เด้งแล้ว ตร.ดินแดงพาสาวเข้าม่านรูด-รตต.ข่มขืนสาวลาว

คลิปตำรวจ วิ่งหนีทำไม

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ลงดาบให้ ด.ต. สน.ดินแดง พาสาวเข้าม่านรูด ออกจากราชการไว้ก่อน เจ้าตัวขอเข้ารายงานตัวพรุ่งนี้ ส่วน คดีที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ข่มขืนสาวลาว มีมูลความผิดจริง จึงมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเช่นกัน

คลิปตำรวจ วิ่งหนีทำไม

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในเว็บไซต์
ซึ่งตำรวจยัดยาหญิงสาว และพาเข้าโรงแรม ในพื้นที่ของ สน.ดินแดง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ถึงพฤติกรรม
ของตำรวจ ว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงไปแล้ว และได้สั่งการให้ ด.ต.วรวิทย์
นุกูลกิจ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ดินแดง ซึ่งปรากฏในคลิปขณะนี้ อยู่ระหว่างการลาราชการ ให้
ออกจากราชการไว้ก่อน และรอตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้ ได้รับการติดต่อจาก ดาบตำรวจคนดังกล่าว
แล้วว่าจะเข้ารายงานตัวในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากครบกำหนดวันลาตามระเบียบ

ด้าน พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการำตรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของผู้เสียหายยัง
ไม่สามารถติดตามตัวได้ ส่วนตำรวจอีก 2 นาย ที่เข้าไปช่วยเหลือพา ด.ต.วรวิทย์ ออกจากพื้นที่ตามคลิปเชื่อว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

แต่ก็ต้องตรวจสอบต่อไปนอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังกล่าวถึงคดีที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนสาวลาว พบว่าส่วนของ ร.ต.ต.ธาตรี สืบสมาน ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ที่ตกเป็นผู้ต้องหา มีมูลความผิดจริง จึงมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเช่นกัน และยังไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด

————————————————————————-

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

1132

ตร.ฉาว ว่อนเน็ต คลิปตำรวจ วิ่งหนีทำไม

แดงจี้หยุดจ่ายเงินเดือน9ตลก.รธน.-ปชช.ให้กำลังใจศาล

เสื้อแดงบุกกองปราบ พร้อมเตรียมยื่นสำนักงบฯหยุดจ่ายเงินเดือน”วสันต์ – ชัช” ระบุ ยุติชุมนุมต่อเมื่อตุลาการทั้ง 9 ลาออก  ขณะ องค์กรปกป้องมาตุภูมิ ยื่น จม. ให้กำลังใจศาล รธน. ด้าน ผบ.ทบ. ห่วง แดงกดดันศาล ขออย่าทำผิดกฎหมาย

คนเสื้อแดง

แกนนำสื่อกลุ่มวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ที่มาชุมนุมขับไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ในวันนี้เวลาประมาณ 14.00 น. ที่ทางกลุ่มจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณนั้น ก็เพื่อที่จะขอให้หยุดการจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนต่อ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ นายชัช ชลวร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากทั้ง 2 คน อาจมีการบิดเบือนพระบรมราชโองการ พร้อมกันนี้ยังกล่าวว่า จะยุติการชุมนุมก็ต่อเมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ลาออกจากการทำหน้าที่เท่านั้น โดยในวันพรุ่งนี้ ทางกลุ่มจะยื่นหนังสือถึงตุลาการอีกครั้ง เพื่อทวงถามและให้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างไรก็ตามในวันนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการสั่งการให้ติดตั้งกล้อง
วงจรปิด เพื่อคอยสังเกตการชุมนุมด้วย

เสื้อแดง บุกกองปราบ จี้ เอาผิด 9 ตลก.

พันตำรวจตรีเสงี่ยม สำราญรัตน์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ พันตำรวจเอกประสพโชค พร้อมมูล ร้องผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ในความผิดตามประประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 มาตรา 114 และมาตรา 116 โดย พันตำรวจตรีเสงี่ยม กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้กระทำผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร จากการที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติรับคำร้องของ พลเอกสมเจตน์ บุญถนอม , นายวันธงชัย ชำนาญกิจ , นายวิรัตน์ กัลยาศิริ , นายวรินทร์ เทียมจรัส , นายบวร ยสินทร ตามมาตรา 68 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจ

ด้าน พันตำรวจเอกประสพโชค กล่าวว่า รับเรื่องดังกล่าวไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

องค์กรปกป้องมาตุภูมิ ยื่น จม. ให้กำลังใจศาล รธน.

บรรยากาศที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ กลุ่มองค์กรพิทักษ์ปกป้องมาตุภูมิแห่งประเทศไทย นำโดย นายวิรัตน์ รัตนชาติ ผู้ประสานงานองค์กรดังกล่าว ได้ยื่นจดหมายให้กำลังใจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านทาง นางอรรถพร เลาหสุรโยธิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานทั่วไป ศาลรัฐธรรนูญ แล้ว โดยกลุ่มดังกล่าวเห็นว่า ที่ผ่านมามีการคุกคาม ข่มขู่ศาล ซึ่งจะเป็นเหตุทำให้เกิดความอยุติธรรม ทางกลุ่มจึงได้ขอแสดงเจตจำนงที่จะยืนหยัดต่อ้ เพื่อปกป้องศาลรัฐธรรมนูญ ต่อไป

ผบ.ทบ. ห่วง แดงกดดันศาล ขออย่าทำผิดกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง ปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่า ทุกฝ่ายมีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ ซึ่งส่วนตัวก็มีความเป็นห่วงเช่นกัน อย่างไรก็ตามต้องไปหาช่องทางว่า จะหาทางออกเรื่องนี้ได้อย่างไร ทั้งนี้ขอร้องทุกคนในสังคมว่า อย่ากระทำการอะไรที่ผิดกฎหมายเพราะจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับคนรุ่นหลังเพราะบ้านเมืองของเราต้องมีกฎหมายไว้ควบคุมสังคม และอย่าเอาทหารไปอยู่ในความขัดแย้งด้วย

ยิ่งลักษณ์ ซัด รธน.50 จำกัดกรอบประชาธิปไตย

ในเพจเฟสบุ๊คของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการเผยแพร่ปาฐกถาพิเศษของนายกรัฐมนตรี ที่ได้กล่าวระหว่างการประชุมประชาคมประชาธิปไตย อูลัน บาตอ, มองโกเลีย 29 เมษายน 2013

โดยเนื้อหาหลักได้ระบุถึงการพัฒนาการประชาธิปไตยในประเทศไทย รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเกิดขึ้น และเดินหน้าต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี50 เป็นการกำจัดประชาธิปไตยในประเทศ และยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลไทย หวังว่าผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย 91 ศพในปี 2553 และความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ส่วนคำปาฐกถาพิเศษทั้งหมดนั้นมีใจความดังนี้

ดิฉันขอเริ่มด้วยการขอบคุณท่านประธานาธิบดีแห่งมองโกเลียที่ได้เชิญให้ดิฉันมาปาฐกถา ณ การประชุมประชาคมประชาธิปไตยแห่งนี้

ดิฉันได้ตอบรับเชิญไม่เพียงเพราะดิฉันต้องการที่จะได้มีโอกาสเยือนมองโกเลียประเทศ ที่ประสบความสำเร็จในความเป็นประชาธิปไตย หรือไม่ได้มาเพียงที่จะได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย

แต่ดิฉันเดินทางมาที่นี่เพราะความเป็นประชาธิปไตยมีความสำคัญต่อดิฉันอย่างมากและที่สำคัญยิ่งกว่าคือความไม่เป็นประชาธิปไตยมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศบ้านเกิดของดิฉัน ประเทศไทยที่ดิฉันรัก

ประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่เป็นแนวคิดอุดมการณ์ใหม่ในช่วงเวลาที่ผ่านมายาวนานแนวทางประชาธิปไตยได้นำมาซึ่งความก้าวหน้าและความหวังสำหรับผู้คนจำนวนมาก และในขณะเดียวกันผู้คนจำนวนมากได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาและสร้างความเป็นประชาธิปไตย

เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ารัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ไม่ได้ได้มาฟรีๆ สิทธิ เสรีภาพและความเชื่อที่ว่า มนุษย์ทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิงมีความเท่าเทียมกันนั้นได้มาด้วยการต่อสู้และที่น่าเศร้าใจคือ ทำให้ต้องมีผู้เสียชีวิต

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นหรือ? ก็เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยในโลกนี้ที่ไม่เชื่อในแนวคิดประชาธิปไตย คนเหล่านี้พร้อมที่จะให้ได้มาด้วยอำนาจและด้วยการกดขี่การมีเสรีภาพนั่นหมายความว่าพวกเขาพร้อมที่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น

เขาไม่เคารพสิทธิมนุษยชนหรือความเสรีภาพพวกเขาพร้อมจะใช้กำลังเพื่อกดขี่ให้คนอยู่ใต้อำนาจ และยังใช้อำนาจในทางที่ผิด สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นในอดีตและยังคงท้าทายเราทุกคนในปัจจุบัน

มีหลายประเทศที่ความเป็นประชาธิปไตยได้หยั่งรากลึกแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและเป็นความรู้สึกสดชื่นที่ได้เห็นกระแสประชาธิปไตยที่นำความเปลี่ยนแปลงสู่ประเทศต่างๆ

จากปรากฏการณ์อาหรับสปริงค์ถึงช่วงผ่านเปลี่ยนในเมียนมาร์ภายใต้ผลักดันของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศของดิฉัน ด้วยพลังของประชาชนคนไทยที่ทำให้ดิฉันมายืนอยู่ที่นี่ได้ในวันนี้

ในระดับภูมิภาคหลักการสำคัญๆ ในปฏิญญาอาเซียนก็ยึดมั่นในหลักนิติธรรม, ประชาธิปไตยและรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย แต่ในขณะเดียวกันเราทุกคนต้องระมัดระวังว่าแรงปฏิกิริยาต่อต้านประชาธิปไตยไม่เคยที่จะถดถอยลดน้อยลง ดิฉันขอยกเรื่องของดิฉันเองเป็นอุทาหรณ์

ในปี1997 ประเทศไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งร่างขึ้นโดยที่ประชาชนมีส่วนร่วม เราทุกคนคิดว่ายุคใหม่ของประชาธิปไตยไทยมาถึงแล้วและจะเป็นยุคสมัยที่ไร้การรัฐประหาร

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งถึงสองครั้งสองหนด้วยเสียงส่วนใหญ่ถูกล้มลงในปี 2006 ประเทศไทยเสมือนรถไฟตกรางและประชาชนคนไทยใช้เวลาเกือบ10 ปีกว่าที่จะได้เสรีภาพแห่งประชาธิปไตยกลับคืนมา

หลายคนที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้รู้ว่ารัฐบาลที่ดิฉันพูดถึงคือรัฐบาลที่พี่ชายของดิฉันพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หลายคนที่ไม่รู้จักดิฉันอาจบอกว่า เธอจะบ่นไปทำไม? เป็นเรื่องปกติในกระบวนการการเมืองที่รัฐบาลมาแล้วก็ไปซึ่งหากตัวดิฉันและครอบครัวของดิฉันต้องเจ็บปวดแต่ฝ่ายเดียว ดิฉันก็คงจะปล่อยวาง

แต่นั่นก็ไม่ใช่ความเป็นไปที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหารประเทศไทยต้องถอยหลังและสูญเสียความน่าเชื่อถือต่อนานาชาติ หลักนิติธรรมและกระบวนการกฎหมายถูกทำลาย โครงการและแผนงานที่พี่ชายของดิฉันริเริ่มตามที่ประชาชนต้องการถูกยกเลิกประชาชนเกิดความรู้สึกว่าสิทธิเสรีภาพของเขาถูกปล้นไป

คำว่า“ไทย” หมายความว่า “อิสระ” และประชาชนคนไทยก็ได้ลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ได้เสรีภาพคืนมาแต่ในเดือนพฤษภาคม 2553 มีการสลายการชุมนุมของผู้เรียกร้องกลุ่มคนเสื้อแดง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง91 คนในใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ

คนบริสุทธิ์ถูกลอบยิงโดยสไนป์เปอร์แกนนำการชุมนุมต้องติดคุกหรือหลบหนีไปต่างประเทศ และแม้แต่ทุกวันนี้ยังคงมีเหยื่อทางการเมืองจากการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่ติดคุกอยู่

ประชาชนคนไทยไม่ท้อถอยและยืนยันที่จะเดินไปข้างหน้าจนในที่สุดรัฐบาลในขณะนั้นต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งก็มีฝ่ายปฏิกิริยาต่อต้านประชาธิปไตยที่เชื่อว่าจะบริหารจัดการและบิดเบือนเจตนารมณ์ประชาธิปไตยได้ต่อแต่ในที่สุดพวกเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความต้องการของประชาชนได้ดิฉันได้รับการเลือกตั้งด้วยเสียงส่วนใหญ่ขอประเทศ

แต่เรื่องราวนั้นยังไม่จบ มีความชัดเจนว่าผู้ที่มีปฏิกิริยาต่อต้านประชาธิปไตยยังคงอยู่รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นในรัฐบาลภายใต้คณะรัฐประหารได้ใส่กลไกที่ตีกรอบเพื่อจำกัดความเป็นประชาธิปไตย

ตัวอย่างหนึ่งที่ดีในประเด็นนี้จะเห็นได้จากที่จำนวนครึ่งหนึ่งของวุฒิสภาไทยมาจากการเลือกตั้ง แต่อีกครึ่งหนึ่งกลับได้รับการแต่งตั้งโดยกลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง

ยิ่งกว่านั้น กลไกที่เรียกว่าองค์กรอิสระได้ใช้อำนาจเกินขอบเขตแทนประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงเป็นการดำเนินการเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหนึ่งมากกว่าเพื่อคนส่วนใหญ่ของสังคมนี่คือความท้ายทายของประชาธิปไตยไทยในปัจจุบัน

ดิฉันนั้นต้องการเห็นความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศไทยและประชาธิปไตยของไทยพัฒนาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยหลักนิติธรรมและกระบวนการทางกฎหมายที่แข็งแรงมีขั้นตอนที่ชัดเจนโปร่งใส

และเมื่อนั้นทุกคนจะสามารถมั่นใจได้ว่าเขาจะได้รับการดูแลที่ยุติธรรมเจตจำนงนี้ ดิฉันได้แสดงออกโดยประกาศเป็นนโยบายต่อที่ประชุมของรัฐสภาก่อนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

ความมีประชาธิปไตยทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองเกิดสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดการลงทุน นำมาสู่การสร้างงานสร้างรายได้ที่สำคัญดิฉันเชื่อว่าเสรีภาพทางการเมืองเป็นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและนำมาซึ่งการลดช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนจนคนรวย

นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นความสำคัญที่จะต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับประชาชนในระดับรากหญ้าเราจะต้องเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา เพราะการศึกษาสร้างโอกาสด้วยความรู้ และปลูกฝังวัฒนธรรมทางประชาธิปไตยในวิถีชีวิตของประชาชน

เมื่อประชาชนมีความรู้ประชาชนจะสามารถตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและสามารถปกป้องความเชื่อของตนจากผู้ที่ต้องการกดขี่และนี่คือเหตุผลที่ประเทศไทยสนับสนุนข้อเสนอของมองโกเลียในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติเกี่ยวกับการศึกษาและประชาธิปไตย

การลดช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนก็สำคัญเช่นกันมนุษย์ทุกคนควรมีโอกาสที่เท่าเทียมกันเราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สิ่งนี้จะทำให้ประชาชนเป็นผู้มีส่วนร่วมที่แท้จริงในการพัฒนาเศรษฐกิจและเสริมสร้างประชาธิปไตยของประเทศ

นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลต้องริเริ่มนโยบายที่จะเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสร้างชีวิตที่ดีกว่าและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ดิฉันได้เริ่มต้นไว้หลายโครงการ รวมถึงการสร้างกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และวิสาหกิจขนดกลางขนาดย่อม ในขณะที่ได้กำหนดมาตรการยกระดับรายได้ของเกษตรกร

และดิฉันเชื่อว่าเราต้องการการนำที่มีประสิทธิภาพและมีความสร้างสรรค์ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและหลักนิติธรรมตลอดจนความสร้างสรรค์ในการหาทางออกที่สันติในการแก้ไขปัญหาของประชาชน

เราต้องการการนำที่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในซีกรัฐบาลแต่ในฝ่ายค้านและประชาชนทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนต้องเคารพกฎหมายและช่วยกันสร้างประชาธิปไตย

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ,

อีกบทเรียนที่ได้เรียนรู้คือเพื่อนในต่างประเทศมีความสำคัญการกดดันจากนานาชาติที่เชื่อในระบอบประชาธิปไตยทำให้กระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยคงอยู่ได้การคว่ำบาตรและการไม่ยอมรับเป็นกลไกที่สำคัญที่จะหยุดกระบวนการปฏิกิริยาที่ต่อต้านประชาธิปไตย

เวทีนานาชาติอย่างประชาคมประชาธิปไตยแห่งนี้มีบทบาทที่จะช่วยให้ประชาธิปไตยยืนหยัดอยู่ได้การส่งเสริมและปกป้องประชาธิปไตยด้วยการหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นประสบการณ์และสร้างความร่วมมือหากประเทศใดก็ตาม ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ขัดต่อหลักการประชาธิปไตย ทุกคนต้องร่วมกันกดกันเพื่อการเปลี่ยนแปลงและนำเสรีภาพกลับคืนสู่ประชาชน

ดิฉันขอยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนเวที่นี้เวทีนี้และการดำเนินงานของสภาบริหาร( GoverningCouncil ) เพื่อจะได้ช่วยให้ประชาธิปไตยแข็งแกร่งขึ้นทั่วโลกนอกจากนี้ดิฉันขอชื่นชมประธานาธิบดีมองโกเลียสำหรับข้อริเริ่มความเป็นหุ้นส่วนเอเชียเพื่อประชาธิปไตย( Asian Partnership Initiative for Democracy ) และทางรัฐบาลไทยพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือในส่วนนี้

ท่านผู้มีเกียรติ,

ดิฉันขอปิดท้ายด้วยการประกาศว่าดิฉันหวังว่าความเจ็บปวดที่ครอบครัวของดิฉันได้รับที่ครอบครัวของเหยื่อทางการเมืองไทย และครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 91 คนในเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม2553 ต้องเผชิญจะเป็นความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายสำหรับประเทศไทย

ขอให้เราทุกคนสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยเพื่อที่เสรีภาพและอิสรภาพของมนุษย์ได้รับการปกปักษ์รักษาเพื่อลูกหลานและคนรุ่นต่อๆไป

ขอบคุณค่ะ

MThai News