โจ๋ขโมยช๊อกโกแลต ถูกจับปรับ10เท่า

ตร. สภ.คูคต ตรวจวัยโจ๋ขโมยช๊อกโกแลตมินิมาร์ท ภายในปั้มเอสโซ่ จ.ปทุมธานี ถูกจับปรับ10 เท่า เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 25 ก.พ.58 ร.ต.อ.ทัศนะ อุดมพร ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต ได้รับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์ในไทซี-เซ็นเตอร์จำกัดสาขาลำลูกกา ภายในปั้มเอสโซ่ ถนนพหลโยธิน ลำลูกกา  เลขที่ 24/7 ม.10 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ ขโมยช๊อกโกแลต ถูกจับปรับ10เท่า

ขโมยช๊อกโกแลต ถูกจับปรับ10เท่า

ที่เกิดเหตุพบ นางสาวรัชนี บุดดา อายุ 31 ปี พนักงานมินิมาร์ทได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าขณะที่ตนเองขายสินค้าอยู่ได้มีวัยรุ่นจำนวน 3 คน ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่าฟีโน่ หมายเลขทะเบียน 1 กย 3698 กรุงเทพมหานคร จากนั้นทั้ง 3 คนได้เข้ามาทำทีเลือกซื้อสินค้า

โดยตนสังเกตเห็นวัยรุ่น 1 ใน 3 คนกำลังหยิบช๊อกโกเลต ใส่ในเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ และทั้ง 3  คนก็เดินออกไปตนจึงบอกให้เด็กปั้มที่อยู่ลานเติมน้ำมันให้ช่วยค้นตัวจึงพบ ช๊อกโกแลต จำนวน 9 แท่งอยู่ในกระเป๋าเสื้อของ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ได้รับสารภาพว่าขโมยหยิบช๊อกโกแลตจากมินิมาร์ทจริงเพื่อที่จะนำไปรับประทาน

ทางด้านนางสาวรัชนี ได้บอกว่าทางมินิมาร์ทได้ตั้งกฏไว้ว่าถ้าขโมยของในร้านจะมีโทษปรับ 10 เท่าของราคาสินค้านั้น เมื่อหยิบช๊อกโกแลตมีราคาแท่งล่ะ 10 บาท เมื่อนายธนพล ขโมยไป 9 แท่ง ก็ปรับเป็นเงิน 900 บาท หากไม่มีเงินมาชำระก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีต่อไป ต่อมาเพื่อนๆได้ไปหาเงินมาเสียค่าปรับให้ทางมินิมาร์ท เจ้าหน้าที่ตำรวจและร้านมินิมาร์ทก็ได้ปล่อยตัวไป

โจ๋ขโมยช๊อกโกแลต ถูกจับปรับ10เท่า

โจ๋ขโมยช๊อกโกแลต ถูกจับปรับ10เท่า

ชูวิทย์เหน็บเบื้องหลังพุทธะอิสระอยากได้อำนาจ

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊คซัด พระพุทธะอิสระ ใช้ความรักศาสนาเป็นฉากบังหน้า แท้จริงแล้วใฝ่ฝันถึงอำนาจฝ่ายสงฆ์ของมหาเถรสมาคม

วานนี้(25ก.พ.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว “ชูวิทย์ I’m No.5″ หัวข้อยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว ระบุรายละเอียดว่า คนไทยไม่ชอบเปิดหน้าต่อสู้กันซึ่งๆหน้า แต่ถนัดใช้วาระซ่อนเร้น เล่นใต้โต๊ะ สวมหน้ากาก สมัยสุเทพ อาศัยจังหวะรัฐบาลยิ่งลักษณ์สะดุดขาตัวเองเรื่องนิรโทษกรรม รีบออกมาอ้างตัวเป็นคนรักชาติ สร้างฝันปฏิรูป

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์เหน็บ พุทธะอิสระ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์เหน็บ พุทธะอิสระ

แต่ใช้วิธีล้มการเลือกตั้ง เรียกหาทหารไม่เว้นแต่ละวัน เพราะความต้องการแท้จริงภายใต้หน้ากากรักชาติคือ อำนาจที่ฉ้อฉล ทำให้ประเทศพิกลพิการมาจนถึงบัดนี้ คนต่างชาติต่างบ้านต่างเมืองยังไม่เข้าใจว่า ประเทศไทยจะเอายังไงกันแน่?

พุทธะอิสระก็ใช้แนวทางเดียวกัน เอาธรรมกายมาเป็นเครื่องมือ ใช้ความรักศาสนาเป็นฉากบังหน้า ลวงคำถามถึงสังคมเรื่องความถูกต้อง แต่แท้จริงแล้วใฝ่ฝันถึงอำนาจฝ่ายสงฆ์ของมหาเถรสมาคม เครือข่ายขาประจำก็ออกมาเล่นบท “พระชง ฆราวาสตบ” ไพบูลย์-เจิมศักดิ์ ที่ได้ดิบได้ดีร่วมกันมาจากครั้งเวที กปปส. ถึงขณะนี้จะตั้งตนเป็นคนปฏิรูปวงการศาสนา ทั้งที่สังคมคนเป็นกลางรู้ดีว่า หากจะเฟ้นหา “คนกลาง” มาปฏิรูป คงไม่มีชื่อสองคนนี้อยู่ในสารบบ

สุเทพอ้างรักชาติจนได้ดี วันนี้โกนหัวเข้าวัด ส่วนพุทธะอิสระอ้างรักศาสนาจนเหงื่อเปียกสบง จะปฏิรูปวงการสงฆ์ลามไปถึงมหาเถรสมาคม ทั้งๆที่นับพรรษาแล้วเป็นได้แค่สมภารปลายแถว เร่ร่อนไถเงินเข้าย่ามอยู่ตามโรงแรม ไปบังอาจเทียบชั้นกับสมเด็จวัดปากน้ำที่ประชาชนเข้าคิวรอทอดกฐินยาวเป็นร้อยปี หวังจะยิงนัดเดียวได้สองต่อ เบื้องหน้าอ้างชาติ อ้างศาสนา แต่เบื้องหลังอยากได้อำนาจมาครอบครอง เรื่องของเรื่องก็มีแค่นี้เอง

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค ชูวิทย์ I’m No.5