อย่างหล่อ! โฉมหน้าหนุ่มอาหรับ ผู้ถูกขับออกจากซาอุ เหตุทำสาวคลั่ง

MThai News: จากกรณีที่ชายอาหรับ 3 คนซึ่งเป็นตัวแทนจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาร่วมงานวัฒนธรรมของประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่จัดขึ้นในกรุงริยาด ถูกเชิญให้ออกจากงาน ด้วยเหตุผลว่าพวกเขาดูดี หล่อ เท่ จนผู้จัดงานเกรงว่าบรรดาผู้หญิงที่มาร่วมงานจะเกิดอาการคลั่ง และตกหลุมรักได้ นั้น

1.1

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศ ได้เผยโฉมหน้า 1ใน 3ชายหนุ่มที่ทำให้สาวๆ คลั่ง โดยเขามีชื่อว่า โอมาร์ บอร์กกัน อัลกาลา (Omar Borkan Al Gala) ซึ่งเขาเป็นนักแสดงช่างภาพ และกวีชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

1.2

ขณะเดียวกันเขาได้โพสต์ในเฟสบุ๊กแฟนเพจส่วนตัวถึงความสวยงามของผู้หยิงดูได้จากดวงตาของพวกเธอ เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เพราะความรักอยู่ในนั้น

1

2

3

5

MThai News

แผ่นปูนกั้นสร้างทางรถไฟฟ้าบางซื่อ-บางใหญ่ หล่นทับรถ-คนเจ็บ

แผ่นปูนกั้นสร้างทางรถไฟฟ้าบางซื่อ-บางใหญ่ หล่นทับรถ-คนเจ็บ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (26 เม.ย.) ได้เกิดเหตุสุดระทึกขึ้นบริเวณที่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวง และเขตบางซื่อ กทม. เมื่อแผ่นปูนที่ทำเป็นกำแพงกั้นบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่้อ-บางใหญ่

รถไฟฟ้า, แผ่นปูนรถไฟฟ้า

ภาพประกอบ ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

ได้หลุดร่วงลงมาทับรถสามล้อเครื่อง และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ใกล้เคียง จนเป็นเหตุทำให้มีรถพังยับหลายคัน และมีผู้บาดเจ็บ 1ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลแล้ว หลังพบมีเลือดออกที่ขา และมีอาการแน่นหน้าอก ส่วนสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน

MThai News

นพดลยัน พร้อมสู้คดี ศาลฎีกาฟ้อง ปมลงนามร่วมเขมร ปี 51

หลังจากที่ ศาลฏีกาแผนกคดีอาญามีคำสั่งให้รับคำฟ้องในคดีที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกรณีลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาปี 2551 โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ล่าสุดนายนพดลได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟสบุ๊กแฟนเพจของตนเอง โดยยืนยันว่าพร้อมสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตนเอง ยืนยันว่าไม่มีเจตนาฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญปี 2550 มีข้อความดังนี้

นพดล ปัทมะ,ลงนามร่วมเขมร

คำแถลงนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาลเพราะทำไปเพื่อปกป้องดินแดน

ตามที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้รับคำฟ้องในคดีที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องตนในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภานั้น ตนพร้อมไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ตนไม่เคยมีเจตนาฝ่าฝืนมาตรา 190 ของ รัฐธรรมนูญปี 50เลย เพราะมาตรา 190 ไม่ชัดเจน คลุมเครือ จนต้องมีการแก้ไขถึงสองครั้ง

นอกจากนั้น อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายในปี 2551 ก็แนะนำว่าแถลงการณ์ร่วมไม่เข้าข่ายมาตรา 190 เพราะไม่เป็นหนังสือสัญญาและไม่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปเติมคำว่า “อาจ” เข้าไปในมาตรา 190 และตัดสินว่าแม้คำแถลงการณ์ร่วมไม่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตแต่ “ อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต” ซึ่งถือว่าตัดสินเกินรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้วุฒิสภาเคยลงมติไม่ถอดถอนตน และอัยการสั่งไม่ฟ้องตนแล้ว เพราะเห็นว่าตนไม่ได้กระทำความผิด แต่ ปปช. ก็ยังอยากจะฟ้องเองโดยตั้งทนายฟ้อง และการบรรยายฟ้องก็เต็มไปด้วยความเท็จ และเป็นการใส่ร้าย เช่นระบุว่าตนย้ายฑูตวีระชัยพราะท่านฑูตไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ร่วมซึ่งเป็นความเท็จ ถ้าไม่เชื่อก็ควรไปถามท่านทูตจะดีที่สุด นอกจากนั้นกล่าวหาว่าตนลุกลี้สุกลนอำพรางเสนอเรื่องเข้าสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วยกระดาษแผ่นเดียวก็เป็นความเท็จ เพราะมีการประชุมเป็นขั้นเป็นตอนและทีประชุมก็เห็นด้วยกับคำแถลงการณ์ร่วมไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารที่ร่วมประชุมในขณะนั้น

ตนขอย้ำอีกครั้งว่าคำแถลงการณ์ร่วมที่ทำไปกระทำเพื่อปกป้องดินแดนพี้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทำร่วมกับเพื่อนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านทูตวีระชัยก็ยืนยันว่า กัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทและไม่รุกล้ำแนวเขตแดนตามมติ ครม. ดังนั้นแนวทางของแถลงการณ์ร่วมจึงเป็นการปกป้องดินแดนพื้นที่ทับซ้อน และคณะทนายที่ต่อสู้คดีในศาลโลกก็เห็นว่าคำแถลงการณ์ร่วมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทยและต้องการใช้ยื่นเพื่อต่อสู้คดี แต่ศาลปกครองได้ตัดสินให้แถลงการณ์ร่วมเป็นโมฆะไปแล้วจึงไม่สามารถใช้อ้างอิงได้ ตนพร้อมที่จะไปต่อสู้คดีในศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน เพราะตนปฏิบัติหน้าที่โดยชอบและทำไปเพราะมีเจตนาปกป้องดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร และหวังว่าศาลจะให้ความยุติธรรม

นพดล ปัทมะ
26 เมษายน 2556

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีการับฟ้อง ‘นพดล’ ลงนามร่วมพระวิหารปี51มิชอบ