ว่อนเน็ต ! พ่นสีเต็มทางเท้าสาทร จองถนนงานบุญ

วันนี้(30 ก.ย.) มีรายงานข่าวว่าในเว็บบอร์ดของพันทืปได้มีการเผยแพร่ภาพการพ่นสีเต็มทางเท้าบริเวณถนนสาทรซึ่งมีการเขียนข้อความว่า “จองแล้ว”
1.1.1.1---Copy

โดยสาเหตุที่มีผู้ไปพ่นสีเพื่อเป็นการจับจองพื้นที่เพื่อนำมาเทวรูปพระแม่อุมาเทวทีออกมาตั้งโต๊ะบูชาร่วมในเทศกาลนวราตรี ที่มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีซึ่งงานดังกล่าวจะมีนักท่องเที่ยวและผู้ที่นับถือศรัทธาในพระแม่อุมาเทวีมาร่วมงานหลายพันคน

1.2

ทั้งนี้จากกระทู้ดังกล่าวได้เผยว่า การพ่นสีเพื่อจองทางเท้ามีให้เห็นเป็นประจำหลายปีและไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับใดๆ ในการห้ามไม่ให้พ่นสี ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการทำลายสาธารณะสมบัติ

3

5

6

7

พนังกั้นน้ำวังทองแตก! น้ำทะลักท่วมสูงกว่า1เมตร

ชาวบ้านอลหม่าน พนังกั้นน้ำวังทอง ที่พิษณุโลก แตก น้ำทะลักเข้าบ้านเรือนสูงกว่า 1 เมตร

10-1

เกิดเหตุบริเวณด้านซ้ายของพนังกั้นริมฝั่งแม่น้ำวังทอง ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้พังลงเป็นแนวยาว ส่งผลให้น้ำจากแม่น้ำวังทองไหลเข้าสู่พื้นที่บ้านทางลัดอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำวังทอง ต่างอพยพข้าวของและสัตว์เลี้ยงออกจากที่พักอย่างรวดเร็ว โดยระดับน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนสูงเกือบ 1 เมตร ขณะที่ทหารกองทัพภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา ได้เร่งช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่

ปราจีนฯ อัดหินคลุกเป็นแนวเขื่อนป้องน้ำทะลัก

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี เขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ยังวิกฤต ระดับน้ำล้นตลิ่ง 40 เซนติเมตร ส่งผลให้พื้นที่ริมถนนถูกน้ำท่วม 20 เซนติเมตร ขณะเดียวกัน น้ำยังผุดขึ้นตามท่ออย่างต่อเนื่อง ทางเทศบาลจึงนำหินคลุกวางกั้น เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีที่จะไหลเข้ายังเทศบาลเมืองอีกครั้ง

ขณะที่บริเวณศาลเจ้าไปถึงสำนักไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้น้ำสูง 60 เซนติเมตร และถนนปราจันตคาม ตั้งสามแยกแสงศิลป์ถึงแยกเทศบาล 50-60 เซนติเมตร และถนนแก้วพิจิตรตลอดทั้งสายน้ำท่วมสูง รถขนาดเล็กผ่านไม่ได้

ส่วนที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำปราจีนบุรี น้ำได้ล้นคันกั้นน้ำท่วมถนนหน้าโรงพยาบาล 10-20 เซนติเมตรแล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่น้ำท่วมถนน ด้านชาวบ้านต่างกังวลว่าจะมีฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุหวู่ติ๊บ ที่จะทำให้แม่น้ำปราจีนบุรีเพิ่มสูงขึ้นอีก

อุดรธานีเร่งระบายน้ำ 2 อ่าง รับพายุ หวู่ติ๊บ

นายสมพร ดำนุ้ย ผอ.โครงการชลประทาน จ.อุดรธานี กล่าวว่า ได้ติดตามเฝ้าระวังพายุหวู่ติ๊บ เบื้องต้นได้ตัดสินใจพร่องน้ำในอ่างฯ ในพื้นที่ตัวเมืองอุดรธานี และรอบๆ ได้ระบายน้ำออกจากอ่างบ้านจั่นฯวันละ 3 แสน ลบม.ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว และอ่างเก็บน้ำหนองสำโรง ระบายออกวันละ 3 แสน ลบม. แต่ไม่มีการระบายน้ำจากอ่างฯห้วยหลวง และอ่างฯกุดลิงง้อ เพราะมีน้ำอยู่ 64.6 เปอร์เซนต์ และ 39.8 เปอร์เซนต์ หรือยังสามารถรับน้ำได้อีก 48 ล้าน ลบม. และ 3.8ล้าน ลบม. นอกจากนี้ยังระบายน้ำออกจากฝ่ายกุมภวาปี เพื่อรักษาระดับเก็บกักไว้ 60 เปอร์เซนต์

ขอนแก่น เตรียมรับมือน้ำท่วมพื้นที่เขต ศก.

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนคร(ทน.)ขอนแก่น กล่าวว่า หากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขตพื้นที่เศรษฐกิจหลักที่สำคัญของจังหวัดเป็นไปตามคำคาดการณ์และแผนงานรับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลันยังคงมั่นใจว่าจะสามารถที่จะรับมือกับมวลน้ำในภาพรวมทั้งหมดได้ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ อปพร.ไปประจำทั้ง 4 มุ่มเมืองและพื้นที่จุดเสี่ยงที่ปริมาณน้ำจะเข้าสู่พื้นที่

รวมทั้งการกำหนดพื้นที่สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อาจจะต้องอพยพนอกนอกพื้นที่ในบางชุมชน เนื่องจากตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำชีและลำน้ำพอง โดยเฉพาะชุมชนหนองใหญ่,ทุ่งเศรษฐี,บะขาม,โนนทันและพื้นที่แอ่งกระทะบางจุดในเขตตัวเมือง ที่จะต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำประจำสำหรับการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาในระยะนี้ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้พื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญในเขตเทศบาลฯนั้นเกิดน้ำท่วมได้หากการระบายน้ำไม่ทันหรือมีวัตถุไปปิดทางเดินของน้ำซึ่งขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการระบายน้ำในภาพรวมทั้งหมดแล้ว

 อยุธยา ประกาศให้เร่งขนของหนีน้ำ

นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ประกาศเตือนระดับน้ำป่าสักสูงขึ้น สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เขตอำเภอที่อยู่ริมแม่น้ำ เร่งประชาสัมพันธ์ชาวบ้านให้ขนย้ายข้าวของหนีน้ำให้สูงขึ้นอีก

ถนนสายอยุธยา-บางปะอิน ทรุดตัวหายไป 1 เลน

รายงานข่าวแจ้งว่า ถนนสายอยุธยา-บางปะอินสาย ในพื้นที่ ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณโค้งหน้าวัดพระยาญาติ ได้เกิดการทรุดตัวพังทลายเป็นแนวยาว ทำให้ถนนหายไป 1 เลน ลึกประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร และยังมีการทรุดตัวอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา สาเหตุน่าจะมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา และยังรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจึงทำให้ถนนอุ้มน้ำ และเกิดการทรุด

กรมชลฯพร่องน้ำเขื่อนป่าสักรับมือ “หวู่ติ๊บ”

นายวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ได้แจ้งถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสัก ว่า จากที่ยังคงมีฝนตกบริเวณเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อันเนื่องมาจากอิทธิพลร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เป็นเหตุให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงอ่างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อย่างต่อเนื่องนั้น ปัจจุบัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2556 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 839 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 107 ของความจุเก็บกัก (785 ล้านลูกบาศก์เมตร) แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังพายุโซนร้อน “หวู่ติ๊บ” (Wutip) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ที่กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ที่คาดว่าจะเข้าฝั่งเวียดนามตอนบน ในวันพรุ่งนี้ (1 ต.ค.) ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา

ด้วยเหตุดังกล่าว กรมชลประทาน จำเป็นต้องเพิ่มการพร่องน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ให้เกิดผลกระทบด้านท้ายน้ำในทันทีทันใด ในเกณฑ์ประมาณ 350 – 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งปัจจุบันได้พร่องน้ำอยู่ในเกณฑ์ 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนพระรามหก ในเกณฑ์ประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลักษณะดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก ด้านท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพิ่มขึ้นจากวันที่ 29 ก.ย.อีกประมาณ 65 เซนติเมตร ในท้องที่จังหวัดสระบุรี ส่วนด้านท้ายเขื่อนพระรามหก ในเขตอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.90 – 1.10 เมตร จากระดับน้ำปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำหลากเนื่องจากอิทธิพลดังกล่าวตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน โดยสำนักชลประทานที่ 10 จึงได้แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตจังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำ ขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นบนที่สูงหรือที่ปลอดภัย จากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักที่จะเพิ่มสูงขึ้นในระยะต่อจากนี้ และขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการน้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป

 ปภ.สรุปน้ำท่วม 25 จังหวัดตายแล้ว 22 ราย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2556 เกิดสถานการณ์อุทกภัย รวม 32 จังหวัด 233 อำเภอ 1,384 ตำบล 11,033 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 809,646 ครัวเรือน 2,789,398 คน บ้านเรือนเสียหาย 11,400 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,943,000 ไร่ ถนน 4,265 สาย สะพาน 174 แห่ง ฝาย/ทำนบ 515 แห่ง ผู้เสียชีวิต 22 ราย ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา กาฬสินธุ์ พะเยา และแม่ฮ่องสอน

ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 25 จังหวัด แยกเป็น น้ำป่าไหลหลาก 21 จังหวัด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ยโสธร และมุกดาหาร ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และอุทัยธานี ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี และชัยนาท ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ส่วนสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนล้นตลิ่ง 4 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรีและสุพรรณบุรี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 21 อำเภอ 160 ตำบล 809 หมู่บ้าน

11-1

12-1

 MThai news

เกลื่อนเน็ต ! พ่นสีแห่จองทางเท้าที่สาทร

วันนี้(30 ก.ย.) มีรายงานข่าวว่าในเว็บบอร์ดของพันทืปได้มีการเผยแพร่ภาพการพ่นสีเต็มทางเท้าบริเวณถนนสาทรซึ่งมีการเขียนข้อความว่า “จองแล้ว”

จองถนนสาทร

โดยสาเหตุที่มีผู้ไปพ่นสีเพื่อเป็นการจับจองพื้นที่เพื่อนำมาเทวรูปพระแม่อุมาเทวทีออกมาตั้งโต๊ะบูชาร่วมในเทศกาลนวราตรี ที่มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีซึ่งงานดังกล่าวจะมีนักท่องเที่ยวและผู้ที่นับถือศรัทธาในพระแม่อุมาเทวีมาร่วมงานหลายพันคน ทั้งนี้จากกระทู้ดังกล่าวได้เผยว่า การพ่นสีเพื่อจองทางเท้ามีให้เห็นเป็นประจำหลายปีและไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับใดๆ ในการห้ามไม่ให้พ่นสี ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการทำลายสาธารณะสมบัติ

จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร จองถนนสาทร

ภาพประกอบจาก สมาชิกหมายเลข 892333 เว็บไซต์พันทิป

MThai News