ประมวลภาพน้ำทะลักท่วม สุโขทัย หลังกำแพงกั้นน้ำเกิดรอยรั่ว

ประมวลภาพน้ำทะลักท่วม สุโขทัย หลังกำแพงกั้นน้ำเกิดรอยรั่ว

Mthainews: ภายหลังที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยาวมาถึงสัปดาห์นี้  ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมสูงขึ้น เป็นเหตุให้หลายพื้นที่ในภาคเหนืออย่างจังหวัด แพร่ อุตรดิตถ์ เลย สุโขทัย ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนต้องขนของอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง

แต่ที่เสียหายหนักก็เห็นจะเป็น พื้นที่เศรษฐกิจ ในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะพื้นผิวจราจรและแนวเขื่อนเรียงหิน ถนนเลียบฝั่งแม่น้ำเสียหายเป็นระยะทางกว่า 10 เมตร ก่อนที่จะทะลักท่วมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย ระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตร

แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะนำกระสอบทราย พร้อมใช้เครื่องสูบน้ำเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ แต่ระดับน้ำกัดเซาะแนวหินอีกหลายจุด  ระดับน้ำเอ่อท่วมตลาดสด และศาลากลางถึงระดับเข่าต้องรีบนำบิ๊กแบ๊กมาอุดรอยรั่ว

ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นสร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านในพื้นที่  ซึ่งตัวเลขครัวเรือนที่ได้รับความเดือนร้อนจากน้ำท่วมแล้วกว่า 1,100 ครัวเรือน

ประชาชนเริ่มใช้เรือสัญจรบนท้องถนน  เนื่องจากระดับน้ำบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองสุโขทัย ยังสูง 80 ซม.-1.20 เมตร อีกทั้งบิ๊กแบ็กที่นำมากั้นชะลอน้ำก็เอาไม่อยู่ ระดับน้ำทวีความรุนแรงขึ้นอีก

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เร่งนำกระสอบทรายขนาดใหญ่บรรจุหินคลุก น้ำหนักกว่า 1 ตัน มาซ่อมแซมในจุดที่เกิดรอยรั่วและถูกกัดเซาะเป็นแนวยาวกว่า 10 เมตร เพื่อชะลอการไหลของน้ำ และจะเร่งสูบน้ำออกจากตัวเมืองโดยเร็วที่สุด

ระดับน้ำทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.30 เมตร ภายหลัง รมว.กระทรวงทรัพยฯต้องปรับแผนนำหินเกเบรียนมาอุดแทน เพราะกระแสน้ำยังเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ในเขตพื้นที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลกด้วย

ถนนหลายเส้นทางถูกตัดขาด ชาวบ้านเริ่มขาดน้ำดื่ม-อาหาร ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก  โดยทางเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ได้จัดจุดบริการน้ำดื่ม และอาหารกล่องสำเร็จรูป เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ

อย่างไรก็ตาม หลังอุดรอยรั่วพนังกั้นน้ำสำเร็จ สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสุโขทัย เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังไม่รื้อแนวกระสอบทราย เกรงน้ำท่วมซ้ำ

และจังหวัดอื่นๆ อย่างพื้นที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ยังได้รับผลกระทบจากระดับน้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูง กว่า 50 เซนติเมตร รวมไปถึง หลายอำเภอฝั่งลุ่มแม่น้ำน่าน และลุ่มแม่น้ำยมในจังหวัดพิจิตรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน และหลายจังหวัดเสี่ยง  อาทิ นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง ก็มีการเตือนเฝ้าระวังดูระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

น้ำจากสุโขทัยทะลักเข้าท่วม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางไทร และ บางบาล ใน จ.พระนครศรีอยุธยา

น้ำเอ่อท่วมตลาดบ้านแพน

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ได้ออกมาระบุสาเหตุว่า เกิดจากปริมาณน้ำเหนือลอดใต้กำแพงกั้นน้ำที่ชำรุด เนื่องจากเป็นกำแพงเก่าที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2544

แต่ รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็ออกมาแฉว่าพนังกั้นน้ำไม่ได้เก่าแต่อย่างใด พร้อมกับ
โพสต์ข้อความและรูปภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า

“สุโขทัย เอาไม่อยู่ สร้างเขื่อนคอนกรีตริมแม่น้ำใหม่ ๆ กันน้ำได้วันเดียว”

สถานการณ์น้ำท่วมหลายฝ่ายต่างแสดงความเป็นห่วงว่า จะทวีความรุนแรงหากยังมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน  และไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถรับมือกับระดับน้ำได้ เพราะอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันที่เกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกติดต่อกันจนเอ่อท่วมขังบางพื้นที่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายอลงกรณ์ พลบุตร นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและคณะเดินทางลงพื้นที่ ต.บางโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม

พร้อมกับมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านนับร้อยครัวเรือน ก่อนจะเดินทางลงเรือไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมมอบถุงยังชีพให้ประชาชนน้ำท่วม

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม  ทั้งใน จ.อยุธยา นครสวรรค์ สุโขทัย พิษณุโลก ตรวจดูสถานีตรวจวัดน้ำื c.2 ค่ายจิรประวัติ จ. นครสวรรค์ และบินสำรวจประตูระบายน้ำบางโฉมศรี จ.สิงห์บุรี

นายกรัฐมนตรี กล่าวให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า “จะไม่ทอดทิ้งประชาชน พร้อมดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด”


นายกฯยิ่งลักษณ์ เดินทางไปตรวจดูจุดน้ำลอดใต้พนังกั้นน้ำ จ. สุโขทัย



Mthai News

เครดิตภาพจาก เฟซบุ๊ค SKY Report CH3, เฟซบุ๊ค Yingluck Shinawatra เฟซบุ๊ก SukhothaiFC.fanpage / sukhothainews.net

รุมวิจารณ์งานแสดงรถ เฉิงตู ออโต้โชว์ กลายเป็นงานโชว์นม

รุมวิจารณ์งานแสดงรถ เฉิงตู ออโต้โชว์ กลายเป็นงานโชว์นม

Mthainews: เป็นธรรมเนียมของงานแสดงมหรกรรมยานยนต์ไปแล้วว่า หากใครที่เดินทางไปชมงานนอกจากจะได้ไปชื่นชมกับ ก้าวล้ำ ทันสมัยของรถยนต์ต่างยี่ห้อต่างดีไซต์ที่นำมาอวดโฉมให้ได้จับจองแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือบรรดาสาวสวยพริตตี้ ที่จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ สร้างความดึงดูดสายตาหนุ่มๆได้เป็นอย่างดี

อย่างที่งาน เฉิงตู ออโต้โชว์ ครั้งที่ 15 ที่จัดขึ้นในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา งานโชว์รถเรียกได้ว่ากลายเป็นงานโชว์นมไปโดยปริยาย สาวพริตตี้ทั้งหลายแต่งกายในชุดวาบหวิว ก่อนจะเปลื้องผ้าเปลือยกายโชว์สัดส่วน โดยเฉพาะหน้าอก ทำเอาผู้เข้าชมงานแห่เข้ามาร่วมงานกันอย่างหนาแน่น


งานนี้ หน้าที่หลักของสาวๆเหล่านี้ไม่ต้องอธิบายข้อมูลอะไรมากมายเกี่ยวกับรถยนต์ เพียงแต่ยืนโชว์ตัว ยิ้มหวานให้แก่ผู้เข้าชมงาน แล้วเปลื้องผ้าออกโชว์เรือนร่างโดยเฉพาะหน้าอก เพียงเท่านี้ก็มีสายตาจับต้องแบบไม่คลาดสายตา สร้างกระแสจากบรรดาหนุ่มๆและช่างภาพได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่สนใจรายละเอียดของรถยนต์ก็สามารถอ่านได้ตามใบโฆษณาที่แปะไว้ข้างๆ รถ

อย่างไรก็ตาม งานมหกรรมยานยนต์ในจีน กำลังกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า ทุกวันนี้ผู้จัดงานจะเน้นโชว์เรือนร่างของหญิงสาวมากเกินไป จนวัตถุประสงค์ของการจัดงานเปลี่ยนไป อีกทั้งผู้เข้าร่วมงานที่เปิดให้สาธาณชนเข้าชมงานนั้น เหมาะสมหรือไม่หากเด็กๆมาเห็นภาพเหล่านี้

ญี่ปุ่นทำฮือฮา จัดบีบนมการกุศล หาเงินช่วยผู้ป่วยเอดส์

ญี่ปุ่นทำฮือฮา จัดบีบนมการกุศล หาเงินช่วยผู้ป่วยเอดส์

Mthainews: เป็นข่าวฮือฮาทันที หลังจากที่สื่อของญี่ปุ่น เผยภาพหนุ่มๆผู้โชคดีและสาวๆอาสาสมัครที่เข้าีร่วมในกิจกรรม “บีบหน้าอกเพื่อการกุศล” ซึ่งเป็นส่วนในงาน Erotica will Save the World ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่25 – 26 ส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อนำเงินไปช่วยโครงการ STOP!AIDS


โครงการ STOP!AIDS มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยของเอดส์ การดูแลผู้ป่วยรวมทั้งการป้องกันเชื้อเอดส์ด้วย งานนี้จึงมีผู้สนใจไม่น้อย โดยกติกา ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบีบหน้าอกนั้นก็ต้องจำกัดอายุ  ตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และมีขั้นตอนดังนี้


1.เข้าแถว
2. บริจาคเงินใส่กล่อง
3. ล้างมือด้วยเจลทำความสะอาด
4. ใช้มือทั้ง 2 ข้าง บีบหน้าอกของสาวๆ ได้ข้างละ 2 ครั้ง

ทั้งนี้ หากยังไม่จุใจ ผู้จัดงานแนะนำว่าก็ให้วนกลับไปเริ่มทำตั้งแต่ข้อ 1ใหม่  งานนี้รายงานไม่ระบุว่าได้เงินบริจาครวมทั้งสิ้นเท่าใด แต่ก็ถือว่าการจัดงานครั้งนี้ประสบผลสำเร็จทีเดียว