ผู้การทางหลวง เผย ถนนสายเอเชีย ปริมาณรถมาก คาด บ่ายนี้เยอะขึ้น – สั่งตำรวจกว่า 2 พันนาย รับมือ ขณะที่ ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. คาด พรุ่งนี้คนแห่กลับสงกรานต์แน่น มั่นใจ ไม่ตกค้าง ด้าน บขส. ยัน มีรถพอ สั่งห้ามขายตั๋วรถเสริมก่อนถึงสถานี

พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงบรรยากาศของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า ในช่วงเช้าวันนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ช่วง จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณต่างระดับ จากถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าเข้าถนนสายเอเชีย เริ่มมีปริมาณรถมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าสระบุรี ปริมาณรถยังคงคล่องตัว แต่คาดว่าปริมาณรถจะเพิ่มเต็มที่ในช่วงบ่ายของวันนี้
ส่วนถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าอีสานนั้น ยังไม่เป็นปัญหา โดยในปีนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเปิดช่องทางพิเศษ ย้อนเลน ตั้งแต่ช่วงทับกวาง กม.ที่ 17 ไปถึงปากช่อง ซึ่งคาดว่าจะเปิดได้ในช่วงเย็นวันนี้ หรือหากมีปริมาณรถหนาแน่น ก็จะเปิดเพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนทันที สำหรับจุดที่น่าเป็นห่วง คือ ถนนพหลโยธิน กม.ที่ 85 ช่วงคลองระพีพัฒน์ โดยกรมทางหลวง ปิดช่องทางคู่ขนานทั้งสองฝั่ง ทั้งขาไปและขากลับ เพื่อปรับปรุงพื้นถนน จึงแนะนำให้ใช้เส้นทางเลี่ยง คือ ก่อนถึงคลองระพีพัฒน์ ประมาณ กม.ที่ 83 จะมีทางเบี่ยงซ้าย เพื่อ
ไปยังเส้นทางหลวงหมายเลข 309 หรือถนนพหลโยธินสายเก่าแทน สามารถวิ่งไปสู่ภาคเหนือได้ ซึ่งจะมีป้ายบอกทางตลอด
นอกจากนี้ ตำรวจทางหลวง ได้มีการตั้งจุดตรวจและจุดให้บริการรวม 161 จุด เพื่อบริการประชาชน พร้อมทั้งอำนวยการจราจรตลอดเส้นทาง อีกทั้ง กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กว่า 2,000 นาย ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะดื่มแอลกอฮอล์บนรถ หากพบจะถูกดำเนินคดีไม่มียกเว้น
อย่างไรก็ตาม ฝากถึงประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ให้วางแผนการเดินทาง เตรียมความพร้อมของร่างกาย และตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
สายเอเชียรถมาก-รฟท.คาด12เม.ย.คนแน่นไม่ตกค้าง
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ผ่านรายการ เปิดข่าวเด่น เจาะประเด็นดัง ทางจานดาวเทียม IPM ช่อง 26 ว่า การเดินทางของประชาชนเพื่อกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีความหนาแน่นมากที่สุดในวันพรุ่งนี้ (12 เม.ย.) ซึ่งการรถไฟฯ ได้มีการเตรียมความพร้อม ทั้งขบวนรถที่จะเข้ามาเสริม โดยมั่นใจว่า จะไม่มีประชาชนตกค้างที่สถานีรถไฟอย่างแน่นอน ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เพื่อมาดูแลความปลอดภัยของสถานีและขบวนรถอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตัวรถ รวมถึง
ระบบราง ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
สำหรับการดูแลความปลอดภัยสถานีและรถไฟทางภาคใต้นั้น นายประภัสร์ กล่าวว่า ทางการรถไฟฯ ได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกัน โดยเชื่อว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น เพราะรถไฟถือว่าเป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนทางภาคใต้ ใช้เดินทางอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ก็จะตั้งอยู่บนความไม่ประมาท




