ประกาศ พ.ร.ฎ ยกเลิกส้วมซึม ใน 120 วัน หันใช้ชักโครกแทน

ประกาศ พ.ร.ฎ ยกเลิกส้วมซึม ใน 120 วัน หันใช้ชักโครกแทน  หวังส่งเสริมให้ประชาชนใช้ส้วมถูกสุขลักษณะ ป้องกันอันตรายจากการใช้ส้วมที่ไร้คุณภาพได้

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ได้มีการประกาศราชกฤษฎีกาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศปรับเปลี่ยนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำใหม่จากส้วมแบบราบ ให้เป็นแบบที่มีชักโครกแทน โดยประกาศดังกล่าวให้มีผลทันทีในอีก 120 วัน นับตั้งแต่วันประกาศ คือวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา

ส้วมซึม, ชักโครก, ยกเลิกส้วมซึม

ยกเลิกส้วมซึม

ซึ่งการประกาศ พ.ร.ฎ ดังกล่าวเป็นไปตามแผนแม่บทที่ทางรัฐบาลชุดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องการพัฒนาส้วมให้มีมาตราฐาน และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากประชาชนได้ถ้ามีคุณภาพต่ำ

รวมไปถึงส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมการใช้ส้วมสาธารณะที่ถูกสุขลักษณะ และสนับสนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่าง ถูกหลักสุขาภิบาล โดยตั้งเป้าให้ทุกครัวเรือนมีชักโครกทุกหลังในปี 2559

สำหรับประกาศราชกฤษฎีกา ดังกล่าวมีใจความดังนี้

กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. 2556

โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า เป็นการสมควรกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบ

ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน และได้ดำเนินการตามความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๘ แล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. 2556

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เลขที่ มอก.792 – 2554 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4380 (พ.ศ. 2554) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511

เรื่อง ยกเลิกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์วิเทรียสไชนา : โถส้วมนั่งราบ และกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบ ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

MThai News

5โจ๋ วอนสื่อให้ความเป็นธรรม หลังชูวิทย์แจ้งความเกินจริง

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. (วานนี้)จากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับวัยรุ่น 5 คนที่ทำร้ายนายต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์ บุตรชาย

คดีลูกชูวิทย์

ล่าสุดกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คนได้วอนกับสื่อมวลชน โดยได้ปฏิเสธว่าพวกตนไม่ได้ทำร้ายและขโมยของของนายต่อตระกูลเลย แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการทะเลาะวิวาทแค่นั้น ซึ่งพวกตนอยากจะขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนเนื่องจากเป็นลูกคนจนไม่สามารถไปต่อสู้หรือทำอะไรได้ และข้อกล่าวหาว่าร่วมกันปล้นนั้นขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและเกินกว่าความเป็นจริง ซึ่งพวกตนเหมือนเป็นคนที่รอวันขึ้นศาลและโดนตัดสินลงโทษ โดยที่พวกตนไม่มีสิทธิ์ในการพูดหรือแถลงข่าวใดๆเลย

ขอบคุณคลิปประกอบจาก นายชัยรัตน์ มานิช

Mthai News

อัยการ นำตัว จอย ศิริลักษณ์ ฟ้องต่อศาล

พนักงานอัยการนำตัว จอย ศิริลักษณ์ แนวร่วมพันธมิตร ส่งฟ้องต่อศาล ข้อหาปิดสนามบิน และขอยื่นประกันตัวในชั้นศาล

จอย ศิริลักษณ์,พันธมิตร,ปิดสนามบิน

พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญา 9 นำตัว นางสาวศิริลักษณ์ ผ่องโชค อดีตดารานักแสดงชื่อดัง และแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  มาส่งฟ้องต่อศาลอาญา รัชดา ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จากเหตุการณ์การชุมนุมปิดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 ซึ่งคดีนี้มีผู้ต้องหาถูกฟ้องทั้งสิ้น 114 คน  โดยผู้ต้องหาบางส่วน อัยการ ได้ทยอยส่งฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว

ทางด้าน นางสาวพวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ กล่าวว่า  ในวันนี้อัยการได้นำ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข พร้อมพวกรวม 7 คน ที่ได้ส่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ มาทำสัญญาประกัน โดยใช้เงินสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรม คนละ 6 แสนบาท ที่ดิน และตำแหน่งในการยื่นขอประกันตัวต่อศาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล