พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ลั่นพร้อมช่วยคนไทยในเกาหลี หากเกิดสงคราม เล็งส่ง C 130 เครื่องแอร์บัส รับทันทีใน 48 ชม.
ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานจาก ศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนกองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน ดอนเมือง ว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้การใช้พลังงานทดแทน กองทัพอากาศ ซึ่งเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา

สงครามเกาหลี
เพื่อเป็นแหล่งวิจัยและเรียนรู้ชุมชนเป็นต้นแบบให้ผู้สนใจได้ศึกษาและร่วมกันอนุรักษ์พลังงาน พร้อมส่งเสริมการวิจัยพัฒนาและการใช้พลังงานทดแทนเป็นพลังงานสำรองในหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพอากาศ
โดยพล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า กองทัพอากาศได้ริเริ่มทำศูนย์การเรียนรู้พลังงานทดแทนมาตั้งแต่ปี 2554 และได้มีการวิจัยพัฒนาทั้ง 4 ด้าน คือ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล และพลังงานไบโอดีเซล โดยมีบ้านตัวอย่างที่ติดแผงโซล่าเซลล์ และกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าแสดงเป็นต้นแบบการใช้พลังงานทดแทน
เพื่อให้กำลังพลของกองทัพรวมทั้งประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานไฟฟ้า และให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน อันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
ทั้งนี้อยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการเตรียมการในการมีพลังงานทดแทนรองรับกรณีที่พลังงานกระแสหลักมีไม่เพียงพอ รวมถึงการช่วยลดในเรื่องโลกร้อนได้ด้วย และเมื่อเราสร้างพลังงานทดแทนแล้วก็จะเกิดเสถียรภาพของพลังงานทั้งด้านความมั่นคง และด้านกิจการทั่วไป ปัจจุบันพลังงานส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ถ้าได้เตรียมการรองรับตอนนี้ก็ไม่สายที่จะมีพลังงานทดแทน
ทั้งนี้ กองทัพอากาศจะดำเนินการคู่ขนานกับหน่วยงานต่างจังหวัดทั้งกองบิน 11 แห่ง และสถานีคมนาคมที่ได้ทำพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ผ่านมากองบิน 46 ได้รับรางวัลเป็นกองบินตัวอย่างที่มีการริเริ่มการทำพลังงานทดแทนด้านต่างๆ
นอกจากนี้ยังช่วยให้ทางจังหวัดได้นำวัตถุดิบที่เป็นของเสีย เช่น น้ำมันทอดอาหารมาทำให้เกิดพลังงาน ซึ่งขณะนี้เราได้มีการผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์(ไบโอเจ็ต)ผสมกับน้ำมัน เพื่อใช้กับอากาศยานของกองทัพ
โดยที่ผ่านมาในปี 52 เราได้ทดลองใช้กับเครื่องยนต์ที่อยู่บนภาคพื้นแล้วพบว่า สามารถติดเครื่องยนต์ได้ดี ซึ่งภายใน 10 ปี เราจะมีเชื้อเพลิงสังเคราะห์ใช้กับเครื่องบินขนาดเล็ก และเครื่องบินธุรการได้
เช่น เครื่องบินนอแมด เครื่องบินไดมอนด์ ส่วนกรณีที่ทางพม่าจะมีการปิดซ่อมท่อก๊าซในวันที่ 5 เม.ย.นั้น ทางกองทัพอากาศได้ออกเป็นมาตรการ 2 ระยะ คือ ระยะสั้นและระยะยาว
โดยระยะยาวเราต้องมีการควบคุมการใช้ไฟฟ้า และพลังงานต่างๆอย่างถูกต้อง ส่วนระยะสั้น คือ การควบคุมการปิดไฟฟ้า และพยายามศึกษาดูงานนอกพื้นที่เพื่อลดการใช้พลังงาน
ส่วนกรณีที่เกาหลีเหนือประกาศสงครามกับเกาหลีใต้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อเสาหลักด้านความมั่นคง และอาจกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกมาก
ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายบริหารมอบหมายให้หน่วยที่รับผิดชอบดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในส่วนของกองทัพอากาศได้เตรียมความพร้อมด้านอากาศยานทั้งเครื่องบินลำเลียงแบบซี -130 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินแอร์บัส 310 เพื่อลำเลียงคนไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้กลับประเทศหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น
โดยสามารถดำเนินการได้ทันทีภายใน 48 ชั่วโมงหากมีการสั่งการ แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ส่วนความเป็นไปได้ในการเกิดสงครามนั้น ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง
เช่น ประวัติศาสตร์ ภาวะผู้นำ ซึ่งต้องนำบทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 มาพิจารณาว่า ปัจจัยตัวใดที่จะมากระตุ้นให้เกิดสงครามได้ ดังนั้นหากไม่ต้องการให้เกิดสงครามก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งยั่วยุเหล่านั้น
MThai News

ประจิน จั่นตอง




