บึ้มสนั่น สุขุมวิท 71 มือระเบิดชาวอิหร่าน ขาขาดทั้ง 2 ข้าง
เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2555 เกิดเหตุระเบิด3ครั้ง หน้าโรงเรียนเกษมพิทยา ซ.ปรีดีพนมยงค์ 31 และในซอยสุขุมวิท 71 มีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือดเนื่องจากถูกแรงระเบิด จนขาขาดทั้ง 2 ข้าง ทราบภายหลังผู้ที่ขาขาด คือนายซาอิฟ โมราบิ มือระเบิดชาวอิหร่าน เนื่องจากคนร้ายพยายามปาระเบิดใส่รถแท็กซี่ แต่พลาดระเบิดใส่ตัวเอง ทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บและรถเสียหายทั้งคัน นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านโดนลูกหลงบาดเจ็บ อีก 4 ราย
สอบสวนทราบว่าคนร้าย เป็นกลุ่มชาวอิหร่าน เช่าบ้าน ในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ร่วมกับพื่อนรวม 3 คน ตรวจสอบสถานที่พบระเบิดชนิดซีโฟร์เก็บอยู่จำนวนมาก ตำรวจเร่งล่าจนผู้ต้องสงสัยอีกรายถูกจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ คือ นายโมฮัมหมัด ฮาซาอี ชาวอิหร่าน ขณะเตรียมจะขึ้นเครื่องไปยังประเทศมาเลเซีย
นอกจากนี้ นายมาซูด เซดากัต ซาเดห์ ที่หลบหนีไปประเทศมาเลเซีย ถูกจับกุมได้ โดยไทยได้ประสานขอส่งตัวผู้ร้่านข้ามแดน ส่วนนางโรฮานี ไลลา หญิงที่เช่าบ้านอยู่ที่ ซ.ปรีดีฯ อีกหนึ่งผู้ต้องหา ตำรวจได้ออกหมายจับ และมีการอนุมัติหมายจับหนุ่มอิหร่าน รายที่ 5 คือ นายนูโรซิ ซายัน อารี อัคบาร์ที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิด เดินทางหลบหนีออกจากบ้านเช่าภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 หลังจากเกิดเหตุระเบิดไม่นาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจได้ตั้งข้อหาหนักกับนาย ซาอิฟ โมราบิ ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ทำให้เกิดระเบิดและทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย,ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ฆ่าเจ้าหน้าที่โดยเจตนา ขณะที่ผู้ต้องหาคนอื่นๆ ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันทำและประกอบวัตถุระเบิด ,ร่วมกันมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกาย
เหตุดังกล่าวหวั่นกันว่า ไทยจะเป็นเป้าหมายในการก่อวินาศกรรม แต่ทางการไทยยืนยันไม่ใช่เป้าหมายก่อการร้าย แต่ก็กลายเป็นความขัดแย้งของอิหร่าน และอิสราเอลที่ต่างออกมาตอบโต้ว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด












