อัยการสูงสุด แจง ‘โอ๊ต’ ไม่ถูกตัดสิน ‘คดีกรุงไทย’

สำนักงานอัยการสูงสุด ออกเอกสารชี้แจงกรณีธนาคารกรุงไทย เกี่ยวกับการไม่มีการดำเนินคดีกับ ‘นายพานทองแท้ ชินวัตร’ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน, นายวันชัย หงษ์เหิน และนายมานพ ทิวารี ในความผิดฐานรับของโจร

---------76

วันนี้ (31 ส.ค.) สำนักงานอัยการสูงสุด ออกเอกสารชี้แจงกรณีธนาคารกรุงไทย เกี่ยวกับการไม่มีการดำเนินคดีกับ ‘นายพานทองแท้ ชินวัตร’ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน, นายวันชัย หงษ์เหิน และนายมานพ ทิวารี ในความผิดฐานรับของโจร

‘สำนักงานอัยการสูงสุดขอเรียนให้ทราบว่า คดีนี้คณะกรรมการตรวจสอบ (คสต.) มีหนังสือลงวันที่ 16 มิ.ย. 51 ขอให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 27 คน ฐานร่วมกันหรือสนับสนุนในการกระทำความผิด อันเข้าข่ายเป็นพนักงานปฎิบติ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารกรุงไทย รวมถึงเรื่องอื่นๆ และขอให้ดำเนินคดีกับนายพานทองแท้ ชินวัตร, นางกาญจนาภา หงษ์เหิน, นายวันชัย หงษ์เหิน และนายมานพ ทิวารี ในความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357

ทั้งนี้ อัยการสูงสุดพจารณาแล้วเห็นว่า การที่ คตส.ดำเนินคดีกับนายพานทองแท้ กับพวกรวม 4 คน ฐานรับของโจร ซึ่งเป็นกระทำความผิดหลักการกระทำความผิด ของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 27 คน ในคดีปฎิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้กระทำเสร็จสิ้นไปแล้ว และผู้กล่าวหาทั้งสี่ ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงต้องแยกฟ้องต่อศาอาญาที่มีขอบเขตอำนาจต่อไป

แต่ตามนิยามของรัฐธรรมนูญมาตรา 4 ระบุว่า ผู้ซึ่งถูกกล่าวหาหรือมีพฤติการณ์ แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ได้กระทำการอันเป็นมูลที่จะนำไปสู่การถอดถอนจากตำแหน่ง, การดำเนินคดีอาญา, การขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือการดำเนินการทางวัย และขอให้หมายรวมถึงตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในการทำกระทำดังกล่าวด้วย เมื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งสี่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และมิได้เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำผิด จึงไม่อาจใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ คตส.จึงไม่มีอำนาจไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาทั้งสี่ และไม่อาจมีความเห็นในความผิดฐานรับของโจร

โดยหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสี่ ก็ควระต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี และจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ครบถ้วนสมบรูณ์ ที่ประชุมคณะทำงานผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้ประชุมร่วมกันเมื่อ 27 ม.ค. 52 มีมติว่ากรณีข้อไม่สมบรูณ์เกี่ยวกับการแจ้งข้อกล่าวหา และอำนาจการไต่สวนของ คตส. ในประเด็นรับของโจรของนายพานทองแท้ กับพวกรวม 4 คน เห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่จะพิจารณา

เมื่อมีข้อยุติในการฟ้องคดีเฉพาะผู้ถูกกล่าวหา 27 คน อัยการสูงสุดจึงไม่อาจดำเนินคดีกับนายพานทองแท้ กับพวกรวม 4 คน ในข้อหารับของโจรได้ โดยเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ที่จะต้องดำเนินการแยกการสอบสวนไปดำเนินคดีต่างหากจากคดีนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน กองสอบสวนคดีพิเศษ’

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News
ที่มา

บิ๊กตู่ เปลี่ยนรถอีกแล้ว! คอหวยลุ้นหวังให้โชค

พล.อ.ประยุทธ์ เปลี่ยนรถประจำตำแหน่งจากเบนซ์สีดำ มาใช้รถตู้โฟล์คสีดำ ระบุคันเก่าเสีย คอหวยลุ้นหวังให้โชคเหมือนงวด 1 มิ.ย.

วันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปลี่ยนรถส่วนตัวจากรถยนต์เบนซ์ ทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้เป็นประจำตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง มาเป็นรถตู้โฟล์คสีดำ ทะเบียน ฮภ 2923 กรุงเทพมหานคร

Capture

ซึ่งเป็นรถของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่พล.ต.ต ธวัช บุญเฟื่อง อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ใช้ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยรถคันดังกล่าวไม่ใช่รถกันกระสุน ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยเปลี่ยนมาใช้รถโฟล์ค สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮภ 2924 ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยใช้ เพราะรถเบนซ์ สีดำ ญค1881 นำไปตรวจเช็คสภาพซ่อมบำรุงตามวงรอบ จึงทำให้ถูกจับตามองจากคอหวยเนื่องจากในวันพรุ่งนี้เป็นวันหวยออก เนื่องจากในงวดวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี เคยเปลี่ยนรถ และหวยออกตรงกับทะเบียนรถเบนซ์สีดำมาแล้ว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ให้เหตุผลที่เปลี่ยนมาใช้รถโฟล์คตู้คันนี้ เพราะรถคันที่ใช้ประจำเสียจึงเปลี่ยน ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ในขณะนี้ แต่ไม่ตอบว่าเป็นรถกันกระสุนหรือไม่ กล่าวสั้นๆว่าเรื่องแบบนี้ใครจะเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องความมั่นคง

ขอบคุณข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว3

MThai News

ค้นบ้านผู้ต้องหาหญิง คดีบึ้มราชประสงค์

ตร.พังงา พร้อมทหาร ค้นบ้านผู้ต้องหาหญิง คดีระเบิดราชประสงค์ ที่ปรากฎชื่อเป็นผู้เช่าอพาร์ทเมนท์

พล.ต.ต.ชลิต แก้วยะรัตน์ ผบก.ภ.จว.พังงา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คุระบุรี พร้อมกำลังทหาร เข้าค้นบ้านเลขที่ 232 หมู่ 6 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.วรรณาหรือ ไมซาเลาะ สวนสันต์ อายุ 27 ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลมีนบุรี ในข้อกล่าวหาครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตำรวจเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวโยงกับ เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ และน.ส.วรรณา เป็นบุคคลเดียวกันกับคนที่เปิดห้องพักย่านมีนบุรี

ซึ่งจากการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และไม่พบตัวของน.ส.วรรณา โดยญาติเผยว่า น.ส.วรรณา ไม่ได้กลับบ้านมานานกว่า 3 เดือนแล้ว ขณะนี้พักอาศัยอยู่ที่ประเทศตุรกี

642765-01

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน