เพื่อไทย เตรียมล่ารายชื่อส.ส. ถอดตุลาการฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการร่างจดหมายเปิดผนึก เพื่อแสดงจุดยืนไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ กรณีรับคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่า ขณะนี้หนังสือเปิดผนึกเพื่อปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอตรวจความเรียบร้อยในขั้นตอนสุดท้ายอยู่ คาดว่าจะส่งได้ภายในสัปดาห์หน้า  โดยในวันที่ 30 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทย จะได้นำร่างมาถกในที่ประชุมส.ส. ก่อน ซึ่งคาดว่าในวันที่ 1-2 พ.ค. จะยื่นจดหมายดังกล่าวได้

ศาลรัฐธรรมนูญ

เนื้อหาในหนังสือจะเป็นการยืนยันทางกฎหมายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจที่ฝ่ายนิติบัญญัติทำได้ รวมถึงยืนยันหลักการแบ่งแยกอำนาจ 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ พร้อมยกเหตุผลประกอบและเอกสารอ้างอิง เพื่อชี้แจงทั้งศาลรัฐธรรมนูญรวมถึงประชาชนด้วยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การก้าวล่วงอำนาจศาลหรือต้องการสร้างความขัดแย้งกับศาลไปจนถึงต้องการล้มล้างองค์กรอิสระตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา แต่เราจะยืนยันกับศาลรัฐธรรมนูญว่าจะก้าวล่วงฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ เพราะขัดกับการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นการกดดันศาลรัฐธรรมนูญ หรือล้มองค์กรอิสระตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหา

แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการถ่วงดุลอำนาจเท่านั้นส่วนความคืบหน้าการถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีรับเรื่องการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่า ขณะนี้มี ส.ส.รัฐบาลมาลงชื่อไปแล้ว 100 กว่าคน ถือว่าเพียงพอแล้ว เพราะการยื่นถอนถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใช้เสียงเพียง 1 ใน 4 ของสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น แต่กรณีนี้ ส.ว.จะไม่เข้าชื่อร่วมถอดถอนด้วย เพราะส.ว.ต้องทำหน้าที่พิจารณาถอดถอนในขั้นตอนสุดท้าย หากป.ป.ช.ส่งเรื่องมาให้ดำเนินการ

โดยต้องใช้เสียงส.ว. 3 ใน 5 หรือ 90 เสียงในการถอดถอน แต่เราไม่ได้หวังถึงจุดนั้น แค่หวังแสดงจุดยืน แสดงท่าทีว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญก้าวก่ายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น ส่วนการยื่นถอดถอนนั้น จะถอดถอนเฉพาะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 3 คนที่รับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้พิจารณา ส่วนจะยื่นถอดถอนเมื่อใดนั้น ขอดูท่าทีจากศาลรัฐธรรมนูญ ภายหลังจากที่ 312 ส.ส.-ส.ว.ยื่นจดหมายเปิดผนึกปฏิเสธอำนาจศาลแล้ว ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีปฏิกิริยาอย่างไร ถ้ายังคงนิ่งเฉย และดำเนินการวินิจฉัยต่อไป ก็ต้องยื่นถอดถอน

MThai News

เลขา สมช. ชี้เจรจาบีอาร์เอ็นผ่านโต๊ะเท่านั้น ไม่ผ่านยูทูป

เลขา สมช. ชี้ อย่ากังวลบีอาร์เอ็นยื่นเสนอเปิดโต๊ะรอบสอง 5 ข้อผ่านยูทูป ทุกอย่างต้องคุยบนโต๊ะ เชื่อบีอาร์เอ็นจริงใจที่กล้าพูดไม่ใช่จิตนาการใส่กัน ยันพูดคุยต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย และต้องฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก  เผยไทยยังยื่นเสนอลดความรุนแรงในพื้นที่ ย้ำจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

บีอาร์เอ็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยถึงกรณีที่ นายอัสซัน ตอยิบ อ่านคำประกาศบีอาร์เอ็น ผ่านยูทูปพูดคุยกับตัวแทนรัฐบาลไทยภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อ ว่า เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพียงแต่เราได้รับฟังความคิดเห็นของเขาว่าต้องการอะไร ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.) ที่จะมีการพูดคุยกันระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ประเทศมาเลเซีย จะมีการสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวด้วย

ภาพที่ปรากฏในยูทูปคือ นายอัสซัน ตอยิบ ซึ่งเป็นคนที่พูดคุยกับคณะเราเมื่อเดือนที่แล้ว แต่สิ่งที่นายอัสซัน ตอยิบ มาสื่อผ่านยูทูปเท่านั้น แต่การพูดคุยกับเรายังไม่ได้สื่ออะไรออกมา ดั้งนั้นเราจะต้องไปสอบถามถึงการที่กลุ่มบีอาร์เอ็นสื่อออกมาในยูทูปมีความหมายอย่างไร
เรื่องนี้อย่าไปกังวล 5 ข้อที่บีอาร์เอ็นเสนอมาเราก็จะต้องรับฟังไปก่อน เรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยกันบนโต๊ะ และเราก็จะต้องกลับมาหารือกับฝ่ายเรา และพี่น้องประชาชน สิ่งที่บีอาร์เอ็นเสนอ และ พี่น้องประชาชนยอมรับได้หรือไม่ก็จะต้องมาฟังเสียงจากประชาชน เพราะขณะนี้เสียงของประชาชนมันดังก้องหูผมอยู่ ทั้งนี้ยืนยันว่าการพูดคุยผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ต้องรับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน

แต่ผมมองว่าอย่างน้อยบีอาร์เอ็นก็มีความจริงใจที่กล้าพูดกล้าแสดงออกมาในลักษณะแบบนี้ เพราะดีกว่าต่างฝ่ายต่างไปจินตนาการกันเอาเอง ส่วนที่มีบีอาร์เอ็นบอกว่าการสู้รบจะมีต่อไปจนกว่าจะได้รับความยุติธรรมนั้น

ขณะเดียวกันการพูดคุยบนโต๊ะระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ในวันพรุ่งนี้ ไทยยังเสนอการลดความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะถือเป็นหัวใจหลักที่เรายังให้มีการหยุดความรุนแรง ทั้งนี้เราจะยึดหลักพูดคุยตามเจตนารมณ์ที่ลงนามร่วมกัน เพราะเจตนารมณ์คือประเทศมาเลเซียอำนวยความสะดวกเท่านั้นจะไปยกระดับได้อย่างไร

ในเมื่อเจตนารมณ์ของประเทศมาเลเซียก็ยังยอมรับในเรื่องที่จะอำนวยความสะดวกไม่ได้เป็นตัวกลางตามที่บีอาร์เอ็นเสนอ ทั้งนี้ยืนยันว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญไทย

MThai News

คืบหน้า กรณีนักโทษเล่นเฟซบุ๊ก

ผู้คุมคุกพิษณุโลก เผย ไอโฟนในเรือนจำ 1.7 แสนบาท มือถือธรรมดา 4 หมื่น ล่าสุด สั่งแยกขัง น.ช.โพสต์เฟซบุ๊ก  คุก

หลัง ข่าวแพร่สะพัดนักโทษภายในเรือนจำพิษณุโลก ระหว่างคุมขังและถูกล่ามโซ่ตรวน เล่นเฟซบุ๊ก สังคมออนไลน์ ล่าสุด นายพงษ์มิตร ประเสริฐสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เดินทางไปสอบสวน น.ช.มาวิน สมพันธ์วงษ์ อายุ 28 ปี ถูกกักขังอยู่ในแดน 5 ของเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ตนได้สอบสวนแล้ว แต่นักโทษชายยังไม่รับ เบื้องต้นสั่งแยกขังเพิ่มโทษ 1-2 ปี ในข้อหามีสิ่งของต้องห้าม

แหล่งข่าวจากผู้คุมเรือนจำ ระบุว่า นอกจากยาเสพติดที่พบในคุก ยังมีโทรศัพท์และเครื่องชาร์จดัดแปลง ส่วนโทรศัพท์ที่เข้ามาได้ในเรือนจำ ส่วนใหญ่ถูกโยนข้างกำแพงเข้ามา เนื่องจากมีราคาแพง สนนราคาโทรศัพท์ในเรือนจำพิษณุโลก รุ่นธรรมดา มีไฟฉาย (ปกติ 800 บาท) ที่เรือนจำพิษณุโลก มีราคาซื้อขาย 40,000 บาท ส่วนโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน จำหน่ายภายในเรือนจำ 100,000 บาท แต่หากเป็นไอโฟน ตกราคาเครื่องละ 170,000 บาท