กรมเชื้อเพลิงฯ เผย หากไม่เปิดสัมปทานรอบ 21 ส่งผลปริมาณก๊าซธรรมชาติเหลือใช้ 6 ปี
นาง พวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า กรมเชื้อเพลิงฯ ยังยืนยันว่า ไทยควรจะเปิดโอกาสให้กับประเทศในการสำรวจฯ ปิโตรเลียม เนื่องจากปัจจุบันไทยมีใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อการผลิตไฟฟ้า 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่การผลิตในประเทศอยู่ที่ระดับ 3,000 ล้านลบ.ฟุตต่อวันที่เหลือเป็นการนำเข้าทั้งจากแหล่งพัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย (JDA) 780 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และการนำเข้าจากพม่า 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน พร้อมนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)

ขณะที่ความต้องการใช้ก๊าซฯ ของไทยเพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับการผลิตที่ลดน้อยลงและปริมาณสำรอง P1 ที่ค้นพบและมั่นใจ สัดส่วนร้อยละ 90 จะลดลงจากเดิม 7 ปี เหลือประมาณ 6 ปี ซึ่งการสำรวจเพื่อผลิตในประเทศหวังจะรักษาระดับการผลิตให้อยู่ในระดับ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ไม่ให้ลดลงมาก เพื่อไม่ให้ไทยต้องนำเข้า LnG สูงในจำนวน 1400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2561 ซึ่งจะมีราคาแพง และจะกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน ประกอบกับสิ่งสำคัญคือ LNG ที่นำเข้าจะไม่สามารถนำมาผลิตปิโตรเคมีที่เป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องซึ่งมี ความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันและต่อระบบเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ นางพวงทิพย์ กล่าวด้วยว่า การยกเลิกประกาศสัมทานปิโตรเลียมรอบ 21 ยอมรับว่ากระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนซึ่งเอกชน 1 รายที่ได้เสนอขอสัมปทานรอบ 21 ทางกรมฯ จะทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการโดยเอกชนก็มีความเข้าใจถึงสถานการณ์ประเทศ ไทย






