รายได้วันละ100ต้องเลี้ยงดูทั้งพ่อและลูกที่ป่วย

สาวใหญ่ลำปาง รับจ้างซ่อมเสื้อผ้า มีรายได้เพียงวันละ 100 บาท แต่ต้องเลี้ยงดูพ่อและลูกชายที่ป่วยหนัก วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

ช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจาก นางมนชยา ตันตระกูล นายกกิ่งกาชาดอำเภอสบปราบ จ.ลำปาง ว่า มีสองตาหลานฐานะยากจน และป่วยหนัก พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 36 บ้านทุ่ง ต.สบปราบ อ.สบปราบ เมื่อไปถึงพบบ้านไม้สองชั้น ยกพื้นสูง และได้พบกับ นายลุ้ย ด่านอินถาอายุ 80 ปี นายลุ้ย ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์มานานหลายปี และยังพบหลานชายพิการนอนซมอยู่บนที่นอน ในสภาพที่เวทนา คือ นายสุรสิทธิ์ ด่านอินถา อายุ 28 ปี

จากการสอบถาม นางอนุสรา ด่านอินถา อายุ 50 ปี เป็นแม่ของ นายสุรสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา บุตรชายของตนเองล้มป่วยกะทันหันด้วยโรคฝีที่สมอง จนบุตรชายลุกและเดินไปไหนไม่ได้ ทั้งที่ก่อนนี้บุตรชายตนเองเคยเป็นคนแข็งแรง จบการศึกษาชั้นระดับปริญญาตรี จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง คณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากนั้น ก็ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ได้เงินเดือน เดือนละ 8,000 บาท และที่ผ่านมาบุตรชายส่งเงินมาเลี้ยงตนเองและบิดาที่ป่วยตลอด อย่างไรก็ตาม อยากวอนผู้ใจบุญช่วยบริจาคข้าวของเครื่องใช้และอาหารแห้ง หรือผ้าออมสำหรับผู้ใหญ่

ส่วนตนเอง รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า เปลี่ยนซิบกางเกง และปะซ่อมเสื้อผ้า และได้ค่าแรงวันละ 100 บาท บางวันก็ไม่ได้เงินเลย โดยสามารถติดช่วยเหลือได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 083-7607344 ได้ตลอดเวลา

449867-04

นายกฯ งดตอบ ปมถูกวิจารณ์หนัก ปาฐกถาที่มองโกเลีย

นายกฯ ยังไม่ตอบ ปมปาฐกถาที่มองโกเลีย หลังถูกวิจารณ์หนัก เหตุเรียกร้องเรื่องส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ชาติในเวทีระดับโลก

หลังจากที่เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ปาฐกถาบนเวทีการประชุมประชาคมประชาธิปไตยโลก ที่ มองโกเลียวานนี้ (29 เม.ย.) ที่มองว่า รัฐธรรมนูญปี50 ของไทยเป็นการจำกัดกรอบประชาธิปไตย

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

และต้องเดินหน้าแก้ไขเพื่อให้มีความสมบูรณ์ขึ้น พร้อมทั้งระบุถึงเหตุการรัฐประหาร 2549 เป็นการปล้นรัฐบาลทักษิณ ที่มาจากการเลือกตั้ง จนทำให้มีหลายเสียงออกมาตำหนิว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการให้ร้ายประเทศไทย และทำเพื่อตัวเองมากกว่าหน้าที่ผู้บริหารประเทศนั้น

วันนี้ (30 เม.ย.) ในระหว่างที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมตัวเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับกระแสข่าวดังกล่าวขึ้น แต่นายกรัฐมนตรีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม บอกสั้นๆ ว่าจะตอบทั้งหมดหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี จากนั้นนายกฯ ได้เดินเข้าทำเนียบเพื่อเข้าร่วมประชุมต่อไป

MThai News

…………………………………………………………

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

1.2

ยิ่งลักษณ์ ซัดรธน.50ผ่านเวทีมองโกเลีย อัดจำกัดกรอบประชาธิปไตย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการเผยแพร่ปาฐกถาพิเศษของนายกรัฐมนตรี ที่ได้กล่าวระหว่างการประชุมประชาคมประชาธิปไตย อูลัน บาตอ, มองโกเลีย 29 เมษายน 2013 . . .

มัลลิกา ร่างสคริปต์ใหม่ให้ ยิ่งลักษณ์

วันที่ 29 เม.ย. (วานนี้) จากกรณีที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่ประเทศมองโกเลีย โดยได้มีการขึ้นปาฐกถาพิเศษ วิพากษ์วิจารณ์ความไม่ชอบธรรมของรัฐธรรมนูญปี50และประชาธิปไตยในประเทศ

ล่าสุด มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาร่างสคริปต์สำหรับปาฐกถาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ใหม่ โดยมีเนื้อหาตรงกันข้ามว่า 

มัลลิกา บุญมีตระกูล

ดิฉันขอเริ่มด้วยการเรียนข้อเท็จจริงว่าระหว่างที่นายกรัฐมนตรีไทยมาร่วมการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ณ มองโกเลีย วันนี้ที่ประเทศไทยกำลังเกิดปัญหากองกำลังฝ่ายรัฐบาลเองกำลังล่วงละเมิดอำนาจของศาล ใช้อำนาจนักเลงโตข่มขู่ทุกวันโดยอ้างคำว่าประชาธิปไตยอย่างผิดๆและนายกรัฐมนตรีก็ดันสนับสนุนอย่างเพี้ยนโดยละเลยประมวลกฎหมายอาญาเบื้องต้นของแผ่นดิน

ดิฉันเชื่อว่าประเทศไทยมีเสรีภาพและประชาธิปไตยไม่น้อยไปกว่ามองโกเลีย ซึ่งนายกรัฐมนตรียกย่องว่าเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในความเป็นประชาธิปไตย และที่สำคัญคือนายกรัฐมนตรีกำลังหยิบเอาเรื่องภายในบ้านไปขายด้วยข้อมูลที่ผิดๆนั่นคือคิดว่าประชาธิปไตยในบ้านตัวด้อยไปกว่าประเทศอื่นเขา ทั้งที่ความจริงแล้วนายกรัฐมนตรีและพวกนั่นเองที่ใช้คำว่าประชาธิปไตยบังหน้าจับประชาชนเป็นตัวประกัน วันนี้ประชาธิปไตยประเทศไทยก็ไม่ได้ก้าวหน้ากว่าเดิม แต่บ้านเมืองกลับเต็มไปด้วยอำนาจมืดคุกคามประชาชนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เกิดบรรยากาศที่ผู้คนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือคัดค้านแนวทางต่างๆของรัฐบาล นี่คือวิกฤติบ้านเกิดของดิฉันประเทศไทยที่ดิฉันรัก

ใช่ค่ะ ที่ว่ามีผู้คนจำนวนมากได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาและสร้างความเป็นประชาธิปไตย แต่มิใช่เหตุการณ์ในช่วงปี 2552-2553 ก่อนที่คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีนอมินีของนักโทษชายรายหนึ่งซึ่งหนีคุกหนีอาญาแผ่นดิน เพราะเหตุการณ์ที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นำไปกล่าวอ้างในบทปาฐกถานั้น มันคือ การก่อการร้าย ที่นำโดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายหมายเลข 1 และหนีคุก 2 ปีในคดีที่ศาลพิพากษาความผิดแล้ว

เป็นที่ประจักษ์ชัดจากการสรุปสถานการณ์ของคณะอนุกรรมการสมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแล้วว่า สถานการณ์ประเทศไทยที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เอาไปกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อของแกนนำที่ต้องการล้มรัฐบาลก่อนหน้านี้ และน่าเศร้าใจ คือ มีชายชุดดำที่มีข้อมูลความเกี่ยวข้องกับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงผู้ใกล้ชิดเป็นมือเป็นไม้ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั่นเองทำให้ต้องมีผู้เสียชีวิต จากนั้นก็มีผู้ฉวยโอกาสนำศพเจ้าหน้าที่ ประชาชน รวมกันต่อรองกดดันรัฐบาลด้วยการใช้ข้อมูลเท็จเผยแพร่ไปทั่วโลก

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นหรือ? ก็เพราะแผนที่แกนนำกลุ่มผู้ที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เคยเป็นแม่ยก เคยเป็นกองเชียร์ เคยเป็นผู้สนับสนุนอยู่หน้าเวทีประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่า ตามแผนแก้วสามประการอันประกอบด้วย พรรคการเมือง กองกำลังติดอาวุธ และมวลชนจัดตั้ง เป็นพลังของพวกเขาทั้งหมดที่มีครบพอจะล้มรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามคำสั่งของนายใหญ่ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ที่วิดีโอลิงค์มาปลุกระดม สั่งการอย่างต่อเนื่อง เขาไม่เคารพสิทธิมนุษยชนของผู้อื่นที่เห็นแตกต่างหรือเสรีภาพพวกเขาเวลานั้นรวมทั้งเวลานี้คือพร้อมจะใช้กำลังเพื่อกดขี่ให้คนอยู่ใต้อำนาจ และยังใช้อำนาจในทางที่ผิด สิ่งนี้ได้เกิดโดยการนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ใช่ค่ะเรื่องนี้ยังคงท้าทายเราทุกคนในปัจจุบัน

ในปาฐกถา ตอนนี้ที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ อ้างปรากฏการณ์เปลี่ยนผ่านของประเทศต่างๆนั้นมิได้มีประเทศใดที่มีความเหมือนกับประเทศไทย จนนางสาวยิ่งลักษณ์แอบอ้างว่ายกเรื่องของตัวเองเป็นอุทาหรณ์ เพราะตัวเองมาจาก นอมินี หรือ ตัวตายตัวแทน
นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวอ้างถึงรัฐบาลพี่ชายของตัวเอง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ละเลยที่จะพูดถึงเหตุผลของการถูกปฏิวัติรัฐประหาร มิได้พูดถึงการทุจริตมิชอบ การคิดหมิ่นเหม่ล้มล้างสถาบัน การบริหารก่อความแตกแยก การแทรกแซงองค์กรอิสระและสื่อมวลชน ที่นำมาซึ่งวิกฤติ

ดังนั้นมิใช่เพียงคุณยิ่งลักษณ์และครอบครัวเท่านั้นที่ต้องเจ็บปวด แต่ ประชาชนไทย ประเทศไทยได้รับความเจ็บปวดยิ่งกว่าครอบครัวของนางสาวยิ่งลักษณ์ เพราะการทุจริต ปิดหูปิดตาประชาชนช่วงเวลานั้นเป็นวิกฤติชนิดที่จับได้คาหนังคาเขา เป็นการโกงที่เรียกว่าแม้แต่กระดูกก็ไม่ให้เหลือ

สรุปความทั้งหมดจากปาฐกถาแล้ว จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ หยุดโกหกต่อนานาประเทศ เลิกเพ้อเจ้อในเรื่องที่เธอก็ย่อมรู้ดีว่าพี่ชายผู้บงการของตัวเองต้องการสิ่งใด เธอกำลังคิดถึงแต่พี่ชายและครอบครัวหว่านเครือของตัวเองมากกว่าข้อเท็จจริง กฎหมาย และความอยู่รอดของประเทศชาติและประชาชน จึงเรียนแนะนำว่า

1.ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายเคารพกติกาเดียวกันมิใช่ปล่อยให้เกิดปรากฏการณ์ 2 มาตรฐานอยู่เช่นนี้ มิใช่การสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งด้วยการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเร่งออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือล้างความผิดให้กับคนที่ทำความผิด 

2.แทนที่จะเอาเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม และผู้เสียชีวิตถึง91 รวมทั้งเจ้าหน้าที่มาปาฐกถาหากินต่อไป การเป็นนายกรัฐมนตรีควรชำระหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏด้วยคณะกรรมการชุดต่างๆ แต่เหตุใดนายกรัฐมนตรีกลับเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ 

3.ความแข็งแกร่งที่จะให้กับประชาชนในระดับรากหญ้าเราจะต้องเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา สร้างโอกาสด้วยความรู้ที่กล่าวอ้าง แต่เหตุใดรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จึงตัดงบประมาณการกู้ยืมเรียนของเด็กรากหญ้ายากจนไปเสียกว่าครึ่ง หรือ 50% ที่รัฐบาลเดิมเคยตั้งไว้ 

4.การลดช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน แต่ระหว่างนี้เกือบ 2 ปีประชาชนยากจนขยายมากกว่าเดิม ต่างเป็นหนี้สินล้นตัวจากปัญหาผลผลิตเกษตรตกต่ำ น้ำมันราคาแพง ข้าวของแพงค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นมาเกือบ 2 ปีไม่มีท่าทีจะลดลง ขาดประสิทธิภาพและความเอาใจใส่จากนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล แต่บริวารหว่านเครือของคนในรัฐบาลโดยเฉพาะบุคคลผู้ถือหุ้นในบริษัทน้ำมัน สินค้า ผู้นำเข้า กลับรวยขึ้นทันตาเห็น 

ท่านผู้มีเกียรติ

ดิฉันขอปิดท้ายด้วยการประกาศว่า ดิฉันเจ็็บปวดที่ต้องทนเห็นประชาชนรากหญ้าต้องตกเป็นเหยื่อทางการเมืองและเรื่องส่วนตัวของครอบครัวนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ และเจ็บปวดแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 91 คนในเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม2553 ที่ต้องถูกนำมาแอบอ้างเรียกร้องครั้งแล้วครั้งเล่าแต่กลับมิได้รับคำตอบและการหาข้อเท็จจริงหรือคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายเลย

ขอให้เราทุกคนสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยเพื่อที่เสรีภาพและอิสรภาพของมนุษย์ทุกคน มิใช่มนุษย์ตนเดียว ที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกต่อไป

Mthai News