ผู้บังคับการตำรวจจราจรชี้เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์แจ้งเตือนจุดที่ตำรวจตั้งด่าน เป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะดำเนินการได้ เชื่อว่าไม่กระทบต่อการทำงานของตำรวจ ยืนยันไม่มีนโยบายสั่งปิด เข้าไปอ่านด้วยตนเองบ่อยครั้ง แต่ห่วงคนร้ายนำข้อมูลไปใช้หลบหนีตำรวจ ระบุข้อมูลไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด แนะให้ปฏิบัติตามกฎจราจรดีที่สุด
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทย กรณีมีประชาชนเปิดเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้ง Facebook และ Twitter เพื่อการแจ้งเตือนว่ามีตำรวจตั้งด่านบริเวณใดบ้าง โดยมีการรายงานข้อมูลกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ด้วยถ้อยคำแบบอ้อม ๆ

ด่านตรวจ
เช่น หากมีตำรวจตั้งด่านตรวจจับรถจักรยานยนต์ที่ฝ่าฝืนกฎจราจร เว็บจะใช้ข้อความทำนองว่า “มีลูกเสือก่อกองไฟเน้นสองล้อ” หรือหากมีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ จะใช้คำว่า “มีเป่าปี่ด้วย” เป็นต้น โดยแต่ละเว็บมีผู้ติดตามเป็นสมาชิกนับหมื่นราย
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะดำเนินการได้ โดยยังไม่ผิดกฎหมาย และเชื่อว่าไม่กระทบต่อการทำงานของตำรวจ เพราะมีการวางแผนการตั้งด่านอย่างเป็นเครือข่าย
โดยเฉพาะด่านตรวจจับผู้เมาแล้วขับ ซึ่งการหลบเลี่ยงจะทำได้ยาก ส่วนหากประชาชนเข้าไปอ่านเว็บดังกล่าวแล้วตัดสินใจไม่ขับรถกลับบ้านด้วยตนเองเพราะมีอาการมึนเมา ก็ถือว่าเป็นไปตามเป้าประสงค์ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องการให้ทุกคนกลับบ้านโดยปลอดภัย
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวยอมรับว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชามาขอให้ดำเนินการเพื่อสั่งปิดเว็บไซต์เหล่านี้ เพราะทำให้การตั้งด่านในบางครั้งไม่สามารถจับใครได้ แต่ตนก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะเป้าประสงค์ไม่ใช่ยอดการจับกุมหรือค่าปรับ แต่เป็นความปลอดภัยของประชาชน
อย่างไรก็ตาม หากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เห็นว่าข้อมูลในเว็บดังกล่าวไม่เหมาะสมก็มีอำนาจสั่งปิดได้ แต่ยืนยันว่าตนไม่มีแนวคิดจะส่งปิดเว็บเหล่านี้ และตนเองก็เข้าไปอ่านอยู่บ่อยครั้ง เพื่อฟังว่าประชาชนคิดเห็นกับมาตรการต่าง ๆ ของตำรวจอย่างไร
ผู้บังคับการตำรวจจราจรห่วงว่าหากมีคนร้ายที่ก่อเหตุนำไปใช้ในการหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ความสนุกโก้เก๋ก็อาจจะกลายเป็นผลในด้านลบได้ ซึ่งอยากให้ผู้ที่ดำเนินการเว็บเหล่านี้คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมด้วย
ส่วนผู้ใช้งานที่เข้าไปอ่าน อยากให้ตระหนักว่าข้อมูลในเว็บดังกล่าว อาจไม่ได้ถูกต้องครบถ้วนเสมอไป ทางที่ดีขอให้ปฏิบัติตนอยู่ในวินัยจราจร ซึ่งจะทำให้ปลอดภัยด้วย
“ไม่แน่ว่าอาจมีตำรวจเข้าไปโพสต์ว่ามีการตั้งด่านในถนนเส้นหนึ่ง แต่ความจริงแล้วมีด่านอยู่บนถนนอีกเส้นหนึ่ง ดักรอผู้ที่หลบเลี่ยงไปก็ได้” ผู้บังคับการตำรวจจราจรกล่าว.
สำนักข่าวไทย



