ฮือฮา! กล้วยน้ำหว้าออกปลีที่ปลายต้น เจ้าของตัดตายแล้วกว่า 5 เดือน เชื่อให้โชคลาภ

ชาวบ้านชลบุรี ฮือฮา! พบกล้วยน้ำหว้าออกปลีที่ปลายต้น เจ้าของตัดตายแล้วกว่า 5 เดือน เชื่อให้โชคลาภ

วันนี้(31 ต.ค.) ชาวบ้านตื่น พบต้นกล้วยประหลาดที่ห้องแถวเลขที่ 11/3 หมู่ 1 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี เป็นร้านเฉลิมพร เสริมสวย โดยพบต้นกล้วยดังกล่าวที่หลังร้านเป็นต้นกล้วยพันธุ์น้ำหว้า มีรอยโดนตัดต้นขาดและเน่าไปแล้ว แต่ยังมีต้นใหม่ออกมาตรงปลายที่โดนตัดและมียอด ใบกล้วยปกติแถมมีปลีกล้วยออกมาอีก

นางเฉลิมพร อ้นโต อายุ 52 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย เผยว่า ได้ตัดต้นกล้วยทิ้งประมาณ 5 เดือนที่แล้ว เพราะเห็นว่าต้นมันเยอะเกินไป เกรงว่าต้นจะเบียดกัน และต้นมันก็ตายไปแล้ว แต่เมื่อช่วงเช้าไปตัดใบตองกล้วย เพื่อจะให้แม่ค้าขนม กลับไปเห็นต้นกล้วยมีตายไปกลับมียอดมีใบและยังมีปลีกล้วยออกมาอีก ตนเชื่อว่าจะมีโชค ต้องรอกล้วยออกหวีมาก่อน

ส่วน น.ส.อำพรรณ รอดรัตน์ อายุ 46 ปี ลูกค้าที่มาทำผม เผยว่า ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอที่ต้นกล้วยตายแล้วจะมีต้นใหม่และมีปลีกล้วยออกมา สงสัยจะต้องเสี่ยงโชคโดยไม่รอนับหวีกล้วย แต่จะเสียงโชคบ้านเลขที่เลย

แห่ซื้อหวย เลขทะเบียนรถนายกฯ ตรวจน้ำท่วมขอนแก่น

ชาวขอนแก่น เฮ รถ นายกฯ ขับตรวจสถานการณ์น้ำท่วม หยิบมือถือถ่ายป้ายทะเบียน หวังลุ้นรางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 1 พ.ย.

วันนี้(31 ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์นำท่วมในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยทันที่คณะของนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้รับฟังบรรยายสรุปจากอธิบดีกรมชลประทานและ ผวจ.ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน ที่ห้องประชุมชั้น 3 ท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น จากนั้นได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่โดยรอบ จ.ขอนแก่น 2 รอบ

รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางน้ำตลอดแม่น้ำพองและแม่น้ำชี ก่อนที่จะลงจอดที่โรงเรียนกีฬา จ.ขอนแก่น และนั่งรถที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้จัดไว้รับคณะเพื่อเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบการเร่งซ่อมคันดินของคลองส่งน่ำ 3L ที่ บ.คุยโพธิ์ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ถูกกระแสน้ำจากแม่น้ำพองกัดเซาะพังทลาย ลงมาเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยนายกรัฐมนตรีได้เดินตรวจการซ่อมพนังกั้นน้ำซึ่งกรมชลประทานและหน่วยงานต่างๆได้ทำการซ่อมแซมเสร็จสิ้นแล้วโดยทั้งหมด ด้วยการใช้กล่องเกเบียนทำเป็นฐานและบดอัดด้วยหินขนาดใหญ่ตามแนวระดับคันดินเดิมโดยนายกรัฐมนตรี ได้รับฟังการแก้ไขสถานการณ์และแผนการซ่อมแซมที่แล้วเสร็จภายใน 48 ชมก่อนที่จะเดินไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน เพื่อให้กำลังใจและชมเชยแนวทางการทำงานที่ประสบผลสำเร็จในระยะเวลาที่กำหนด จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินไปพบกับทหารช่างจากกองทัพภาคที่ 2 ที่มาปฎิบัติงานพร้อมกับหยอกล้อกับผู้ปฎิบัติงานว่าตนเองนั้นเป็นใคร ทหารตอบเป็นผู้บังคับบัญชา อดีตเป็น ผบ.ทบ. นายกรัฐมนตรีตอบว่าวันนี้ยังเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่นะ และเดินขึ้นรถ ปภ.หมายเลขทะเบียน 4กศ 4354 กทม. โดยก่อนขึ้นรถได้เรียกหัวหน้าหน่วยทหารช่างมาพบ ก่อนมอบกำลังใจให้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงของการลงพื้นที่ ประชาชนต่างพากันมาถ่ายภาพป้ายทะเบียนและถ่ายรูปเชลฟี่กับรถนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งโทรศัพท์ไปหาครอบครัวหรือญาติพี่น้อง เพื่อให้ลุ้นเลขเด็ดเลขดังประจำงวดวันที่ 1 พ.ย.2560 ขณะที่ แผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่วางจำหน่ายอยู่โดยรอบบริเวณพื้นที่คลองส่งน้ำ ซึ่งทันทีทราบหมายเลขทะเบีบนรถของนายกรัฐมนตรี ได้ถูกซื้อจนเกลี้ยงแผง

นักข่าวช่อง3 แจ้งความ ปอท. หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกพัสดุสงสัย

พิธีกรผู้สื่อข่าวช่อง3 แจ้งความตำรวจ ปอท. ถูกแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์โทรหลอกสงสัยพัสดุเกี่ยวข้องยาเสพติด แต่รู้ตัวเพราะเห็นข่าวบ่อย จึงไม่ตกเป็นเหยื่อ

น.ส.นพขวัญ นาคนวล อายุ 47 ปี พิธีกร และ ผู้สื่อข่าวช่อง 3 เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง ฉัตรวิภา อุดคำเที่ยง รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. แจ้งความว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ได้มีผู้หญิงโทรศัพท์เข้ามาที่เบอร์ 02-537-0035 ขอสายตน ก่อนจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เขตหลักสี่ แจ้งว่ามีพัสดุของตนถูกยึดอยู่ ตนได้ขอทราบรายละเอียด และโอนสายให้เจ้าหน้าที่อีกคนเป็นผู้ชายรับสาย อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชื่อ ร.ต.อ.สุรชัย ท่างาม ทำงานอยู่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แจ้งว่ากล่องพัสดุที่ตนส่งไปให้คุณวิไล กรรณทรักษ์ ที่จังหวัดพิษณุโลกนั้น ถูกตีกลับ

ซึ่งเมื่อตรวจสอบภายในกล่องพัสดุพบ เงินสดจำนวนหนึ่งแสนบาท สมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม จำนวนหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าตนจะเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด แนะนำให้ตนรีบบินไปพบโดยด่วนเพื่อให้ปากคำ มิฉะนั้นจะถือเป็นความผิด จะต้องถูกออกหมายจับ แต่ตนเห็นข่าวแบบนี้บ่อยๆ จึงสงสัยถามกลับไปว่าเป็นพวกแกงค์คอลเซนเตอร์หรือไม่ เขารีบปฏิเสธว่าไม่ใช่ พยายามพูดข่มขู่ตนต่างๆ

เมื่อตนสอบถามชื่อผู้บังคับบัญชา ชายคนดังกล่าว ระบุว่า ชื่อ พล.ต.ต.สุนทร โพธิ์กล่ำ เป็นผู้การอยู่ที่ บช.ภ.5 ขณะคุยกับคนร้ายคนได้เปิดลำโพงให้เพื่อนที่ทำงานได้ยินกันทั่ว และได้ค้นหาในเว็บไซด์ แต่ไม่มีชื่อนายตำรวจคนดังกล่าว แต่คนร้ายพยายามพูดข่มขู่ ตนได้สอบถามก่อนวางสายว่าถ้าไม่อยากโดนคดีต้องโอนเงินด้วยหรือไม่ ก่อนจะวางหูไป เมื่อโทรกลับไปเบอร์ที่ใช้โทรมาก็ไม่มีคนรับสาย

ด้าน ร.ต.อ.หญิง ฉัตรวิภา ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการกระทำผิดในลักษณะหลอกลวงทางโทรศัพท์ ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยี หรือระบบอินเตอร์เน็ตแต่อย่างใด ได้ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนแนะนำผู้เสียหายไปพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ท้องที่ที่มีการกระทำผิดเพื่อสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ น.ส.นพขวัญ หรือ จุ๋ม เก็บตก ฝากเตือนประชาชนที่อาจจะเจอคนร้ายแบบตนว่าอย่าไปหลงเชื่อ หรือหลงโอนเงินตามที่คนร้ายเรียกร้อง ตั้งสติให้ดีแล้วจะไม่ตกเป็นเหยื่อบรรดาแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์เหล่านี้