บอย-โกสิยพงษ์รถชนที่สหรัฐโชคดีไร้เจ็บ

บอย-โกสิยพงษ์ นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุรถชนที่สหรัฐพร้อมลูก ขณะกำลังจะออกจากร้านสะดวกซื้อ โชคดีไร้เจ็บ ขณะที่เจ้าตัวโพสต์ แนะอย่าลืมชีวิตของคนที่อยู่ข้างๆ ควรดูแลและใส่ใจ

มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา บอย-โกสิยพงษ์ นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง ได้เกิดอุบัติเหตุถูกรถชนเข้าอย่างจังระหว่างที่กำลังจะขับรถออกจากซุปเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่ง ที่สหรัฐอเมริกา โชคดีที่เขาไม่เป็นอะไรมาก เนื่องจากอุปกรณ์เสริมภายในรถทำงานจนช่วยรักษาชีวิตเขาไว้ได้

โดย บอย โกสิยพงษ์ ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปผ่านเฟสบุ๊ค @ Boydkosiyabong เล่าเหตุการณ์สุดระทึกดังกล่าว ระบุว่า “เมื่อคืนผมและดีใจออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตใกล้ๆ บ้าน เพื่อจะเตรียมไว้เป็นอาหารเช้า ขากลับเกิดอุบัติเหตุ ขณะขับรถอยู่ก็มีรถอีกคนพุ่งมาอย่างเร็ว ชนเข้าที่ข้างคนขับ (คือผมเอง) เข้าอย่างจัง

ทำให้แอร์แบ็กด้านข้างทั้ง 2 ข้างทำงาน และประตูก็เสียหายจนเปิดไม่ได้ ขอบคุณพระเจ้าที่ผมและลูกสาว รวมถึงคู่กรณีปลอดภัยดี เราต่างตกลงกันได้ด้วยดี และคู่กรณีก็ยอมรับผิด และทางประกันก็รีบนำรถใหม่มาให้ใช้แทนภายในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผมกับลูกสาวกลับถึงบ้านกันอย่าง งงๆ กับเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็รู้สึกเพลียมากจนนอนหลับไป”

หลังจากนั้นอีกไม่นาน ผมตื่นขึ้นมาทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำให้รู้สึกขนลุกอย่างไม่รู้ตัว เพราะรถที่เข้ามาชนรถของผมแรงมาก จนทำให้นึกถึงคำสอนในไบเบิลที่ว่า ชีวิตของคนเราคล้ายกับ A Puff Of Smoke แค่แว็บเดียวเราอาจจะต้องจากไป หรือคนที่เรารักอาจจะต้องจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับมาก็เป็นได้ และเราอาจนึกเสียใจถ้ามีอีกหลายๆ อย่างที่ยังไม่ได้ทำให้กันและกัน

บ่อยครั้งที่ผมหมดเวลาไปกับการเตรียมอนาคตของครอบครัวเรา และก็มักจะเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากสำหรับผมให้เป็นข้ออ้างในการไม่เข้าร่วมกิจกรรมในหลายๆ ครั้งของโรงเรียนของลูกสาว และการร่วมไป Shopping กับภรรยา รวมทั้งการดูแลสุขภาพโดยไม่รู้สึกผิด

แต่ถ้าเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้จบสวยงานเหมือนที่เป็น ถ้าเกิดผมต้องเสียชีวิตไป ถ้าเกิดลูกสาวของผมเป็นอะไรไป ผมคงไม่มีโอกาสที่จะมาทบทวนและปรับปรุงแก้ไขเหมือนในตอนนี้ จึงอยากแบ่งปันเรื่องนี้ให้กับทุกคนที่ห่วงแต่ชีวิตในอนาคต แต่ลืมชีวิตข้างๆ เราในเวลาปัจจุบันเหมือนผมครับ ขอพระเจ้าอวยพรครับ

เจ๊ดาแฉ! พันธมิตรไล่ทักษิณ ถูกจ้างมา จับได้ไม่ใช่คนไทย

Mthainews: ผู้ใช้ที่ชื่อว่า go6tv เว็บไซต์ยูทูป มีการเผยแพร่คลิปเสียงที่อ้างว่า เป็นเสียงสัมภาษณ์ของ ดารุณี กฤตบุญญาลัย หรือเจ๊ดา แกนนำคนเสื้อแดง ถึงกรณีที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ พธม. ที่สหรัฐอเมริกา ก่อม็อบประท้วงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในประเทศสหรัฐ ว่า  ได้ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มคนดังกล่าวมีพฤติกรรมแปลกๆ และเชื่อว่า ม็อบพันธมิตร ที่ ซานฟรานซิสโกนั้น ไม่ใช่คนไทย

โดยในคลิประบุว่า ป้าดาไปซานฟรานซิสโกเป็นจุดแรก  ไปเตรียมพบคนไทยในร้านอาหารแห่งหนึ่ง  ร้านอาหารดังกล่าวตั้งอยู่สี่แยกถนน ประมาณหนึ่งทุ่มตรง เพื่อรอต้อนรับท่านทักษิณ ชินวัตรซึ่งจะมาถึงร้านอาหารประมาณทุ่มครึ่ง  เมื่อเดินลงจากรถ ป้าดายกมือไหว้ทักทายกลุ่มชุมนุมประท้วงพันธมิตร 

แต่ปรากฏว่าคนที่ยืนรอประท้วง ซึ่งหน้าตาคล้ายคนไทย กลับแสดงหน้าตาคล้ายกับไม่รู้จัก “ป้าดาเสื้อแดง” พร้อมแสดงหน้าตา “แปลกประหลาดใจกับเสื้อผ้าหน้าผม พร้อมวิกสีธงชาติ”ของป้าดา ถึงขนาดยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปด้วยอาการยิ้มแย้ม ป้าดาเริ่มสงสัยว่า  เอ๊ะ! เค้าคนไทยหรือเปล่า

จึงทดสอบเดินไปหากลุ่มคนดังกล่าวที่ประท้วงอยู่ฝั่งตรงข้าม  และยกมือชูแสดงรูปหัวใจ  พร้อมพูดภาษาไทย “สวัสดีค่ะ”ปรากฏว่ากลุ่มคนที่มาประท้วง กลับไม่ได้แสดงกิริยาโกรธแค้นหรือด่าทอ แต่กลับ “แสดงชูนิ้วรูปหัวใจ” พร้อมยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมพูดคุยกับป้าดาเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงจีนบ้าง สำเนียงลาวบ้าง และมีฝรั่งที่ยืนด้วยชูนิ้วแสดงรูปหัวใจ ในขณะที่ชูป้ายด่าทักษิณ

ซึ่งหลังจากนั้น ป้าดาจึงทราบว่า กลุ่มคนดังกล่าวที่มายกป้าย แต่แสดงกิริยาว่าไม่รู้จักเรานั้น ถูกจ้างมาในราคาชั่วโมงละ 20 เหรียญ และถูกสั่งว่า ให้ด่าทอหากเจอผู้ชายที่ลงจากรถหน้าตาเหมือนในป้ายประท้วง แต่เนื่องจาก “ป้าดา” เป็นผู้หญิงคนกลุ่มดังกล่าวจึงไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองตามคำสั่ง 

แต่ในกลุ่มคนชุมนุมดังกล่าวนั้น มีคนไทยอยู่จริงที่แสดงกิริยาหยาบคายและพูดภาษาไทยด่ากราดว่า “ด่าในหลวงทำไม ด่าในหลวงทำไม” ซึ่ง ป้าดาไม่ได้โต้ตอบ  ขณะที่ป้าดากำลังจะเดินข้ามถนนกลับมาหน้าร้านอาหาร ปรากฏมีหญิงคนหนึ่ง เดินมาผลักอกป้าดาจนเซ จนฝ่ายรักษาความปลอดภัยต้องรีบมากันป้าดาออกจากกลุ่มชุมนุมกลับเข้าไปยังร้านอาหารเพื่อความปลอดภัย

ส่วนในคลิป ป้าดาแฉพันธมิตรข้ามโลก 2 ป้าดายืนยัน  พันธมิตรขว้างปาทุบรถ โดนตำรวจจับจริงตอนเย็น และตอนกลางคืนก็โดนอีกกลุ่มหนึ่ง

ป้าดามาถึงงาน โดยจอดรถไว้บริเวณหน้าถนน ซึ่งห่างจากจุดจัดงานประมาณ 100 เมตร ในวันที่ 12 สิงหาคม 2555ป้าดาได้เดินทางไปถึงไทยทาวน์ สถานที่จัดงานเวลาประมาณ 14.00 น. มีกลุ่มพันธมิตร LA ยืนทั้งฝั่งตรงข้าม และจุดสถานที่จัดงาน ซึ่งปกติไม่ควรให้มายืนด้านหน้า แต่เขาจงใจหาเรื่อง

จึงมายืนถือป้ายหน้างานเพื่อคอยก่อกวน  สถานที่จัดงานดังกล่าวแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นแรกและชั้นสองที่คล้ายๆลานจอดรถ มีเสื้อแดงรวมกันทั้งหมดประมาณ800 คน ส่วนเสื้อเหลืองได้ขออนุญาตจัดชุมนุมจริง มีการขออนุญาต 50 คน  มีทีมงานรักษาความปลอดภัยประมาณ50 คน

ป้าดาสังเกตเห็นหน้าตาคนมาชุมนุม หลายๆคนเป็นคนเอเชีย แต่กลับทำสายตาประหลาดใจกับเสื้อผ้าของป้าดาที่ใส่เสื้อสีแดงภาพทักษิณ ป้าดารุ้สึกได้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้ส่วนมากไม่ได้แสดงกิริยาเกรี้ยวกราด จึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นคนไทย

จึงทดลองเดินไปยังกลุ่มพันธมิตรตรงข้าม พร้อมยกมือสวัสดีเป็นภาษาไทย ปรากฏว่ากลุ่มที่ยืนอยู่หลายคน กลับไม่ทักทายกลับเป็นภาษาไทย แต่กลับทักทายกลับมาเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงเอเชีย

ขณะที่กำลังยืนทักทายนั้น แกนนำที่พามาชายหญิงรีบเดินเข้ามาแสดงความเกรียดกราด  และเดินข้ามมาหาป้าดา ป้าดาจึงรีบเดินเลี่ยงออกมาโดยมีการ์ดคอยดูแลพาเข้าไปในงานทันที

ภายในงานดังกล่าว มีพันธมิตรบางส่วนแฝงตัวเข้ามาลงทะเบียนเป็นคนเสื้อแดงป่วนภายในงานหน้าเวที โดนจับได้จึงโดนจับตัวออกไปจากงาน เมื่อถึงเวลานัดหมาย 18.00 น. ทีมงานได้ปรึกษากันทดลองให้ทีมงานขับรถเข้ามาในงานสามคันเป็นรถเบนซ์ และรถโตโยต้า

ปรากฏว่ากลุ่มพันธมิตรได้ขว้างปาขวดน้ำ กรูเข้าไปถึงรถและทุบ ขนาดที่รถเบนซ์บุบทีมงานจึงได้มีการประเมินว่าท่านไม่ควรเข้ามาในงาน เพราะไม่ปลอดภัย และท่านจึงได้โฟนอินมาในงานแทน

หลังจากนั้นหนึ่งวัน ท่านเปิดโอกาสให้กลุ่มที่จัดงานรวมถึงเสื้อแดงบางส่วนไปพบท่านยังสถานที่พักพร้อมกล่าวเปิดใจว่าผมไม่กลัวอะไร แต่การที่พันธมิตรทำเช่นนี้เป็นผลเสียหายแก่ประเทศชาติมากกว่า อีกทั้งให้สัญญาว่า “จะกลับมาเยี่ยมพี่น้องสหรัฐอเมริกาใหม่”

ท้ายสุด ป้าดาได้สรุปชัดเจนว่า “มีการขว้างปาสิ่งของขวดน้ำจริง  มีการทุบรถเบนซ์จริง  มีพันธมิตรบางส่วนถูกจับจริงในช่วงเย็น และในช่วงค่ำ หลังเลิกงานแล้วเข้ามาจะรุมทำร้ายเสื้อแดงระหว่างเดินทางกลับ ตำรวจได้จับตัวไว้ได้จริงๆ”