…ตอแ-ลกันจริง สังคมนี้’ หลังจากการแชร์รูปภาพดังกล่าว ทำให้แฟนเพจที่กำลังติดตาม ได้เข้ามาแสดงโจมตีบุคคลในภาพ ในทำนองว่า รู้สึกขัดแย้งระหว่างเสื้อผ้าที่สวมใส่ซึ่งเป็นชุดไทย กับอาหารที่รับประทานซึ่งเป็นอาหารฝรั่ง

โดยเพจดังอย่าง ‘Drama-addict’ ได้นำเอาเรื่องราวมาแชร์ต่อ พร้อมทั้งให้ความเห็นว่า ‘การรณรงค์แต่งชุดไทยที่กำลังเป็นกระแสอยู่มันไม่ใช่กระแสถวิลหาของเก่าของโบราณแต่เกิดจากความคิดที่ว่าอยากทำชุดไทยเดิมให้กลายเป็นของร่วมสมัยที่เอามาปรับปรุงประยุกต์ให้เข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างไม่เคอะเขิน ดังนั้นการที่สองแม่ลูกคู่นี้จะแต่งชุดไทยเข้าร้านเบอร์เกอร์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดัดจริตหรือตอแ-ลแต่ประการใด

หากยึดตามตรรกะของ อ ปวิน แปลว่าคนที่แต่งชุดไทยมีสิทธิกินอาหารไทยเดิม กินข้าวแช่ชาววังเท่านั้น ถ้ากินเบอร์เกอร์ KFC แปลว่าคนๆนั้นดัดจริตตอแ-ลทันทีเลยรึ ถ้างั้นคนญี่ปุ่นที่แต่งุชดกิโมโนก็ห้ามแ-กเบอร์เกอร์ ห้ามแ-กอาหารฝรั่ง ต้องแดกแต่ซูชิ ซาชิมิ เท่านั้นจึงจะถูกจริตและไม่ตอแ-ลในสายตาของ อ ปวิน หรือไง พูดสั้นๆ เขาจะแดกอะไรก็เรื่องของเขา เสือกอะไรด้วยล่ะเนี่ย—‘

หลังจากนั้นได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย บ้างก็เห็นด้วยกับการใส่ชุดไทย และไม่ใช่เรื่องผิดหากจะประยุกต์บริบทต่างๆให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งหลังจากมีการนำเรื่องราวดังกล่าวมาแชร์ต่อๆกัน ล่าสุดพบว่า โพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากเพจที่มาเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามการแต่งชุดไทยในชีวิตประจำวัน ยังมีหลากหลายมุมทั้งสนับสนุน และต่อต้านแต่ท้ายที่สุดก็คงเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถกระทำได้ แล้วแฟนข่าว MThai News ล่ะ คิดเห็นอย่างไร?