แรงเงา ตบสนั่นจอ!! ความเป็นจริง สะท้อนปัญหาครอบครัวไทย

แรงเงา ตบสนั่นจอ!! ความเป็นจริง สะท้อนปัญหาครอบครัวไทย

เพียงไม่กี่ตอนที่ละครแรงเงาออก อากาศ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ก็เกิดเป็นกระแสร้อนแรงในโซเชียลเน็ตเวิร์ค อย่างเว็บไซต์เฟ้ซบุ้ค ที่ต่างก็มีการพูดถึงฉากร้อนแรง ตบตี ปะทะคารมกันอย่างเมามัน ปรากฎการณ์เช่นนี้ไม่ต่างจากปีก่อนที่ละคร ดอกส้มสีทอง สร้างกระแสร้อนแรง ด้วยภาพตัวละคร เนื้อหาที่รุนแรง จนกระทั่งชี้ให้เห็นถึงปัญหาครอบครัวไทย บางส่วนร้องเรียนกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ระบุว่า ละครมีเนื้อหาไม่เหมาะสมต่อเด็กและเยาวชน

เป็นที่มาของการเสนอให้มีการฉายละคร ช่วงหลัง 22.30 น.แม้ว่าทางผู้จัดเองจะมองว่า คำพูดของตัวละครจะแฝงแง่คิด  ให้มองจุดดีของละครมาปรับใช้ก็ตาม แต่แล้วสุดท้ายละครเรื่องดอกส้มสีทอง ก็ต้องถูกหั่นฉากบางส่วนที่ไม่เหมาะสมออกไป

มาถึงละครแรงเงา ที่เดาได้ไม่ยากว่า จะต้องมีมูลนิธิ กลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว คราวนี้เป็นคิวของ “มูลนิธิหญิงไทยก้าวไกล”อ้างว่า ภาพและเนื้อหาของผู้หญิงไล่ตบกันแบบนี้ไม่ควรมี

สำหรับละครเรื่องแรงเงา เป็นเรื่องของความไม่ลงรอย ระหว่างเมียหลวง เมียน้อย โดยมีผอ.สามีตัวแสบ เป็นตัวกลาง สิ่งที่คนดูเฝ้ารอชม หนีไม่พ้นฉากตบ ของ “ธัญญ่า” ธัญญาเรศ เองตระกูล สวมบทบาท “เมียหลวงสุดโหด”ขณะ ที่ผู้ชมที่อินไปกับละคร ต่างเชียร์ให้มุนินทร์ ซึ่งปลอมตัวมาเป็น มุตตา ที่ถูกข่มเหง ตบตี ทำร้าย ให้มีการแก้แค้นอย่างสาสม ฉากเหล่านี้จึงเป็นที่ชื่นชอบของคนในสังคม เพราะได้ทั้งอรรถรส และความสะใจ

แต่ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าละครโทรทัศน์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้ชม พฤติกรรมการแสดงในบทละครอาจจะทำให้เกิดค่านิยมที่ผิดๆ ในสังคมไทย อาทิ การใช้ความรุนแรง การใช้คำพูดรุนแรง ที่จะหล่อหลอม ซึมซับพฤติกรรมจากสื่อ ให้มองเป็นเรื่องปกติในสังคม แม้ว่าจะมีการจัดเรตละคร น18+ แต่ความเป็นจริงนั้นควบคุมได้ยาก

เหตุผลของนาย จเด็จ เชาน์วิไล ผู้อำนวยการ มูลนิธิหญิงไทยก้าวไกล นั้นเป็นความจริงทั้งหมด โดยระบุว่า ละครแรงเงา ตอกย้ำค่านิยมเดิมๆ เกี่ยวกับผู้ชายเป็นใหญ่ในครอบครัว และมีภรรยาได้หลายคน  วนเวียนอยู่แต่กับการใช้ความรุนแรง ใช้ภาพตบตีอย่างชัดเจน ซึ่งทางออกระยะสั้น เสนอว่า วธ.ต้องตรวจสอบมาตรการเรื่องเรตติ้ง เพราะคนดูยังเป็นเยาวชน และละครควรฉายดึกกว่านี้ เวลา 22.00 น.ขึ้นไปที่เด็กเข้านอนแล้ว ส่วนระยะยาว เรื่องกฎหมายต้องมีมาตรการปฏิรูปสื่อ ซึ่งขยายจากประเด็นละครไปถึงสื่อโฆษณาที่ไม่สร้างสรรค์

เดาไม่ยากเช่นกันที่ว่า การออกมาเคลื่อนไหวของ มูลนิธิหญิงไทยก้าวไกล จะต้องถูกรุมวิจารณ์อย่างหนัก บนโลกออนไลน์ ซึ่งจะต้องมองมุมกลับด้วยว่า ละคร ให้ความบันเทิง ควรรับเอาแต่สิ่งที่เป็นด้านดี มีประโยชน์ มาปรับใช้ เพราะความเป็นจริงแล้ว สังคมไม่ได้สวยหรู หากแต่บละครสะท้อนทั้งด้านดี ด้านมืด แฝงแง่คิดที่ตัวละครหลักต่างก็มีเงาด้านมืด กันทุกคน

หากมองตื้นๆ ผิวเผินเอาความบันเทิง ก็คงเป็นการตบตี แก้แค้น แย่งชิง ไม่ต่างจากละครเรื่องอื่นๆ

ทว่า ละครแรงเงา ชี้ให้เห็นถึงปัญหาครอบครัวไทย ซึ่งเป็นปัญหาในสังคมไทยมาเนิ่นนาน แทนที่จะทำให้ภาพลักษณ์หญิงไทยเสียหาย แต่นี่เป็นการสะท้อน สอนให้หญิงไทยเห็นบทเรียน ของการเป็นเมียน้อยได้เป็นอย่างดี ว่าจุดจบไม่ได้สวยหรู นี่คือสิ่งที่ละครก็นำเสนออกมา

เป็นโจทย์ให้คิดตาม ใครอยากจะเป็นเมียน้อย ก็ต้องคอยรับกรรม

ขึ้นชื่อว่า “ละคร” ก็คือละคร เชื่อว่าคนไทยแยกแยะและเข้าใจ แต่หากจะทำให้ภาพลักษณ์หญิงไทยเสื่อมเสีย เด็กเลียนแบบพฤติกรรมตบตี แย่งสามีคนอื่น ก็อดคิดไม่ได้ว่า  ทุกวันนี้สังคมไทยก็ไม่ได้เป็นสังคมอุดมคติ เปี่ยมด้วยคุณธรรมเสมอไป  ความเลวร้าย เงาด้านมืดของสังคมมีให้เห็นเป็นข่าวจนชินตา และเหล่านั้นก็ไม่ใช่เพียงเพราะสื่อเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังรวมถึงสถาบันครอบครัว การศึกษา และตนเอง ที่จะขัดเกลาความคิด สั่งสอน รู้ผิดชอบชั่วดี ใช้ชีวิตในสังคมเช่นไร

ระทึก!! แท็กซี่สีชมพูเจ้าเก่า ขับรถปาดหน้าขบวนนายกฯ


ภาพ และคลิป จาก @Wiroon_PJ

Mthai News
แท็กซี่สีชมพูหมายเลขทะเบียน ทย-9522 ขับปาดขบวนนายกฯ ขณะจะไปเมืองทองธานี และไล่ตามตั้งแต่ลานพระรูปถึงหน้าสนามม้านางเลิ้ง ชนรถข่าวเสียหายเล็กน้อย2คัน

เบื้องต้นทราบว่า คนขับรถแท็กซี่คือ นายพงศ์พิชาญ ธนาภิรพงษ์ ที่เคยก่อเหตุบุกสภาใช้มีดจี้คอตัวเองและมักจะไปประท้วงตามสถานที่ราชการ เช่น รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องในเรื่องเงินเยียวยาจากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง ซึ่งล่าสุดตำรวจได้ควบคุมตัวไปไว้ที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อสอบสวนแล้ว