รัฐบาล ขึ้นราคาเหล้า 120- 400บาท บุหรี่ 8 บาท มีผลทันที

MthaiNews ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (21 ส.ค.) เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ โดยให้มีผลทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในส่วนของบุหรี่จะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต 8 ยี่ห้อในอัตรา 6-8 บาท/ซอง

ส่วนสุรา แบ่งเป็นสุราผสม ปรับภาษีสรรพสามิตเพิ่มเป็น 120 บาทต่อลิตร และสุราต่างประเทศ เพิ่มเป็น 400 บาทต่อลิตร โดยการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตในครั้งนี้ยังถือว่าไม่เป็นเพดานที่ได้กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังให้เหตุผลในการปรับภาษีสุราและบุหรี่ในครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยลดการบริโภคสุราและยาสูบ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชน

ด้านร้านสะดวกซื้อ 7/11 เมื่อได้ทราบข่าวดังกล่าว ก็ได้ออกประกาศแจ้งต่อผู้บริโภคทันที โดยจำกัดสิทธิในการซื้อบุหรี่ได้ไม่เกินคนละ 2ซอง และให้มีผลทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เนื่องจากเกรงมีการกักตุนสินค้า

ขณะเดียวกัน นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์  และว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ก็ได้กล่าวถึงการขึ้นราคาสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และกลุ่มน้ำปลา ตามที่ผู้ประกอบการร้องขอ ว่า เบื้องต้นทางกระทรวงได้อนุญาติให้ผู้ประกอบการสินค้าในกลุ่มดังกล่าวขึ้นราคาสินค้าได้หากแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องยื่นข้อมูลมาให้กระทรวงพิจารณาก่อน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายได้ยื่นขอปรับราคาเข้ามา

รวบแล้วไอ้โอม ก่อคดีข่มขืน-หลอกลวงนับร้อยคดี

พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผยผลงานของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล หลังติดตามไล่ล่ามารสังคม ที่ก่อเหตุหลอกลวงทรัพย์สิน ลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ และข่มขืน รวมกว่า 100 คดี

โดยเหยื่อได้รวมตัวตั้งเฟสบุ๊คในสังคมโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ติดตามไล่ล่าจนสามารถจับกุม นายชาคร บุญเชิญ อายุ 33 ปี ได้บริเวณหน้าอพาร์ทเม้นท์บ้านพิพัฒน์ ซอยลาดพร้าว 15 ก่อนที่จะทำการเข้าตรวจค้นภายในห้องพัก เลขที่ 705 พบของกลางเป็นจำนวนมาก ทั้งโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสะพาย บัตรประชาชนผู้เสียหาย 33 ใบ สมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม. 25 ใบ บัตรเอทีเอ็มที่ไม่มีรายชื่อ 38 ใบ

สำหรับนายชาคร ที่ถูกคนในสังคมโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คตั้งเฟสบุ๊คไล่ล่า มีประวัติในการหลอกเอาทรัพย์สินทั้งมีการโพสลงในเว็บไซด์พันทิพย์ว่าจะฆ่าตัวตาย จนมีผู้หลงเชื่อโพสให้กำลังใจจนเหยื่อวางใจ และนัดเจอกัน โดยหลอกนำทรัพย์สินมาถือเอง และหาจังหวะหลบหนี รวมถึงเหยื่อที่ถูกหลอกโดยอ้างนำทองคำไปจำนำ และให้เหยื่อไปไถ่เก็บไว้ และอาศัยจังหวะพาเหยื่อเข้าร้านทำผม ก่อนหลบหนี

นางสาวแดง นามสมมุติ หนึ่งในเหยื่อ เผยว่า รู้จักกับนายโอม ขณะเดินอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าย่านอโศก โดยนายโอม ทำทีตีสนิท และชักชวนเข้าไปทำผมในร้าน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเข้าไปทำผม จะอาศัยจังหวะเผลอ คว้าของมีค่าทั้งกระเป๋าสตางค์และโน๊ตบุ๊คหลบหนี

ขณะที่นางสาวฟ้า นามสมมุติ หนึ่งในเหยื่อ เปิดเผยว่า รู้จักนายโอมทางเว็บไซต์สยามหาคู่ดอทคอม และถูกหลอกให้ไปไถ่ทองคำที่จำนำไว้ และอาศัยจังหวะเผลอนำเงินมาถือเอง ก่อนที่จะหลบหนี ซึ่งรู้จักกันเพียงแค่วันเดียวสูญเงินไปจำนวน 80,000 บาท

ส่วนของนางสาวนัน (นามสมมุติ)ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ตามล่าไอ้โอม โดยรวบรวมผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเพื่อทำการรวบรวมหลักฐานทั้งรูปภาพ พฤติกรรม ไล่ล่าจนประสบความสำเร็จ ซึ่งคนที่ถูกหลอกต่างพบข้อความในเว็บฯพันธุ์ทิพย์ที่นายโอมโพสอยากฆ่าตัวตาย ซึ่งตนเองได้โพสให้กำลังใจจนหลงเชื่อและนัดเจอกัน และถูกหลอกให้ฝากของมีค่าไว้ จากนั้นมารสังคมรายนี้จะหลบหนี จึงทำการสร้างเฟสบุ๊คไล่ล่า โดยรวมกับเพื่อนในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คกว่า 2,500 รายไล่ล่า จนประสบความสำเร็จ

สำหรับประวัตินายชาคร บุญเชิญ มารสังคมรายนี้มีประวัติก่อคดีมากว่า 10 คดี โดยในปี 2546 ก่อคดีลักทรัพย์พื้นที่ สน.บางนา ,ปี 2548 ก่อคดีลักทรัพย์ที่ สน.บุคคโล ,ปี 2550 ก่อยักยอกทรัพย์ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ และก่อคดีลักทรัพย์ในพื้นที่ สภ.กาบเชิง และ สภ.บางกรวย และ สภ.บางเสาธง ในปี 2551 ก่อคดีลักทรัพย์ สน.บางยี่ขัน และข่มขืน ,ปี 2555 ก่อคดีลักทรัพย์ที่ สน.บางนา

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า มารสังคมรายนี้น่าจะก่อคดีมากว่า 100 คดี ซึ่งล่าสุดได้โทรศัพท์หลอกเหยื่อซึ่งถูกทุบรถเอาทรัพย์ในพื้นที่ สน.บางขุนนนท์ ให้โอนเงินจำนวน 60,000 บาท เพื่อแลกกับทรัพย์สินที่ถูกโขมยไป

……………………………………………………….

ด้านนายโอมกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดระหว่างแถลงข่าว โดยยอมรับสารภาพว่า ในส่วนคดีลักทรัพย์นั้นขอยอมรับในทุกกรณี  แต่ข้อหาข่มขืนนั้นยืนยันว่าไม่เคยทำ  เพราะหากจะพูดกันในทุกกรณี ลองดูจากภาพวงจรปิดสถานที่ต่างๆ ที่ตนเองพาผู้หญิงไปร่วมหลับนอนด้วย จะเห็นว่าตอนเดินออกมาจากห้องนั้นผู้หญิงเหล่านั้นคงไม่เดินจับมือตนเองออกมาด้วยดีหรือเดินออกมาด้วยท่าทีที่ปกติ

ผมยืนยันว่ามีผู้หญิงร่วมหลับนอนด้วยประมาณ 15 คนจริง แต่ไม่เคยข่มขืนใจ ส่วนวิธีการหลอกลวงต่างๆนั้นจะคิดเอาเองไม่ได้เลียนแบบใครโดยเข้าไปโพสต์ทางอินเตอร์เน็ตแล้วคุยกัน และนัดเจอกัน เอาเงินที่ได้ไปใช้จ่ายในครอบครัวผมมีภรรยาและมีลูก 1 คน ต้องส่งเสียให้เดือนละ 15,000 บาท

ก่อนหน้านี้เคยทำงานบริษัทและทำงานร้านอาหาร  แต่ช่วงหลังไม่ได้ทำ จึงใช้วิธีการนี้ทำมา 3 ปีแล้ว อยากให้ครอบครัวที่แตกแยกกลับมาอยู่รวมกันเหมือนเดิม   ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่าผมไปแอบอ้างเป็นลูกหลานนักการเมืองต่างๆนั้น

ผมไม่เคยพูด เพราะคนนามสกุลเทียนทอง หรืออะไรก็แล้วแต่ มีเยอะแยะไป เขาเข้าไปผิดไปเอง  ผมแค่บอกว่าผมนามสกุลเทียนทอง” นายโอมกล่าวด้วยสีหน้าตาเรียบเฉย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาตัวออกไปและถูก น.ส.หญิง เหยื่อผู้เสียหายตบหน้า 1 ที

ขอบคุณข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว / แนวหน้า / เฟซบุ๊ก ตามล่าไอ้โอม