นครนนท์ “เปิดศึกจ้าวแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” ชิงถ้วยพระราชทานฯ

นครนนท์ “เปิดศึกจ้าวแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา 30 – 55 ฝีพาย” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2562

เทศบาลนครนนทบุรี ร่วมกับสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร จัดโครงการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2562

โดยมีเรือดีเรือดังจากทุกสนามทั่วประเทศ จำนวน 32 ลำ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งประเภท 30 ฝีพาย 55 ฝีพาย และการแข่งขันเรือยาวมาราธอน จากพุทธสถานเชิงท่าหน้าโบสถ์ถึงท่าน้ำนนทบุรี ระยะทาง 10 กิโลเมตร ในระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2562 บริเวณริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนนทบุรี

สำหรับผู้ชนะเลิศการแข่งขันเรือยาวมาราธอน ระยะทาง 10 กม. ประเภท 30 ฝีพาย ชนะเลิศ ได้แก่ ข้าวหงษ์ทอง สาวเมืองนนท์ และประเภท 55 ฝีพาย ชนะเลิศ ได้แก่ เทพธรรมรัตน์A

โดยในช่วงเช้าได้มี ขบวนแห่อัญเชิญถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รอบเมืองนนทบุรี และมาตั้งขบวนเดินอัญเชิญถ้วยพระราชทานฯตั้งแต่บริเวณหน้าวัดทินกรนิมิต ไปจนถึงบริเวณปะรำพิธีริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี เวลา 09.00 น นายชลธี ยังตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมชมการแสดงจากศิลปินนักร้องชื่อดัง “เก่ง ธชย ประทุมวรรณ” มาร่วมแสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ในชื่อชุด “ปลุกความเป็นไทยรวมใจหนึ่งเดียว” จากนั้นเริ่มทำการแข่งขัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

สำหรับในวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป จะเริ่มทำการแข่งขัน และในเวลา 16.00 น. ในรอบชิงชนะเลิศจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางช่องไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32 โดยในช่วงก่อนพิธีปิดการแข่งขันยังมีไฮไลท์ การแข่งขันเรือยาวหญิง ประเภท 30 ฝีพาย คู่พิเศษ ระหว่าง 3BB สาวสวยเมืองนนท์ กับ ธิดาดอกประดู่ เรือดังจากภาคใต้ ซึ่งคาดว่าผู้ชมจะต้องชื่นชอบเนื่องจากหาชมยาก

ปภ. เผยพิษพายุ ‘โพดุล’ กระหน่ำ 13 จว. เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ประเด็นน่าสนใจ

  • อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเผยว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อน “โพดุล” ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ ในพื้นที่ 13 จังหวัด
  • ฝากเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อน “โพดุล” ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 – ปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ ในพื้นที่ 13 จังหวัด

ได้แก่ เชียงใหม่ แพร่ เพชรบูรณ์ อำนาจเจริญ นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ปราจีนบุรี กระบี่ และระนอง รวม 17 อำเภอ 33 ตำบล 72 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 194 ครัวเรือน ยังคงมีสถานการณ์ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ อ.กุดข้าวปุ้น บริเวณวัดบูรพานิมิตร ประชาชนได้รับผลกระทบ 65 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

ขณะที่ จังหวัดร้อยเอ็ด เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เสลภูมิ อ.โพธิ์ชัย อ.เมยวดี และ อ.เมืองร้อยเอ็ด รวม 12 ตำบล 38 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 4,110 ไร่ ถนน 5 สาย สะพาน 1 แห่ง พนังกั้นน้ำ 3 แห่ง ปัจจุบันระดับน้ำลดลง, จังหวัด มหาสารคาม เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ อ.เมืองมหาสารคาม บริเวณเรือนจำ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

เพชรบูรณ์ เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ อ.ชนแดน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ระนอง เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ อ.กระบุรี ประชาชนได้รับผลกระทบ 64 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย

รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้หลายพื้นที่อาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ปภ.จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวาตภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

รวบแล้ว!! หนุ่มบุกเดี่ยวปล้น ธ.ทหารไทย สารภาพเงินไม่พอใช้

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนร้ายก่อเหตุปล้นธนาคารทหารไทย จ.จันทบุรี เข้ามอบตัวแล้ว เผยผู้ก่อเหตุเป็น จ่าทหาร ต้นสังกัดประสานพาเข้ามอบตัว
  • ผู้ต้องหาสารภาพ เหตุที่ปล้นนั้นเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ได้ รายได้ไม่พอใช้

นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายประทีป หรือ จ่าเอกประทีป หรือตัน คนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทย สาขาถนนเบญจมราชูทิศ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

โดยคนร้ายที่ก่อเหตุเป็น จ่าทหาร ทราบชื่อคือ นายประทีป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของจ่าทหารรายนี้เพื่อขอรับมอบตัว ภายหลังผู้บังคับบัญชาของ นายประทีป ทราบเรื่องได้นัดรับมอบตัว นายประทีป ในเวลา 00.01 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2562 จากนั้น นายประทีป ได้เข้ามอบตัวพร้อมของกลางมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวน นายประทีป ให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 15.00 น. ตนได้นำรถยนต์ สีแดง หมายเลขทะเบียน 3 กฆ-8667 กรุงเทพมหานคร ไปจอดไว้ที่บริเวณเชิงสะพานวัดจันทนาราม ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

จากนั้นได้เดินเท้าไปก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารดังกล่าว โดยใช้เส้นทางถนนสุขาภิบาลริมน้ำ หลังก่อเหตุเสร็จได้วิ่งกลับมาที่รถยนต์ และขับหลบหนีไปยังพื้นที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จริง และระหว่างหลบหนีตนได้ถูกกระจกประตูธนาคาร บาดเป็นแผลที่บริเวณหลังมือด้านซ้าย

ต่อมาได้รับแจ้งจากผู้บังคับบัญชาให้มาพบตนจึงทราบว่า ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้ประสานพามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ก่อนเข้ามอบตัวพร้อมของกลางดังกล่าว โดยในเบื้องต้น นายประทีป อ้างว่าสาเหตุที่ก่อเหตุเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี และเงินเดือนทหารไม่พอใช้จึงคิดวางแผนก่อเหตุในครั้งนี้ขึ้นดังกล่าว