อิ่มเวอร์! ข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 49 บาท กินได้จุใจ จนพุงแตก

อิ่มเวอร์! ข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 49 บาท กินได้จนพุงแตก ทั้งคาว-หวาน วันละ 14-15 อย่าง แถมด้วยผลไม้ตามฤดูกาล ให้ลูกค้าตักเองตามใจชอบแบบไม่อั้น

วันนี้ (31 ก.ค. 60) ที่ ร้านเจ๊ซิ้ม เลขที่ 195 หมู่ที่ 3 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งอยู่ริมถนนสายตรัง-วังวิเศษ เส้นทางเชื่อมต่อไปยัง จ.กระบี่ มีบรรดาข้าราชการทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการและพ่อค้า ประชาชนจำนวนมาก แวะมาอุดหนุนข้าวแกงเจ๊ซิ้มกันมากมาย เพราะมีการเหมาจ่ายในราคาหัวละ 49 บาท

ทั้งนี้ ในแต่ละวันจะมีกับข้าววันละ 14-15 อย่าง ของหวานและผลไม้ตามฤดูกาล ให้ลูกค้าตักเองตามใจชอบ และเติมได้ไม่อั้น หรือจะนั่งกินได้นานจนถึงเย็นก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามใส่ถุงกลับบ้าน ซึ่งเมนูเด็ดของทางร้านคือต้มจับฉ่ายกับหมูย่าง แกงส้มกุ้งกับไข่ทอดชะอม ผัดเผ็ดซี่โครงหมู เกาหยุก น้ำพริกผักต้มกะทิและอื่น ๆ เปิดขายตั้งแต่เวลา 11.00 น.-14.00 น. ก็หมดเกลี้ยง ทำกำไรวันละ 5,000-6,000 บาท

ส่วนสาเหตุที่นำอาหารที่มีรสเลิศและราคาแพงมาขายได้ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ นั้นก็เพราะว่า เลี้ยงหมูเอง ย่างหมูเอง ปลูกผักเองโดยไม่ใช้สารเคมี ผลไม้ในสวนผสมผสาน ซึ่งทุกอย่างแทบจะไม่ต้องซื้อหา ยกเว้นกะปิ น้ำปลา หอมกระเทียม หรือที่ไม่สามารถปลูกเองหรือเลี้ยงเองได้ ประกอบกับเจ๊ซิ้มมีฝีมือด้านการทำอาหารมาก่อนแล้ว จึงต้องการนำผลผลิตที่ได้ มาปรุงอาหารให้ลูกค้ารับประทานในราคายุติธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งเปิดให้บริการมาเกือบ 3 ปีแล้ว

แถมยังได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาดีมาก เนื่องจากเป็นบุฟเฟ่ต์ราคาถูก อร่อย สดใหม่วันต่อวัน และยังได้เลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาลเป็นของฝากกลับบ้านได้ด้วย บางวันมีโต๊ะเก้าอี้นั่งไม่พอจนต้องยืนรอคิวกันเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่าอยากให้ลูกค้ารับประทานอาหารให้อร่อยและอิ่มให้มากที่สุด ใครกินได้เท่าไหร่ก็กิน กินจนพุงแตกก็ไม่ว่ากัน นอกจากนี้ ยังรับทำอาหารกล่อง และรับทำหมูย่างในราคาประหยัด โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนเกษตรผสมผสานได้ฟรีทุกวัน

ด้าน นายสวัสดิ์ ทองคำ อายุ 55 ปี สามีของเจ๊ซิ้ม กล่าวว่า ของทุกอย่างที่นำมาทำกับข้าวในแต่ละวันแทบจะไม่ต้องซื้อหาไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ มะพร้าว สับปะรด หรือพืชผักชนิดต่าง ๆ จึงลดต้นทุนลงได้มาก เลยขายในราคา 49 บาท แถมด้วยของหวานและผลไม้ ซึ่งเสียงตอบรับดีมากทำให้มีกำไรวันละ 5,000-6,000 บาทเลยทีเดียว

ฮือฮา! ไก่ประหลาด มี 4 ขา คอหวยไม่พลาด แห่ตีเลขเด็ด

ฮือฮา! ไก่ประหลาด มี 4 ขา คอหวยเมืองคอนไม่พลาด แห่ตีเลขเด็ดแทงหวย 194  491  94 49 พรุ่งนี้รวย

วันนี้ (31 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า บ้านเลขที่ 170 หมู่ที่ 9 ต.ยางค้อม อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช มีบรรดาคอหวยแห่ไปชมและตีเลขเด็ดลูกไก่ประหลาดเกิดมามี 4 ขา จึงได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบ ที่บ้านดังกล่าว พบ นายนฤทธิ์ ดวงจันทร์ อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน และเจ้าของลูกไก่ 4 ขา

ทั้งนี้ นายนฤทธิ์ เล่าว่า ตนมีอาชีพเลี้ยงไก่ขาย ทั้งขายเนื้อ ขายไข่ ไก่ที่เลี้ยงขายมีทั้งไก่พันธุ์ไข่ ไก่พันธุ์เนื้อไก่พันธุ์พื้นบ้าน โดยเฉพาะไก่พันธุ์พื้นบ้านเลี้ยงจำนวน 30 – 40 ตัว โดยตนเลี้ยงปล่อยให้ไก่หากินเองตามบริเวณบ้าน และสวนยางพาราข้างบ้าน มีโรงเรือนให้ไก่พักอาศัยตอนกลางคืน ซึ่งตนเลี้ยงไก่มานานกว่า 20 ปี แล้ว

ส่วนลูกไก่ประหลาด 4 ขา ตัวดังกล่าว เกิดจากไข่ของ แม่ไก่ ชื่อ นางดำ ที่ออกไข่จำนวน 8 ฟอง เมื่อ 4 – 5 วัน ที่ผ่านมา จากนั้นนางดำ ได้ฝักไข่ออกมาจำนวน 6 ตัว ส่วนไข่อีก 2 ฟอง เสียไม่ฝักเป็นตัว ส่วนลูกไก่ที่ฟักออกมาจำนวน 6 ตัว เป็นลูกไก่สีขาวจำนวน 4 ตัว และสีดำ 2 ตัว แต่ในลูกจำนวน 6 ตัว มีลูกไก่สีขาวอยู่ 1 ตัว ที่มีความประหลาดกว่าลูกไก่ทั่วไป คือมีขาจำนวน 4 ขา

อย่างไรก็ตาม เจ้าลูกไก่ประหลาดตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ปกติ ออกหากินตามแม่ไก่ เหมือนลูกไก่ตัวอื่นๆ หลังจากชาวบ้านทราบข่าวลูกไก่ประหลาด 4 ขา แต่ยังมีชีวิตอยู่ปกติ จึงแห่มาดูเจ้าลูกไก่ ส่วนใหญ่ก็บอกว่าลูกไก่ประหลาดตัวดังกล่าวอาจจะเกิดมาให้โชคให้ลาภเจ้าของ พร้อมกับตีเลขเด็ดจากลูกไก่เป็นตัวเลขต่างๆ เช่น 194 491 94 49 เพื่อเสี่ยงโชคในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้คอหวยบางคนยังนำเลขที่บ้าน 170 ไปหาซื้อสาลกกินแบ่งรัฐบาลอีกด้วย โดยหวังว่าลูกไก่ประหลาด 4 ขา เกิดมาให้โชคให้ลาภ

ยึดเรือประมง ” โชติชัยนาวี 35 ” โชว์ไอยูยู

ยึดเรือประมง ” โชติชัยนาวี 35 ” สัญชาติ Djibuti (จีบูติ) โชว์ไอยูยู หลังพบทำผิดกฎหมายประมงของสาธารณรัฐโซมาเลีย

หลังจาก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้ นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ออกคำสั่งยึดเรือประมง สัญชาติ จีบูติ ที่ต้องการนำสินค้าสัตว์น้ำขึ้นที่ท่าเทียบเรือไทยนั้น

ล่าสุด (31 ก .ค. 60) ที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นาย อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง และ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี แถลงยึดเรือประมง โชติชัยนาวี 35 สัญชาติ Djibuti (จีบูติ) หลังพบทำผิดกฎหมายประมงของสาธารณรัฐโซมาเลีย ในมาตรา 3 ทำการประมงในเขต 24 ไมล์ทะเล เจ้าของเรือสามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 15 วัน โดยปัจจุบันเรือลำนี้ถูกเพิกถอนสัญชาติจากรัฐจีบูติเรียบร้อยแล้ว

โดย นายอดิศร เผยว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 เรือประมงสัญชาติจีบูติ ได้ยื่นขอเข้าเทียบท่าเรือประมง ณ จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นการแจ้งยื่นล่วงหน้าตามมาตรการ PSMA โดยแจ้งว่า เรือได้รับใบอนุญาตทำการประมงจากรัฐปุนท์แลนด์ สหพันธ์รัฐโซมาเลีย และเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้เข้าเทียบท่าเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 แต่ยังไม่สามารถที่จะอนุญาตให้นำสัตว์น้ำขึ้นจากเรือประมง

เนื่องจากยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่าไม่ได้มาจากการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และได้แจ้งให้ตัวแทนนำเอกสารมายื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 และออกหนังสือเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 ซึ่งตัวแทนบริษัทได้ขอขยายเวลานำเอกสารมายื่นเพิ่มเติม และได้นำเอกสารมายื่นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2560 ประกอบด้วย รัฐธรรมนูญของสหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลีย รัฐธรรมนูญของรัฐปุนท์แลนด์แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลีย กฎหมายการประมงของสหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลีย กฎหมายการประมงของรัฐปุนท์แลนด์แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลีย

กรมประมง และคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้ ศปมผ. ได้พิจารณาแล้วว่าเอกสารดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันความถูกต้องของใบอนุญาตทำการประมง และไม่ปรากฎหลักฐานที่แสดงว่าสัตว์น้ำไม่ได้มาจากการทำการประมง IUU จึงได้ขยายเวลาให้ตัวแทนนำหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมภายในวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ซึ่งตัวแทนไม่ได้นำหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมตามช่วงเวลาดังกล่าว

จากการตรวจสอบหลักฐานที่ตัวแทนนำมายื่น ประกอบกับการตรวจสอบไปยังสาธารณรัฐโซมาเลียซึ่งเป็นรัฐชายฝั่ง ปรากฏว่าการทำการประมงของเรือประมงลำดังกล่าวฝ่าฝืนกฎหมายประมงของสาธารณรัฐโซมาเลีย ฝ่าฝืนมาตรา 3 ซึ่งกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองชายฝั่งสำหรับชาวประมง ซึ่งเรือประมงต้องทำการประมงนอกเขต 24 ไมล์ทะเล ฝ่าฝืนมาตรา 12 ซึ่งกำหนดให้การทำการประมงในน่านน้ำของโซมาเลียโดยเรือประมงต่างชาติ ต้องได้รับใบอนุญาตทำการประมงจากรัฐบาลกลาง

ฝ่าฝืนมาตรา 33 ซึ่งกำหนดห้ามใช้เครื่องมือประมงทำการประมงอวนลากทำการประมง ในน่านน้ำของสาธารณรัฐโซมาเลีย และนอกจากนี้จากปริมาณสัตว์น้ำที่ขอนำเข้ามีทั้งสิ้น 448 ตัน ซึ่งมีปริมาณมากเกินกว่าที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำการประมงที่ออกโดยรัฐปุนท์แลนด์แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐโซมาเลีย (270 ตัน) ในขณะเดียวกันประเทศไทยได้รับแจ้งว่าสาธารณรัฐจิบูตี ได้ถอนสัญชาติของเรือประมงลำดังกล่าวเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 ทำให้เรือประมงลำดังกล่าวอยู่ในสถานะ “เรือไร้สัญชาติ” ทำให้ไม่สามารถที่จะออกไปในทะเลได้อย่างถูกต้องตามหลักสากล

ด้วยเหตุผลดังกล่าว กรมประมงจึงออกคำสั่งยึดเรือและทรัพย์สินในเรือประมง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 96 วรรคสาม แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือประมงสามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง