โว! ทำพิกัดรอบปราสาทไม่ยากแค่ 15 นาทีก็เสร็จ เล็งส่งศาล 26 เมษา นี้
ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานจากกระทรวงกลาโหมว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานในการประชุมสภากลาโหมร่วม ผบ.เหล่าทัพ ถึงภาพรวมการแถลงด้วยวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) กรณีที่กัมพูชายื่นขอให้ตีความคดีปราสาทพระวิหารว่า
ทีมงานมีความพอใจถึงภาพรวมในการแถลงต่อศาลโลก ซึ่งเป็นการชี้แจงด้วยวาจาว่ากัมพูชาได้มีการยื่นมาอย่างไร โดยที่ผ่านมาเป็นการงัดหลักฐานและเหตุผลข้อมูล เพื่อชี้แจงต่อศาลในฐานะที่เป็นคนกลางให้ทราบรายละเอียด ด้านฝ่ายไทยมีเหตุผลที่ดีในการชี้แจง แต่ในส่วนของข้อดีและข้อเสียนั้นตนไม่อยากพูดถึง เพราะคิดว่าไม่ควรนำมาพูด
เนื่องจากการพิจารณาเป็นเรื่องของศาล เราไม่ควรวิจารณ์ว่าเราดี มีความแข็งหรือความอ่อนอย่างไร และคิดว่าคนอื่นก็ไม่ควรพูดด้วยเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดี ทหารก็เหมือนกับประชาชนที่พอใจในการชี้แจงของคณะทำงานชุดนี้ อย่างไรก็ตามทางกระทรวงกลาโหมไม่จำเป็นที่จะต้องชี้แจงรายละเอียดให้กับกำลังพลได้รับทราบ
เนื่องจากกำลังพลได้ติดตามอยู่แล้ว ไม่ต้องไปทำความเข้าในซ้ำซ้อน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าจะมีนักวิชาการบางคนเขียนสรุปข้อมูลในการชี้แจงมาขาย ส่วนกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องดำเนินการเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อสรุปทั้งหมด ทำให้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด

ทั้งนี้จะมีการชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายในเรื่องดังกล่าวให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาได้รับทราบอย่างไรนั้น เป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้วว่าจะต้องทำตัวอย่างไร หลักการพื้นฐานของกระทรวงกลาโหมคือเราจะต้องสร้างเพื่อนบ้านให้เป็นมิตร ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่บ้านติดกันก็จะต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง อย่านำเรื่องเล็กมาเป็นเรื่องใหญ่จนทำให้ความสัมพันธ์เสีย เพราะถึงอย่างไรเราคงถอยออกจากกันไม่ได้
ส่วนการจัดทำพิกัดโดยรอบปราสาทพระวิหารของกรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งต้องยื่นต่อศาลโลกในวันที่ 26 เม.ย.นั้น ทางกระทรวงกลาโหมมีความพร้อม และตนคิดว่าทำเพียงแค่ 15 นาทีก็เสร็จแล้ว เพราะไม่ได้ยากเย็นอะไร เนื่องจากเรามีเส้นเขตแดนที่ชัดเจน เพียงแต่ระบุว่าเส้นที่เรายืนอยู่พิกัดอะไรเท่านั้นเอง แต่ต้องทำด้วยความรอบคอบ สำหรับความสัมพันธ์ของกองทัพทั้งสองประเทศยังเป็นไปด้วยดี
ขณะที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพนั้น อาจมีการกำหนดพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารพ่วงไปกับการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จะต้องดูว่าทางคณะกรรมการมรดกโลกจะให้ขึ้นทะเบียนพื้นที่แค่ไหน ซึ่งผู้สื่อข่าวก็ทราบดีว่าเป็นการขึ้นทะเบียนแค่ตัวปราสาท ส่วนพื้นที่โดยรอบนั้นถือว่าเป็นอีกเรื่อง

ขณะเดียวกันกรณีที่พลทหารได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์อาวุธจรวดยิงรถถัง ชนิด M72 ระเบิดระหว่างทำความสะอาดนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ
ส่วนกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. พร้อมคณะจะเดินทางไปพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นรอบ 2 ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เหตุการณ์ความไม่สงบก็ยังคงมีความรุนแรงอยู่ นั้น
การเจรากับการปฏิบัติการเป็นคนละเรื่องกันและต้องแยกออกจากกัน ไม่ใช่ว่าการเจรจากับการปฏิบัติงานยังไม่มีผลเกี่ยวพันกันโดยตรง เพราะเป็นทางขนานกันอยู่ ต่างฝ่ายต่างดำเนินการ เมื่อไหร่ที่การเจรจามีผลต่อการปฏิบัติงานของฝ่ายความมั่นคงแล้วถึงจะเกี่ยวข้องกัน
ทั้งนี้การเจรจามีกรอบชัดเจน ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลา ไม่ใช่การเจรจาต่อรองซื้อของที่ใช้เวลาไม่นาน ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องใช้เวลาเป็นปี ทางหน่วยงานความมั่นคงก็ต้องการให้รวดเร็วเหมือนกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดีของการเจรจาจะทำให้รู้ว่าใครเป็นใคร และเป็นตัวจริงหรือไม่อย่างไร
รวมทั้งยังได้เห็นท่าทีการเจรจาและความรุนแรงทั้งหมด ที่มีส่วนที่พร้อมพูดคุยและอีกส่วนที่ไม่ต้องการพูดคุย โดยมีการแยกเป็นสองฝ่าย ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เป้าหมายที่แท้จริงคือความสงบสุขในพื้นที่ภาคใต้
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ไม่พร้อมพูดคุยนั้นและยังคงปฏิบัติการก่อความรุนแรงทางหน่วยงานความมั่นคงก็ต้องปราบปราม เพราะจะปล่อยให้ทำกับประชาชนได้อย่างไร เราจะต้องว่าไปตามกฎหมาย ตนได้บอกกับทางกองทัพภาคที่ 4 ว่ามีระเบิดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขอให้ช่วยดูแล
ซึ่งในพื้นที่ก็ทำงานเต็มที่อยู่แล้วและในเดือนพ.ค.นี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับการฝึกพร้อมแล้วลงไปปฏิบัติงาน ซึ่งอาจจะทำให้อะไรดีขึ้น เพราะทุกวันนี้ทหารทำงานไม่ตรงกับภารกิจเป็นจำนวนมาก
MThai News