สงกรานต์สีลมป่วนเจ็บ4 บก.จร.จับแว้น228คัน

วันสงกรานต์ เดือด โจ๋ปากระจับใส่กัน ระเบิดกลางถ.สีลมเจ็บ4 แก๊งเด็กแว้น กว่า 100 คัน ล้อมตำรวจที่ตั้งด่านหลังไม่พอใจที่ให้ยุติการเล่นน้ำ ขณะตำรวจจับแก๊งซิ่ง ยึด จยย.ร่วม 150 คัน หลังแข่งซิ่งบนทางสาธารณะ สงกรานต์

เกิด เหตุระเบิดที่ ถ.สีลม หน้าอาคารศรีบุญเรือง ปากซอยคอนแวนต์ โดยที่เกิดเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 2 ราย ทราบชื่อ คือ น.ส.อรปรียา รัตน์ประยูร อายุ 19 ปี นายณัฐรุจน์ สวรรค์ชิด อายุ 18 ปี นายเจี๊ยบ นามสมมติ อายุ 17 ปี และ น.ส.ฐาปนา อนุรินรส อายุ 18 ปี โดยแต่ละรายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกสะเก็ดของกระจับ เข้าที่บริเวณสีข้าง เท้า และมีอาการหูอื้อ รวมถึงมีอาการเป็นลมด้วย เจ้าหน้าที่ทยอยนำส่ง ร.พ.ตำรวจ และ ร.พ.เลิดสิน แล้ว และในที่เกิดเหตุมีเศษของกระจับ สีน้ำตาลตกอยู่กระจัดกระจาย  เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบ สวนทราบว่า ขณะที่ เจ้าหน้าที่ ทยอยให้กลุ่มนักท่องเที่ยว ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ออกจากถนนสีลมนั้น ได้มีกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ 7-8 คน ยืนอยู่ แล้วขว้างกระจับเข้ามา ตรงจุดที่ผู้เสียหายอยู่ ส่งผลทำให้เกิดระเบิดขึ้น และมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

แก๊งเด็กแว้น ล้อมตำรวจ ตั้งด่านถ.สีลม

เจ้า หน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก สน.ทุ่งมหาเมฆ สนธิกำลัง ตั้งด่านตรวจ ตลอดแนวถนนสีลม เพื่อระบายกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ให้เดินทางกลับบ้านและ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เข้ามาทำความสะอาด พร้อมทั้งมีการตรวจจับ กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เมาสุราแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย สร้างความไม่พอใจ ให้กับกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มเด็กแว้น เพราะเมื่อปีที่ผ่านมา สามารถเล่นน้ำสงกรานต์ได้ถึง 02.00 น. จึงรวมตัวกันโห่ไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับนำรถจักรยานยนต์กว่า 100 คัน มาล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ไม่ยอมให้จับกุม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ ให้ออกจากถนนสีลม และเสริมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลความเรียบร้อย ล่าสุด สามารถตกลงกันได้ และแยกย้ายกลับบ้านกันหมดแล้ว

ทางด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว เพื่อขอความร่วมมือให้ยุติการเล่นน้ำสงกรานต์ ในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. และให้เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เข้ามาทำความสะอาด เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้ผู้ใช้รถสามารถสัญจรได้ ไม่เกิน 01.00 น. พร้อมกันนี้ ยังต้องมีการกวดขันวินัยการจราจร ให้เข้มงวดป้องกันปัญหาอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

รัวยิงหนุ่มกลับเที่ยวสงกรานต์อ้วกใส่รถ

โชเฟอร์แท็กซี่ โหด รัวยิงหนุ่มกลับจากเที่ยวสงกรานต์ ตลาด อตก. ปางตาย ฉุน! เมาแล้วอ้วกใส่รถ สงกรานต์

เมื่อ เวลา 02.00 – 03.00 น. ที่ผ่านมา ผู้ใช้ อินสตาแกรม (Ake-chaos) ได้โพสต์ข้อความว่า มีผู้โดยสารถูกโชเฟอร์แท็กซี่ ใช้อาวุธปืนยิง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจาก ผู้โดยสารเมาสุราและอ้วกใส่รถ โดยในอินสตาแกรม ระบุว่า @martinfranch ได้เรียกรถแท็กซี่ เพื่อให้ไปส่งบ้านจาก อตก. ไปท่าเกษตร-บางแค ระหว่างทาง บิ๊ก เกิดอาการเวียนหัว อันเนื่องจากมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ จึงอาเจียนในรถ ทำให้โชเฟอร์โมโหและลากลงจากรถ บริเวณประดิพัทธ์-สามเสน และทะเลาะวิวาทขั้นชกต่อย

แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันและเกินกว่าเหตุได้เกิดขึ้น โดยโชเฟอร์ได้นำปืนที่พกไว้ในรถมายิงบริเวณกลางหน้าอกและหนีไปส่วนอาการ บาดเจ็บ ล่าสุด แพทย์ ร.พ.วชิรพยาบาล ระบุ ปอดทั้ง 2 ข้าง ทะลุ จึงต้องมีการผ่าตัด สอดสายระบายเลือดที่ปอดทั้ง 2 ข้าง มีบาดแผลที่หน้าอกและแขน รวม 4 แห่ง มีบาดแผลจากการถูกชกต่อย บริเวณใบหน้าและแขนเล็กน้อย ล่าสุด ผู้บาดเจ็บ พ้นขีดอันตรายแล้ว สามาารถสื่อสารตอบโต้ได้เล็กน้อย แพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ มอร์ฟินและน้ำเกลือในการรักษา โดยสั่งงดอาหารและน้ำ เพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด

ปภ.สรุป7วันอันตรายสงกรานต์3วันตายแล้ว173เจ็บ1526

รองอธิบดี ปภ. สรุปสงกรานต์ วันที่ 3 ยอดอุบัติเหตุ รวม 1,447 ครั้ง บาดเจ็บ 1,526 ราย เสียชีวิต 173 ราย สาเหตุเมาแล้วขับ ยังสูงสุด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แชมป์ 5 ศพ สงกรานต์

นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้สรุปตัวเลขอุบัติเหตุอย่างไม่เป็นทางการใน 24 ชั่วโมง วันที่ 3 เกิดอุบัติเหตุรวม  656 ครั้ง เสียชีวิตรวม 73 ราย บาดเจ็บ 688 ราย

ส่วน ยอดสะสม 3 วันที่ผ่านมา พบเกิดอุบัติเหตุ 1,447 ครั้ง ลดลงจากปีที่ผ่านมา 107 ครั้ง ยอดผู้เสียชีวิตรวม 173 ราย เพิ่มขึ้น 29 ราย  บาดเจ็บ 1,526 ราย จังหวัดที่มียอดสะสมอุบัติเหตุสูงสุด คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5 ราย อุบัติเหตุมากที่สุด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราชราช 25 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 27 ราย

ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมาจากเมาแล้วขับ รองลงมา คือ ขับรถเร็ว และพาหนะที่พบส่วนใหญ่คือ รถจักรยานยนต์